กระทรวงพาณิชย์
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยศักยภาพผู้ส่งออกสินค้าอาหารไทยผ่านการรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก จาก 4 หน่วยงานรัฐ คาดในปี 2564 นี้ มีผู้ประกอบการขอใบรับรองเพิ่มมากขึ้น พร้อมเดินหน้าโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Delivers with Safety) มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทย เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้าในต่างประเทศ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศคู่ค้า เกิดความไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยของอาหารที่นำเข้ามา เพื่อการบริโภค ภาครัฐจึงได้ให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้มีการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษต
จบไปแล้วอย่างประทับใจ กับโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ผู้ส่งออกอัจฉริยะ : Smart Exporter” รุ่นที่ 20 ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยในปีนี้สามารถผลิตผู้ส่งออกได้จำนวนทั้งสิ้น 58 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศได้ภายใน 1 ปี กว่า 900 ล้านบาท โครงการ Smart Exporter รุ่นที่ 20 เป็นการจัดอบรมในรูปแบบ Webinar ภายใต้แนวคิด “Stay Home : Stay Smart” ซึ่งตลอดระยะเวลา 15 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการในฐานะนักเรียนทุน NEA ได้รับองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศอย่างครบวงจร อีกทั้งได้เครือข่ายมิตรภาพ Smart Exporter Family ที่จะพัฒนาเป็นเครือข่ายธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง สอดรับกับนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพและสร้างผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมในการส่งออก เพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับประเทศในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ระลอกสามนี้ สำหรับการอบรมหลักสูตรต่างๆ ของทางสถาบันพัฒนาผู้ประกอบค้ายุคใหม่สามารถติดตามข้อ
สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Gen Z) ตามนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการค้าในอนาคตด้วยหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อ 93 สถาบันชั้นนำระดับประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนด้านแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ VLearn จากองค์กรผู้นำด้านดิจิทัลระดับประเทศอย่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ สถาบัน NEA ได้จัดอบรม โครงการ “กระจายความรู้สู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ (From Gen Z to be CEO)” เมื่อวันที่ 14-16 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีนักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล สนใจเข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนกว่า 150 ราย โดยจัดอบรมผ่านระบบ Zoom Webinar และ Facebook LIVE ณ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ โดยภายในงานครั้งนี้มีหัวข้อการอบรม ได้แก่ หัวข้อ อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีให้อยู่รอดในยุคดิจิทัล โดย คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮล
วันนี้ (26 พ.ค. 64) เวลา 10.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ ซึ่งบูรณาการการทำงาน 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการบริหารจัดการเพื่อให้บริการผู้ป่วยพิการที่อายุระหว่าง 15-65 ปี ที่ได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมลงพื้นที่ ณ อาค
ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างต่อเนื่อง ในปี 2563-2564 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย รวมทั้งตลาดสินค้าเกษตรของไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศต้องปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน ในรูปแบบ New Normal ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในวันนี้และในอนาคต “มะม่วง” หนึ่งในไม้ผลส่งออกสำคัญของประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกัน คุณสายันต์ บุญยิ่ง นายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย (โทร. 081-887-1964) กล่าวว่า ชาวสวนมะม่วงยังรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ เพราะเครือข่ายชาวสวนมะม่วงเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านการผลิต-ตลาด สามารถบริหารจัดผลผลิตให้เข้าสู่ตลาดในระยะเวลาที่เหมาะสมได้อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม หากชาวสวนมะม่วงได้รับการสนับสนุนด้านระบบโลจิสติกส์และสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากหน่วยงานภาครัฐ ก็เชื่อว่ามะม่วงไทยยังสามารถเติบโตในเวทีตลาดโลกได้อย่างสบาย ภาพรวมมะม่วงไทย ประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกมะม่วงโดยรวมประมาณ 2 ล้านไร่ โดยพื้นที่รอยต่อจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วยจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร และนครสวรรค์ คือแหล่งปลูกมะม่วงผืนใหญ่
สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการจัดอบรมใน “โครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ (Upskill & Reskill) ครั้งที่ 1” ซึ่งดำเนินการตามนโยบายของ ท่าน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ที่มุ่งหวังให้ความรู้ด้านดิจิทัลเพื่อไปพัฒนากิจการของท่านผู้ประกอบการรวมไปถึงธุรกิจที่กำลังประกอบกิจการ ซึ่งได้รับการตอบรับที่เป็นอย่างดีโดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมถึง 200 ราย ซึ่งจัดการอบรมเมื่อวันที่ 8-9 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Huawei Thailand อาทิ การบรรยายในหัวข้อ “Huawei Talk” การบรรยายหลักสูตร “Road to 5G Services”, “ICT Market trends and Business Innovation” “Road to Cloud Services” และหลักสูตร “Road to IoT Services” ถือเป็นการยกระดับและขยายขอบเขตความรู้ด้านดิจิทัลให้สามารถตอบทุกโจทย์ธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับท่านใดที่พลาดการเข้าร่วม
ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มีนโยบายส่งเสริมการค้าไทยและผลักดันผู้ประกอบการไทยเพื่อขยายเศรษฐกิจการส่งออก จึงมีแผนในการสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับมณฑลไห่หนานของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้มีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับมณฑลไห่หนานสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้น ในวันที่ 29-31 มีนาคม 2564 ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รัชดาภิเษก คู่ขนานกับการจัดกิจกรรม Online Business Matching ระหว่างผู้นำเข้ามณฑลไห่หนานกับผู้ส่งออกประเทศไทย จำนวน 119 คู่ แบ่งเป็นผู้นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 29 ราย (จาก 8 ศคต.ได้แก่ คุณหมิง หมานหนิง กวางโจว ฮ่องกง ชิงต่าว เฉิงตู เชี่ยเหมืน และเชี่ยงไฮ้) และผู้ส่งออกที่เข้าร่วมการเจรจา 53 บริษัท โดยเป็นสมาชิกถึง Thaitrade.com 37 บริษัท ทำให้มีผลเจรจามูลค่าคาดการณ์การสั่งซื้อมากกว่า 595.75 ล้านบาท สำหรับภาพรวมของยอดการเจรจาการค้าแบบ Online Business Matching เข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนในเดือนมีนาคม 2564 ประกอบด้วย ผลไม้ มีมูลค่าคาดการการสั่งซื้อ 539 ล้านบาท อาหารแปรรูป ม
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Deliver with Safety) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีระบบการควบคุมป้องกันที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ปลอดการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส โดยภาครัฐได้ให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารในประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 ได้มีการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐบาล เพื่อมอบหนังสือรับรองให้ผู้ประกอบการที่มีกระบวนการการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ซื้อและผู้บริโภคมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าอาหารมากขึ้น โดยคำนึงถึงที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต DITP จึงจัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Thailand
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จับมือหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าขับเคลื่อนโมเดล “ตลาดนำการผลิต”ของ “จุรินทร์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เห็นผลโดยเร็วในปี 2564 โดยได้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ (กระทรวงพาณิชย์.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และภาคเอกชน (ผู้ส่งออก บริษัทค้าปลีก ค้าส่งของไทย) ลงพื้นที่พบปะสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร เร่งติดอาวุธสินค้าเกษตรไทยด้วยการพัฒนาให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน พร้อมหาตลาดกระจายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำร่องกับมะม่วง ส้มโอ และพริกซอส ในจังหวัดพิจิตร แนะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพิ่มแต้มต่อทางการค้าขยายการส่งออก หวังสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร และหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ สถาบันส่งเสริมคุณภาพเกษตรไทย (สถาบัน Thai GAP) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย บริษัทเซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จำกัด
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม MOU กับกระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการเดินหน้ารับซื้อผลไม้ฤดูกาลจากเกษตรกรทั่วประเทศเพิ่ม ตั้งเป้าช่วยชาวสวนกว่า 7,500 ราย กระจายผลผลิตไม่น้อยกว่า 7,750 ตัน ผ่านทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ พร้อมกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยตลอดปี นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้ผลไม้ฤดูกาลมีแนวโน้มออกสู่ตลาดจำนวนมาก เกษตรกรชาวไร่ชาวสวนต่างเป็นกังวลกับการขายผลผลิต เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร แม็คโคร จึงได้เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้กับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 แม็คโคร ได้เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้ง เพื่อเชื่อมโยงตลาดการกระจายผลผลิตของเกษตรกรไปยังสาขาต่างๆ พร้อมเชื่อมโยงทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ของแม็คโคร “ในปีนี้แม็คโคร คาดว่าจะช่วยรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ ลองกอง มะม่วง และอื่นๆ เพิ่มขึ้นรวมแล้วประมาณ 7,750 ตัน ซ
