กรมหม่อนไหม
“บ้านพญาราม” ตำบลเพี้ยราม อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ในอดีตชาวบ้านนิยมปลูกข้าวเพื่อยังชีพ เลี้ยงสัตว์เป็นอาหาร ว่างเว้นจากทำนา ทำไร่ ผู้หญิงจะปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นรายได้เสริมเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อ 20 กว่าปีก่อน หลังจาก คุณโยธกา บุญมาก เรียนจบปริญญาตรี (เกียรตินิยม อันดับ 1) ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น แทนที่เธอจะรับราชการหรือทำงานบริษัทเอกชน เธอเลือกที่จะดำเนินอาชีพเกษตรกรรมตามรอยพ่อแม่ ทำนา 45 ไร่ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นรายได้เสริม คุณโยธกามีจิตอาสาทำงานช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ เช่น เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพญาราม อาสาสมัครเกษตรกร (หม่อนไหมอาสา) เป็น Smart Farmer หม่อนไหม เป็นคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอเมืองสุรินทร์ ฯลฯ ไม่หยุดนิ่งเรียนรู้แก้ไขปัญหา ปี 2545 คุณโยธกา ได้ช่วยแม่เลี้ยงไหมและมีปัญหาใบหม่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากเป็นหม่อนพันธุ์พื้นบ้าน ใบเล็กผลผลิตน้อย เก็บยาก จึงได้ไปซื้อใบหม่อนจากสมาชิกศู
กรมหม่อนไหมเดินหน้าให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เพื่อยกระดับการผลิตผ้าไหมของประเทศไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มมูลค่าผ้าไหม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค มีผ้าไหมไทยที่ได้รับการรับรองมากกว่า 200,000 เมตร/ปี คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากความต้องการใช้ผ้าไหมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งตลาดในประเทศ อันเนื่องมาจากนโยบายส่งเสริมรณรงค์การใช้ผ้าไทยในทุกโอกาส รวมถึงตลาดต่างประเทศซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่มีความนิยมต่อสินค้าในเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ส่งผลให้การผลิตเส้นไหม ซึ่งเป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการทอผ้า ไม่เพียงพอต่อความต้องการ นำมาซึ่งการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาคือ เส้นไหมนำเข้าบางส่วน “ด้อยคุณภาพ” ส่งผลต่อคุณภาพผืนผ้า และสืบเนื่องไปยังสินค้าแปรรูปอื่นๆ ที่มีผ้าไหมนั้นๆ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งประการสำคัญคือ ส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของผ้าไหมไทย เนื่องจากมักมีการแอบอ้างว่าเป็น “Thai Silk” จากกรณีดังกล่าว สมเด็จพร
กรมหม่อนไหมสร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียนและชุมชน เดินหน้าส่งเสริม พัฒนาอาชีพและปลูกฝังการอนุรักษ์ภูมิปัญญาหม่อนไหมให้กับเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น 189 โรงเรียน และทายาทเกษตรกรอีก 30 ชุมชน นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน เด็กและเยาวชนของประเทศไทยในบางพื้นที่ ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษา อาจเนื่องมาจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคมหลายประการ เช่น ความยากจน หรือมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ส่งผลทำให้ไม่สามารถได้รับสวัสดิการจากภาครัฐได้อย่างทั่วถึง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน ประชาชนในถิ่นทุรกันดารและผู้ด้อยโอกาส ทรงยึดการดำเนินงานโดยให้คนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ การพัฒนา และใช้โรงเรียนเป็นฐานของการพัฒนาให้ครอบคลุมมิติต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและยังประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างสมดุล กรมหม่อนไหมได้สนองพระราชดำริในพระองค์ ด้วยการริเริ่มโครงการสร้างทายาทหม่อนไหม ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ซึ่งนอกจากจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพคนแล้ว ยังเป็นการช่วยส
วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 กรมหม่อนไหมจัดการประชุมวิชาการหม่อนไหม ประจำปี 2564 โดยนางนงลักษณ์ เกตุเวชสุริยา รองอธิบดีกรมหม่อนไหม ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานเปิดการประชุม ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) จากห้องประชุม ชั้น 1 กรมหม่อนไหม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ระหว่างวันที่ 8 – 9 กรกฎาคม 2564 เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมด้านหม่อนไหม พัฒนางานด้านวิชาการของบุคลากรกรมหม่อนไหม เผยแพร่ผลงานวิชาการของกรมหม่อนไหม ให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และผู้ประกอบการด้านหม่อนไหม และสามารถนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาชีพหม่อนไหม กรมหม่อนไหมได้จัดการประชุมวิชาการหม่อนไหมเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลงานวิชาการ และนวัตกรรมด้านหม่อนไหม ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ และดำเนินการแล้วเสร็จในปีที่ผ่านมา ทั้งผลงานวิชาการที่ดำเนินการโดยบุคลากรของกรมหม่อนไหม และผลงานวิชาการที่บุคลากรของกรมหม่อนไหมร่วมดำเนินการกับหน่วยงานอื่น ทั้งส่วนราชการอื่นหรือมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการนำผล
วันที่ 28 มิถุนายน 2564 กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัด “การแข่งขันสาวไหม ระดับประเทศ ประจำปี 2564” เพื่อส่งเสริม พัฒนา และรักษาเอกลักษณ์ภูมิปัญญาการผลิตเส้นไหมไทย ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมี นายสันติ กลึงกลางดอน รองอธิบดีกรมหม่อนไหม ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานเปิดงาน และมี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดชุมพร ร่วมงาน รวมทั้งมีเกษตรกรและนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกจากภูมิภาคต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขัน นายสันติ กลึงกลางดอน รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดการแข่งขันสาวไหมระดับประเทศ ประจําปี 2564 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนรุ่นใหม่ และผู้มีอาชีพด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมได้เห็นถึงความสําคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย รวมถึงมีความตื่นตัวพัฒนาคุณภาพสินค้า และสร้างสรรค์ผลงานให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงและตรงตามความต้องการของตลาด นอกจากนี้ ยังเป็นการยกย่องเชิดชูเยาวชน บุคคล ชุมชน และหมู่บ้านที่ผลิตเส้นไหมที่มี
