กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว นายขจร เราประเสริฐ รองอธิบดีกรมการข้าว นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว และผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดินทางมาจังหวัดนครราชสีมาเพื่อร่วมกันมอบพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร ตามโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปี 2563/64 แผนฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วง โดยเดินทางไปมอบ ณ อำเภอโนนสูง อำเภอชุมพวง อำเภอห้วยแถลง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่มอบเมล็ดพันธุ์ข้าว โครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปี 2563/64 ทั้ง 4 อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา ว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว ได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปี 2563/64 ให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ความสามารถทางการค้า และการตลาดข้าวไทย จึงมีความจำเป็นต้องสนับสนุนเมล็ดพ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำพนักงานซีพีเอฟจิตอาสา จัดโครงการ “อาหารปลอดภัย จากใจ…สู่ชุมชน” นำรถ Food Truck ซีพี เฟรชมาร์ท แจกอาหารอุ่นร้อนพร้อมทานให้ชาวชุมชนในเขตบางกอกน้อย เป็นครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารจากวิกฤตโควิด-19 กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อร่วมมอบโอกาสการเข้าถึงอาหารคุณภาพดี ปลอดภัย ให้กับประชาชนที่อาศัยในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19 ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และจะขยายความช่วยเหลือไปยังเขตบางพลัด บางขุนเทียน บางบอน และหนองแขม ตลอดจนพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ต่อไป สำหรับอาหารกล่องพร้อมรับประทานที่นำมามอบให้เป็นมื้อกลางวัน มีให้เลือก 6 เมนู ได้แก่ ข้าวอกไก่ซอสจิ้มแจ่ว ข้าวผัดไก่ย่างซอสเกาหลี ข้าวไก่สไปซี่ ข้าวอกไก่ย่างซอสกระเทียม ข้าวตับกระเทียม และข้าวไข่เจียว แจกพร้อมไข่ต้ม และน้ำดื่ม โดยแจกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตบางกอกน้อย เป็นที่แรก ก่อนหน้านี้ ซีพีเอฟ นำรถ Food Truck ซีพี เฟรชมาร์ท ลงพื้นที่มอบอาหารปลอดภัยให้ประชาชนในชุมชนแออัด ในพื
ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการ โครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้มอบหมายให้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ทำหน้าที่นายทะเบียน รวบรวมและจัดทำระบบคัดกรองที่ถูกต้อง เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกร โดยจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรงผ่านบัญชี จำนวน 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2563 กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกร ไม่เกิน 10 ล้านราย ซึ่งไม่ซ้ำซ้อนกับการได้รับความช่วยเหลือภายใต้โครงการเราไม่ทิ้งกัน และหลักเกณฑ์อื่นๆ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด รวมวงเงินของโครงการฯ ไม่เกิน 150,000 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ไม่เกิน 150,000 ล้านบาท นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการ สศก. ในฐานะนายทะเบียน กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงบประมาณ ได้โอนงบประมาณให้ สศก. เรียบร้อยแล้ว จำนวน 150,000 ล้านบาท โดย สศก. ดำเนินการจ่ายเช็คให้ ธ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โกโก้ เป็นสินค้าเศรษฐกิจที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแผนส่งเสริมพัฒนาการผลิตและการตลาดให้เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาดโลกสูง ตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และฟิลิปปินส์ ประกอบกับประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกและสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงนับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายการผลิตสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) ติดตามสถานการณ์การผลิตโกโก้ พบว่า จังหวัดขอนแก่น โดยบริษัทโกโก้ไทย 2017 จำกัด ได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกโกโก้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกโกโก้ เพื่อสร้างอาชีพ และรายได้ของเกษตรกรไทยแบบยั่งยืนของบริษัท จำนวน 126 ราย ตั้งแต่ปี 2561 มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปี ซึ่งในขณะนี้ผลผลิตของเกษตรกรยังอยู่ในช่วงระยะเวลา 2 ปี จึงยัง
นายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 2/2563 ในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference) โดยมี นายวราวุธ ชูธรรมธัช รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์) เป็นประธานการประชุม เมื่อเร็วๆ นี้ว่า จากข้อมูลทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 14,556 ครัวเรือน พื้นที่ปลูก 64,188 ไร่ แบ่งเป็น ไม้ดอก 9,289 ครัวเรือน พื้นที่ 40,123 ไร่ และไม้ประดับ 5,267 ครัวเรือน พื้นที่ 24,065 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 เมษายน 2563) จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร นครสวรรค์ เชียงใหม่ ปราจีนบุรี สระบุรี นครนายก เลย อุบลราชธานี และอุดรธานี ชนิดไม้ดอกที่มีการปลูกมาก ได้แก่ กล้วยไม้ตัดดอก มะลิเด็ดดอก รัก บัวหลวง ดาวเรือง จำปี-จำปา กุหลาบ สร้อยทอง และพุด สำหรับประมาณการพื้นที่และผลผลิตกล้วยไม้ ปี 2563 พบว่า เนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมทั้งประเทศมี 19,512 ไร่ ลดลงจาก ปี 256
