กระทรวงพาณิชย์
สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการจัดอบรมใน “โครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ (Upskill & Reskill) ครั้งที่ 1” ซึ่งดำเนินการตามนโยบายของ ท่าน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ที่มุ่งหวังให้ความรู้ด้านดิจิทัลเพื่อไปพัฒนากิจการของท่านผู้ประกอบการรวมไปถึงธุรกิจที่กำลังประกอบกิจการ ซึ่งได้รับการตอบรับที่เป็นอย่างดีโดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมถึง 200 ราย ซึ่งจัดการอบรมเมื่อวันที่ 8-9 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Huawei Thailand อาทิ การบรรยายในหัวข้อ “Huawei Talk” การบรรยายหลักสูตร “Road to 5G Services”, “ICT Market trends and Business Innovation” “Road to Cloud Services” และหลักสูตร “Road to IoT Services” ถือเป็นการยกระดับและขยายขอบเขตความรู้ด้านดิจิทัลให้สามารถตอบทุกโจทย์ธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับท่านใดที่พลาดการเข้าร่วม
ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มีนโยบายส่งเสริมการค้าไทยและผลักดันผู้ประกอบการไทยเพื่อขยายเศรษฐกิจการส่งออก จึงมีแผนในการสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับมณฑลไห่หนานของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้มีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับมณฑลไห่หนานสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้น ในวันที่ 29-31 มีนาคม 2564 ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รัชดาภิเษก คู่ขนานกับการจัดกิจกรรม Online Business Matching ระหว่างผู้นำเข้ามณฑลไห่หนานกับผู้ส่งออกประเทศไทย จำนวน 119 คู่ แบ่งเป็นผู้นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 29 ราย (จาก 8 ศคต.ได้แก่ คุณหมิง หมานหนิง กวางโจว ฮ่องกง ชิงต่าว เฉิงตู เชี่ยเหมืน และเชี่ยงไฮ้) และผู้ส่งออกที่เข้าร่วมการเจรจา 53 บริษัท โดยเป็นสมาชิกถึง Thaitrade.com 37 บริษัท ทำให้มีผลเจรจามูลค่าคาดการณ์การสั่งซื้อมากกว่า 595.75 ล้านบาท สำหรับภาพรวมของยอดการเจรจาการค้าแบบ Online Business Matching เข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนในเดือนมีนาคม 2564 ประกอบด้วย ผลไม้ มีมูลค่าคาดการการสั่งซื้อ 539 ล้านบาท อาหารแปรรูป ม
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Deliver with Safety) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีระบบการควบคุมป้องกันที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ปลอดการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส โดยภาครัฐได้ให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารในประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 ได้มีการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐบาล เพื่อมอบหนังสือรับรองให้ผู้ประกอบการที่มีกระบวนการการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ซื้อและผู้บริโภคมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าอาหารมากขึ้น โดยคำนึงถึงที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต DITP จึงจัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Thailand
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จับมือหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าขับเคลื่อนโมเดล “ตลาดนำการผลิต”ของ “จุรินทร์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เห็นผลโดยเร็วในปี 2564 โดยได้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ (กระทรวงพาณิชย์.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และภาคเอกชน (ผู้ส่งออก บริษัทค้าปลีก ค้าส่งของไทย) ลงพื้นที่พบปะสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร เร่งติดอาวุธสินค้าเกษตรไทยด้วยการพัฒนาให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน พร้อมหาตลาดกระจายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำร่องกับมะม่วง ส้มโอ และพริกซอส ในจังหวัดพิจิตร แนะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพิ่มแต้มต่อทางการค้าขยายการส่งออก หวังสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร และหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ สถาบันส่งเสริมคุณภาพเกษตรไทย (สถาบัน Thai GAP) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย บริษัทเซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จำกัด
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม MOU กับกระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการเดินหน้ารับซื้อผลไม้ฤดูกาลจากเกษตรกรทั่วประเทศเพิ่ม ตั้งเป้าช่วยชาวสวนกว่า 7,500 ราย กระจายผลผลิตไม่น้อยกว่า 7,750 ตัน ผ่านทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ พร้อมกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยตลอดปี นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้ผลไม้ฤดูกาลมีแนวโน้มออกสู่ตลาดจำนวนมาก เกษตรกรชาวไร่ชาวสวนต่างเป็นกังวลกับการขายผลผลิต เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร แม็คโคร จึงได้เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้กับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 แม็คโคร ได้เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้ง