กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
มนัญญา ลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรยางตลาด มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับสหกรณ์ต้นแบบ และร่วมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรตามโครงการแปรรูปสินค้าเกษตร นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตรวจราชการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรยางตลาด จำกัด พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ สหกรณ์การเกษตรยางตลาด จำกัด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับสหกรณ์การเกษตรคำม่วง จำกัด ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการคัดเลือกสหกรณ์ต้นแบบในการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจด้วยระบบสหกรณ์ ระดับประเทศ ประจำปี 2564 มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหนองห้าง จำกัด ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่นในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ระดับเขตตรวจราชการกรม ที่ 10,11 และ 12 ประจำปี 2564 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับนางสีสุพัน อุทรักษ์ เกษตรกรดีเด่น สาขา “เกษตรอินทรีย์ดีเด่น” นายสมบัติ สารพัฒน
วันที่ 29 ก.ย.64 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และ สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย (TAWMA) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายกสมาคมการค้าตลาดกลางค้าฯ เป็นผู้ลงนาม ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาต นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านเกษตรกรรมของประเทศ รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบห่วงโซ่คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาด เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ จนถึงปลายทางผู้บริโภค โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและจัดก
วันนี้ ( 29 ก.ย.64) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วยการสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ให้มีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้นร่วมกัน ระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) และหน่วยงานภาคีภาครัฐและเอกชน รวม 9 หน่วยงาน ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ภาคการเกษตรบางภาคของไทย เกษตรกรยังเผชิญกับปัญหาหลายประการ ทั้งการขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ขาดความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงปัญหาการค้าระหว่างประเทศ จากการเจรจาการเปิดการค้าเสรี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบทวิภาคี พหุภาคี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงปัญหาและวิกฤติเศรษฐกิจที่เกษตรกรประสบอยู่ จึงได้ดำเนินการแก้ปัญหาภาคเกษตรในหลายมิติ อาทิ สนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกการใช้เทคโนโล
“รมช.มนัญญา” เปิดงาน Kick Off โครงการส่งเสริมการผลิตฟ้าทะลายโจรในสถาบันเกษตรกร จ.ขอนแก่น เร่งขยายพื้นที่ปลูกฟ้าทะลายโจร พร้อมแจกพันธุ์กล้าฟ้าทะลายโจร เพื่อเร่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 18 กันยายน2564 รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน Kick Off โครงการส่งเสริมการผลิตฟ้าทะลายโจรในสถาบันเกษตรกร ณ บ้านดงกลาง ตำบลบ้านโต้น อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางสาวปารีณา ซักเซ็ค คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายกฤษฎา ซักเซ็ค สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด อุทัยธานี เขต1 โดยมีนายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ โฆษกประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิทักษ์ชน ช่างเหลา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 7 ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ ยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการขับเคลื่อนนโยบายการขยายพื้นที่ปลูกฟ้าทะลายโจร เพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบในกระบวน
เป็นไปไม่ได้เลยที่เชื้อโควิด-19 จะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไก่ กุ้ง ปลา ไข่ หรือแม้แต่ผักและผลไม้ แต่การปนเปื้อนมีโอกาสสูงซึ่งมาจากการสัมผัสของผู้ติดเชื้อหรือเชื้อที่ยังอยู่ในสภาพอากาศ อย่างเช่นกรณีที่ตรวจพบการปนเปื้อนทุเรียนของไทยในจีน ที่สุดแล้วก็พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากห่วงโซ่กระบวนการผลิตของไทยแต่อย่างใด นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โจทย์การค้าหลังโควิด-19นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคาดว่าจะมีกฎเกณฑ์ของประเทศผู้นำเข้าต่างๆตามมาอีกมากมาย แต่ปัจจัยหลักๆแล้วคาดว่าจะเป็นในด้านของความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯจึงต้องยกระดับมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อของสินค้าเกษตรในทุกกระบวนการให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ การผลิต โดยตัวของเกษตรกรเอง ต้องบริหารจัดการฟาร์มทำความสะอาดพื้นที่และสวนเกษตร มาตรการสำหรับผู้ประกอบการสถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) และมาตรการสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตร มีการเฝ้าระวัง ตั้งแต่การพ่นยาฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นทางจากสวน จนถึงระบบขนส่ง พร้อมจ