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง ผลการติดตาม โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ซึ่งโครงการดังกล่าว กรมการข้าว เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ผ่านการอบรมถ่ายทอดความรู้ และตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ เป้าหมาย 1 ล้านไร่ ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่ ปี 2560-2564 สศก. ได้ติดตามผลการดำเนินการระยะเวลา 3 ปี (ปี 2560-2562) พบว่า มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 107,354 ราย พื้นที่ 962,570 ไร่ เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องต่างๆ อาทิ การเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การผลิตพืชตามมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ การผลิตตามกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และการใช้สารชีวภัณฑ์ เป็นต้น โดยในปี 2563 มีเกษตรกรที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ปี 2560 ได้ผ่านการประเมินในระยะปรับเปลี่ยนและจะเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ Organic Thailand จำนวน 808 กลุ่ม 16,804 ราย คิดเป็นพื้
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านอาหารของแต่ละจังหวัด เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมปกติ ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร (New normal) ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงอาหารของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยั่งยืนการเข้าถึงแหล่งอาหาร ทั้งจากสถานการณ์ปิดเมืองและรายได้ที่ลดลงของประชาขน และอาจทวีความ รุนแรงมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้มอบหมาย สศก. พัฒนาระบบสารสนเทศการเกษตรเชิงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการความ มั่นคงด้านอาหาร นำเทคโนโลยีดิจิทัล ของ Big Data มาใช้ในการพัฒนาระบบการจัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรราย เดือนระดับจังหวัด (Provincial Crop Calendar) เพื่อเป็นเครื่อง มือสำคัญในการวางแผนพัฒนาการผลิตให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดที่ปรับเปลี่ยนทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่วิกฤต สำหรับข้อมูลปฏ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ หนุนขบวนการสหกรณ์รวมพลังสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตถึงมือผู้บริโภค หวังบรรเทาความเดือดร้อนสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เผยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ใช้สื่อออนไลน์ โปรโมทสินค้าและเจรจาซื้อขายผลไม้และสินค้าประมงไปแล้ว 1,306 ตัน มูลค่า 14.963 ล้านบาท สามารถระบายผลผลิตได้รวดเร็วและยังช่วยดึงราคาให้ไปตามกลไกของตลาดในระดับที่เกษตรกรและผู้บริโภคพอใจ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนสหกรณ์ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้น นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด – 19 ขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการกระจายผลผลิตของสหกรณ์สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มผัก ผลไม้ และสินค้าประมง เนื่องจากที่ผ่านมาสหกรณ์จะรวบรวมผลไม้ส่งออกไปจำหน่ายตลาดต่างประเทศจำนวนมาก แต่ต้องหยุดชะงัก เพราะประเทศคู่ค้าหยุดการสั่งซื้อจากผลกระทบโควิด 19 สินค้าเกษตรหลายชนิดไม่มีตลาดรองรับ ทำให้ผลผลิตล้นตลาดในพื้นที่แหล่งผลิตและราคาตกต่ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์ในทุกจังหวัดช่วยกันสั่งซื้อส
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นในแต่ละสาขา/ประเภท รวม 36 สาขา/ประเภท เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก ได้ยึดถือเป็นแบบอย่างตามแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตรประจำทุกปี ซึ่งเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความสามารถเชิงประจักษ์ทั้งในด้านมีความคิดริเริ่ม กล้าฟันฝ่าอุปสรรค มีความเป็นผู้นำ เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินกิจการทางด้านการเกษตรอย่างขยันขันแข็ง เพื่อให้กิจการด้านการเกษตรประสบผลสำเร็จ ตลอดจนเกิดความยั่งยืนในอาชีพการเกษตรของตนเอง โดยในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 จำนวน 8 สาขา ปรากฏผลดังนี้ เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ได้แก่ นายนิโรจน์ แสนไชย ปลูกพืชหลัก คือ ลำไย ที่อยู่ เลขที่ 189 หมู่ที่ 1 ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูนโทรศัพท์ (081) 951-4659 สาขาอาชีพทำไร่ ได้แก่ นา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญคนไทย ร่วมโครงการ “ซื้อมะม่วงฝากหมอ” ให้มีสุขภาพดีและช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤติ COVID-19 “มะม่วง” เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัส โควิด-19 เนื่องจากผู้รับซื้อมะม่วงเกรดส่งออกหยุดรับซื้อ เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้ โดยเฉพาะตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งปกติจะส่งมะม่วงโดยการขนส่งทางอากาศ แต่มีการระงับการขนส่งทางอากาศบางเที่ยวบิน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการส่งออกเพิ่มขึ้นจากเดิม 20 บาท ต่อกิโลกรัม เป็น 80 บาท ต่อกิโลกรัม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ประสาน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินโครงการ “ซื้อมะม่วงฝากหมอ” เพื่อเป็นการทำ CSR ของกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการกระจายสินค้า และเปิดโอกาสให้ประชาชนซื้อมะม่วงคุณภาพส่งออกส่งให้โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์และพยาบาลเป็นขวัญกำลังใจ ด้าน นายมนตรี ศรีนิล นายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย แจ้งว่า สถานการณ์มะม่วง ปี 2563 เกิดปัญหาการส่งออกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19 ทำให้มีการปิดด่านมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว เวียดนาม ที่เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตมะม่วงหลัก