เพื่อเชื่อมโยงตลาดการกระจายผลผลิตของเกษตรกรไปยังสาขาต่างๆ พร้อมเชื่อมโยงทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ของแม็คโคร “ในปีนี้แม็คโคร คาดว่าจะช่วยรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ ลองกอง มะม่วง และอื่นๆ เพิ่มขึ้นรวมแล้วประมาณ 7,750 ตัน ซ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ Kick Off “โครงการอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Deliver with Safety) เพื่อสร้างมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารไทยให้โตขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นผู้ซื้อและผู้นำเข้าสินค้าเกษตร อาหารทั่วไป และอาหารฮาลาลของไทยในต่างประเทศได้ตระหนักและรับรู้ว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และมีศักยภาพเป็นผู้ส่งออกที่สำคัญของตลาดโลก นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมทางการค้ากับต่างประเทศต้องหยุดชะงักและชะลอตัว เป็นเหตุให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยต้องปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับความต้องการของผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่ง DITP ได้เผยแพร่โครงการอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินเพื่อดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564 จำนวน 8,807.54 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เบื้องต้นได้จัดสรรให้กระทรวงพาณิชย์แล้ว 4,613.04 ล้านบาท โดยเกษตรกรผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรทุกครัวเรือน และเป็นพื้นที่ให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันที่มีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี สำหรับการจ่ายเงินชดเชย กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 มีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เช่นเดียวกับกับการดำเนินโครงการฯ ในปี 2562 – 2563 โดยเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยตามพื้นที่ปลูกจริง ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยทุกวันที่ 15 ของเดือน อย่างไรก็ตาม รอบในการจ่ายเงินวันที่ 15 มีนาคม 2564 ได้มีการพิจารณาราคาอ้างอิงผลปาล์มน้ำมัน (อัตราน้ำมัน 18%) ที่กิโลกรัมละ 6.25 บาท ซึ่งยังคงสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ 4 บาท จึงยังไม่มี
นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 (สศท.2 พิษณุโลก) เปิดเผยว่า ทุเรียนหลงลับแลของจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 ทุเรียนหลงลับแลของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีศักยภาพและโอกาสทางการตลาดสูง โดยทุเรียนหลงลับแลมีลักษณะเด่น คือ มีผลทรงกลม หรือกลมรี ขนาดเล็ก เปลือกบาง เนื้อมาก สีเหลืองเข้ม เนื้อแห้งละเอียดเหนียว มีกลิ่นอ่อน รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบเล็ก จุดกำเนิดของทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์มาจากทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองที่มีความพิเศษแตกต่างจากทุเรียนพื้นเมืองทั่วไป คือ เป็นทุเรียนที่มีรสชาติดี เมล็ดลีบ ซึ่งภายหลังจากส่งเข้าประกวดทุเรียนและได้รับรางวัลยอดเยี่ยม เกษตรกรจึงได้รับการส่งเสริมให้ปลูกและขยายพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายมากยิ่งขึ้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาทุเรียนหลงลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ที่ได้รับการร
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชวนคนไทยหันมาอุดหนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยจากฝีมือชาวบ้านและชุมชนผู้ผลิตงานหัตถกรรม หรืองานคราฟต์ เพื่อมอบเป็นของขวัญ ของที่ระลึก แก่บุคคลสำคัญ ช่วยเหลือชาวบ้านและชุมชนให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากภายในประเทศ ในยามที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาโควิด-19 ร่วมสนับสนุนงานหัตถกรรมไทยผ่าน SACICT Shop ชั้น 1 ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. หรือ SACICT Shop Mobile Application สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1289
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงาน “พาณิชย์ลดกระหน่ำข้ามปี! New Year Grand Sale 2021” ภายใต้โครงการ “พาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน ล็อต 8” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร และ นายสุจริต มัยลาภ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจการค้าในประเทศ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมต้อนรับที่บู๊ธ CP FreshMart ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ นายสุจริต มัยลาภ กล่าวว่า “สินค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นสินค้าคุณภาพมาตรฐานส่งออก สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อลดภาระค่าครองชีพ แบ่งเบาภาระคนไทยช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้เข้าถึงอาหารคุณภาพดี สด สะอาด อร่อย และปลอดภัยในราคาประหยัด โดยมีผลิตภัณฑ์จาก CPF ให้เลือกสรรมากกว่า 200 รายการ พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ! ลดสูงสุด 72% ในร้าน CP FreshMart ทุกสาขาทั่วประเทศ” สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ อาหารแ
