กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต โดยนำรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ การบริหารจัดการที่ดิน ป่า น้ำ คน โดยนำร่องให้เป็นตัวอย่างความสำเร็จในพื้นที่อย่างน้อยตำบลละ 1 แห่ง เพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการเรียนรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ตามภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี 3 เดือน (กรกฎาคม 2563 – กันยายน 2564) โดยมีพื้นที่เป้าหมายพัฒนาเป็นพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ จำนวน 4,009 ตำบล เกษตรกรเข้าร่วมโครงการตำบลละ 16 ราย รวม 64,144 ราย รายละ 3 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ 192,432 ไร่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และน้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย การพัฒนาพื้นที่จุดเรียนรู้ในรูปแบบกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ เพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตร ตลอดจนพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำด้วยระบบและวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อฟื้นฟูภาคเกษตรภายหลังกา
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “Strengthening interagency collaborative climate services for resilient agri-food systems in Thailand” หรือการสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานเรื่องการให้บริการด้านภูมิอากาศ อันเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง FAO และรัฐบาลไทยในการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางด้านสภาพภูมิอากาศกับภาคเกษตรและความมั่นคงอาหาร รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันต่อระบบเกษตรและความมั่นคงอาหารของไทย ซึ่งจัดโดยกรมอุตุนิยมวิทยาและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ณ กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่ง สศก. ได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่ประชุมมีการแลกเปลี่ยนการดำเนินงานด้านภูมิอากาศจากหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ การนำข้อมูลทางด้านสภาพภูมิอากาศมาประยุกต์ใช้เพื่อการเกษตรท
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามโครงการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง จังหวัดนครราชสีมา ว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 12 สิงหาคม 2563) พบการระบาดใน 29 จังหวัด ได้แก่ พื้นที่ระบาดรวมทั้งสิ้น 442,564 ไร่ โดยจังหวัดที่มีพื้นที่การระบาดมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา สระแก้ว และบุรีรัมย์ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและชี้เป้าพื้นที่ระบาด โดยมีมาตรการกำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคและแมลงหวี่ขาวยาสูบ ซึ่งเป็นพาหะนำโรค พร้อมชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบในอัตราชดเชยไร่ละ 3,000 บาท ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ท่อนพันธุ์สะอาด ควบคุมการนำเข้าท่อนพันธุ์จากต่างประเทศและการขนย้ายท่อนพันธุ์ภายในประเทศ รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรเพื่อป้องกันกำจัดโรคใบด่าง โดยได้ทำลายแล้ว ด้วยวิธีฝังกลบและราดสารกำจัดวัชพืช การใส่ถุง/กระสอบและตากแดด หรือวิธีบดสับและตากแดดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคฯ จำนวน
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว มูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โปรดิวส์ จำกัด เปิดตัวโครงการ Better Farms, Better Lives เพื่อส่งความห่วงใยต่อภาคการเกษตรโดยการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด -19 ในประเทศไทย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives พร้อมรับมอบชุดผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ความปลอดภัยจำนวน 50,000 ชุด พร้อมโครงการการฝึกอบรมความรู้การผลิตข้าวในวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ลดเวลาและแรงงาน ทำให้ชุมนุมชนเกิดความยั่งยืน รวมมูลค่า 20 ล้านบาท จาก นายโจว ฝาน รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาครอบคลุม จังหวัดปทุมธานี สุพรรณบุรี พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง 26 จังหวัด ในพิธีเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives ยังได้รับเกียรติจากนายทรรศนะ ลาภรวย ที
สหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จํากัด อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2520 จนถึงทุกวันนี้ มีอายุครบ 43 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จมากในปีนี้ เนื่องจากทางสหกรณ์ได้รับรางวัลอันน่าภาคภูมิใจคือ รางวัลสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 ประเภทสหกรณ์การเกษตร ในอดีต สหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด เคยประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจจนประสบภาวะขาดทุนเกือบต้องยุบเลิกสหกรณ์ แต่ด้วยความอดทนและร่วมมือร่วมใจกันของสมาชิกสหกรณ์ทุกคนนำความผิดพลาดและล้มเหลวมาเป็นบทเรียน พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการบริหารงาน ขณะเดียวกัน ทางสหกรณ์เปิดโอกาสให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ กับสหกรณ์มากขึ้น ทำให้สหกรณ์สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ พัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้าและสามารถสร้างผลกำไรมาจนถึงปัจจุบัน บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ช่วงแรกของการจัดตั้ง สหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จํากัด มีสมาชิกแค่ 194 คน ปัจจุบันมีสมาชิกสามัญ 1,783 คน และสมาชิกสมทบ 623 คน บริหารงานภายใต้การนำของประธานกรรมการคือคุณนงลักษณ์ ลาแก้ว โดยมีพื้นที่ที่ทำการสหกรณ์ตั้งอยู่เลขที่ 4 หมู่ที่