11 มิถุนายน 2564 กรมหม่อนไหมเริ่มต้นฤดูกาลผลิตการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ประจำปี 2564 จัดทำพิธีลงนามข้อตกลงซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมในระบบเกษตรพันธสัญญา ระหว่างกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม จ.น่าน เชียงราย พะเยา และบริษัท จุลไหมไทย จำกัด ยุค New Normal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น Zoom Meeting จากกรมหม่อนไหม ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน และ บริษัท จุลไหมไทย จำกัด โดยมี นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานและสักขีพยาน และมีผู้บริหารกรมหม่อนไหม ผู้บริหารบริษัท จุลไหมไทย จำกัด หัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาค ประธานกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 3 จังหวัด และเกษตรกรเข้าร่วมพิธี พร้อมคาดการณ์ผลผลิตปี 2564 ไม่น้อยกว่า 75 ตัน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรมากกว่า 12 ล้านบาท นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหก
กรมหม่อนไหมปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ในขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและวัสดุอุปกรณ์การผลิตผ้าไหม ด้วยการตรวจประเมินทางไกล ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร ตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กรมหม่อนไหมได้ปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) จากเดิมที่ผู้ตรวจประเมินมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ต้องมีการตรวจประเมินทุกขั้นตอนในสถานที่ผลิตจริง มาเป็นการตรวจประเมินทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในบางขั้นตอน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่ต้องการขอการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) สอดคล้องกับมาตรการการป้องการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับรูปแบบวิธีการตรวจประเมินผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในขั้นตอนการตรวจประเม
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2564 “แม่จงรักษ์” จังหวัดศรีสะเกษ แบบอย่างของเกษตรกรที่ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาลวดลายผผ้ายกดอก “ลายดอกจำปี” เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านนวลละออ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมขยายช่องทางการตลาดขายผ้าไหมออนไลน์ สร้างรายได้ ห่างไกลโควิด นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2564 คือ นางจงรักษ์ พลายงาม อายุ 49 ปี เกษตรกรที่มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้า ตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สร้างรายได้ให้ครอบครัวและสมาชิกได้เป็นอย่างดี นางจงรักษ์ พลายงาม ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านนวลละออ ตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้มีความตั้งใจในการแสวงหาความรู้ เข้ารับการฝึกอบรมและขอคำปรึกษาเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ศรีสะเกษอยู่เสมอ จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหม่อนไหมอาสาและ Smart Farme
เกษตรกรหม่อนไหม New Normal ขายรังไหมแก่บริษัทจุลไหมไทย ซึ่งถ่ายทอดสดการคัดเกรดและตีราคารังไหมผ่านเฟซบุ๊ค โปร่งใส เป็นธรรม และปลอดภัย มีรายได้ต่อเนื่องในยุคโควิด-19 ช่วง 1 – 3 พฤษภาคม 2564 สร้างรายได้ถึง 5.35 ล้านบาท นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในระบบเกษตรพันธสัญญา หรือการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ตามนโยบายตลาดนำการผลิต ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรหม่อนไหมมีรายได้มากขึ้น และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ปัจจุบันได้ประสานให้มีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับ บริษัท จุลไหมไทย จำกัด ซึ่งรับซื้อรังไหมตามเกณฑ์มาตรฐานและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐบาล บริษัทจุลไหมไทยได้ปรับกระบวนการรับซื้อรังไหมในรูปแบบ New Normal คือเปลี่ยนจากการรับซื้อ ตรวจคุณภาพและตีราคารังไหมในพื้นที่ เป็นการรับรังไหมกลับมาที่บริษัท
วันที่ 19 เมษายน 2564 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม ได้ออกประกาศการปรับปรุงรูปแบบและหลักเกณฑ์การติดหรือแสดงดวงตรานกยูงพระราชทาน และ 2D barcode กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตรวจสอบย้อนกลับการผลิตผ้าไหมไทยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ทั้งนี้ คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (คมม) ได้เห็นชอบให้กรมหม่อนไหมจัดทำสติ๊กเกอร์ดวงตรานกยูงพระราชทาน และ 2D Barcode ที่มีหมายเลขตรงกันอยู่บนสติ๊กเกอร์ชิ้นเดียวกัน และปรับปรุงรูปแบบป้ายกระดาษสำหรับติดที่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ตรานกยูงพระราชทานสีทอง ตรานกยูงพระราชทานสีเงิน ตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน และตรานกยูงพระราชทานสีเขียว สำหรับรูปแบบของดวงตรานกยูงพระราชทาน และ 2D Barcode อยู่บนชิ้นเดียวกัน ขนาดกว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 5 เซนติเมตร โดยดวงตรานกยูงพระราชทานอยู่ด้านบน ตรงกลางเป็นชื่อตรานกยูงพระราชทานภาษาอังกฤษแต่ละชนิด ด้านล่างเป็น 2D Barcode และมีตัวอักษร QSDS ขนาดเล็ก กระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่น สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-940-6564 ต่อ 14