ในปี 2563 ประเทศไทยสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีหลากหลายชนิด มูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้ใช้เพาะปลูกภายในประเทศ 4.3 พันล้านบาท และส่งออก 129 ประเทศ มูลค่า 7.4 พันล้านบาท ตลาดหลักสำคัญอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียแปซิฟิก คาดว่าในปี 2565 ไทยจะมีมูลค่าส่งออกเมล็ดพันธุ์ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกและจำนวนประเทศคู่ค้าที่สั่งซื้อเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านงานวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ มีศักยภาพการบริหารจัดการเชื้อพันธุกรรม การปรับปรุงพันธุ์พืช การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง และการเพิ่มมูลค่าเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากบริษัทเมล็ดพันธุ์ของไทยส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจในลักษณะรับจ้างผลิตเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์ส่วนนี้คือ การขายแรงงานและที่ดินของประเทศในราคาถูก บริษัทต่างชาติที่มาจ้างผลิตมีอำนาจต่อรองราคา มีโอกาสเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านในราคาค่าแรงที่ถูกกว่า ดังนั้น รัฐบาลไทยมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ ตามแผนพัฒนาโมเดล BCG Economy หรือ เศรษฐกิจ
กรมส่งเสริมการเกษตรดึงผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน พลิกวิกฤตสู่โอกาส เปิดตลาดออนไลน์ รับ เทรนด์การค้าวิถีใหม่ หวังดันสินค้าไทยโตเข้มแข็ง หนุนเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงที่มาของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย “Shop & Share สินค้าออนไลน์ สไตล์วิสาหกิจชุมชน” โดยระบุว่า จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อการจับจ่ายสินค้าหลังผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ต้องเว้นระยะห่าง งดออกจากบ้าน และผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น กลุ่มธุรกิจชุมชนซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี ในช่วงของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าส่งกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าและยอดขายของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน เป็นอย่างมาก กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะหน่วยงานที่รับจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ยังมีอีกหน้าที่หนึ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบกิจการของวิสาหกิจชุมชนให้สามารถดำเนินกิจการซึ่งถือเป็นส่วนสำ
จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นห่วงผลกระทบที่จะส่งผลต่อเกษตรกรและภาคเกษตรไทยเป็นอย่างมากจึงพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก การแก้ปัญหา“ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว” เป็นอีกหนึ่งปมสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดให้กรมการข้าวเร่งวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอตามเป้าหมายเพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์และตรงกับความต้องการของตลาด นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตข้าว เนื่องจากการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกร ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของเกษตรกรและตล
การทำนาปีในปีนี้ บางพื้นที่อาจล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากปัญหาฝนทิ้งช่วงนานต่อเนื่อง ทำให้ที่หว่านไว้บางส่วนแห้งตาย แต่เมื่อได้ฝนในช่วงท้ายๆ ฤดูการณ์ ข้าวเริ่มฟื้นตัว และคาดว่าจะสามารถเติบโต ได้ทันในระยะเวลาที่เหลือนับจากนี้ อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำฝนที่ตกดังกล่าว อาจไม่เพียงพอต่อการทำนาปรังปี 65 เพราะส่วนใหญ่เป็นการตกท้ายเขื่อน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ตามที่คาดว่าปีนี้จะมีพายุ เข้ามาประเทศไทยอย่างน้อย 2 ลูกนั้น ปริมาณน้ำจะมีมาก กระทรวงเกษตรฯจึงวางแผนเพาะปลูกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก คือ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้ชาวบางระกำทำนาปีก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2564 และมีแผนทยอยทำนาใน 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาตามลำดับ เพื่อให้เก็บเกี่ยวก่อนฤดูน้ำหลากที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.- ต.ค. ทุกปี เป็นแก้มลิงที่ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำที่ขังอยู่นี้ทำอาชีพประมง ได้ด้วย อย่างไรก็ตามแผนการเพาะปลูกดังกล่าว สามารถระบายน้ำเพื่อปลูกข้าวในพื้นที่บางระกำเท่านั้นประมาณ 2.65 แสนไร่ น้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมาท
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกภาคส่วน ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบของพี่น้องเกษตรกรทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้น มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการจัดซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกร ที่ประสบปัญหาสินค้าล้นตลาด ราคาตกต่ำ เพื่อนำไปมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภายใต้ “โครงการแบ่งปันน้ำใจ เกษตรไทยสู้ภัยโควิด-19” ซึ่งดำเนินการแล้ว 264 ครั้ง 46 จังหวัด รวมเป็นมูลค่าสินค้าทั้งสิ้น 1.2 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการช่วยกระจายผลผลิตให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในแคมเปญ “เกษตรกรแฮปปี้” จำนวน 2 เฟส สามารถช่วยระบาย มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย ได้จำนวนมาก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชน ทำให้ราคาผลไม้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจ และได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการขนส่งและเป็นจุดกระจายสินค้า ระยะยา