ในปี 2562 – 2563 ที่ผ่านมาสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช.) ได้เลือกประเด็น“การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)”มาทำการศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและผลักดันกลไกให้ดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้กล่าวถึงการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ว่าเป็นประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) สศช. ได้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะรวมถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเบื้องต้น เพื่อจัดทำข้อเสนอการขับเคลื่อนในระยะต่อไป และพบว่า การขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะในปัจจุบันมีประเด็นท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญดังนี้ 1) การกำหนดคำนิยามของคำว่า “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ยังไม่ชัดเจน โดยแต่ละหน่วยงานได้ให้คำจำกัดความหรือนิยามที่แตกต่างกันไป เช่น บางหน่วยงานนิยามว่าเกษตรอัจฉริยะหมายถึงเฉพาะการใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูก หรือนิยามไปที่ตั
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว นายชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นาย อาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชนตำบลคอรุม จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายพิพัช ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 นายประภัตร กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการส่งเสริมและขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชนให้เป็นศูนย์กลางในด้านการผลิตข้าวและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน โดยศูนย์ข้าวชุมชนมีภารกิจหลักคือการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน ซึ่งในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์มีศูนย์ข้าวชุมชน 23 ศูนย์ และในปีงบประมาณ 2563 มีการคัดเลือกศูนย์ที่ผ่านหลักเกณฑ์จำนวน 10 ศูนย์ โดยมีเป้าหมายผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 100 ตัน ต่อศูนย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวต่อไปว่า วันนี้ภาครัฐตื่นตัวในเรื่องของพันธุ์ข้าวซึ่งเป็นสิ่งสำค
วันนี้ (14 ส.ค. 63) รมว. กษ. ลงพื้นที่ กยท. เขตภาคใต้ตอนกลาง พบปะเกษตรกรชาวสวนยางพร้อมมอบนโยบายตลาดนำการผลิต ส่งเสริมงานวิจัยประยุกต์นวัตรกรรมแปรรูปยางเพิ่มมูลค่า สร้างอนาคต นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในนามรัฐบาลตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้รับ ทั้งจากสถานการณ์ราคายาง ประกอบกับการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งหลายประเทศคงต้องใช้เวลาในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง โครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยโครงการประกันรายได้เกษตรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 ยังมียอดค้างประมาณ 2,400 ล้าน ซึ่งจะนำเรื่องเข้า ครม. ต่อไป ส่วนโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 ได้ประชุมเรื่องราคาประกันยางกับ กยท. แล้ว โดยจะนำเสนอเข้า ครม. คาดว่าจะเกิดโครงการประกันรายได้ฯ ระยะที่ 2 ในเดือนตุลาคมนี้
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมกำกับการดำเนินงานภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน (ASEAN – China Free Trade Agreement – Joint Committee : ACFTA-JC) ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2563 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักงานเลขาธิการอาเซียน และ Ministry of Commerce สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่ง สศก. ได้เข้าร่วมประชุมในฐานะองค์ประกอบผู้แทนไทย ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมดังกล่าว ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแผนการดำเนินการตามประเด็นที่จะเจรจาต่อไปในอนาคต (Future Work Programme) ภายใต้พิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน (ACFTA Upgrading Protocol) ได้แก่ การหารือแนวทางการเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม การหารือการเปิดเสรีและการคุ้มครองการลงทุน รวมถึงการหารือความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ เพื่อยกระดับความร่วมมือ ACFTA อาทิ อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น และขณะเดียวกันที่ป
สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด เป็นหนึ่งสถาบันเกษตรกรต้นแบบที่ปรับตัวได้เก่ง คิดเร็ว ทำเร็ว เข้ากับกระแส ยุค “ปลาเร็ว กินปลาช้า” เนื่องจากใช้ โครงการ “โคนมออนไลน์” เป็นช่องทางการตลาดสินค้าออนไลน์ ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าและเป็นชื่อทางการสื่อสารกับสมาชิกให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำธุรกิจกับสหกรณ์เพิ่มมากขึ้น และนำมูลโคที่มีอยู่จำนวนมากในฟาร์มมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมูลโค ในชื่อ “มูลโคอารมณ์ดี” ทำให้สมาชิกมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผลงานโดดเด่นของ สหกรณ์โคนมสีคิ้ว เข้าตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้รับรางวัล สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประเภทสหกรณ์โคนม ประจำปี 2563 สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 4 พฤษภาคม 2550 มีสมาชิกแรกตั้ง 36 คน ปัจจุบัน มีสมาชิกเพิ่มขึ้น 63 คน โดย นายวีระ ขำมะลัง รับหน้าที่เป็นประธานกรรมการสหกรณ์ มีที่ทำการสหกรณ์ตั้งอยู่ เลขที่ 114/7 หมู่ที่ 3 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ 30140 โทร. 044-249-417, 087-966-9309 ความคิดริเริ่ม สหกรณ์ฯ ได้จัดทำโครงการโคนมออนไลน์ ซึ่งเป็นระบบขายของออ
