กล้วย
จบการศึกษาด้านบริหารจัดการ หาประสบการณ์จากการปลูกกล้วยหอมทองจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วจึงกลับมาบ้านเกิด มาดำเนินกิจการตัวเองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อส่งลูกค้าและปลูกเอง สร้างศูนย์เรียนรู้และจุดท่องเที่ยวทางการเกษตร พร้อมให้ความรู้และร่วมดำเนินธุรกิจ หากท่านเดินทางไปทาง ถนนสายจุน-เชียงคำ จังหวัดพะเยา ผ่านตำบลห้วยยางขาม สังเกตทางขวามือจะพบแปลงปลูกกล้วยหอมทองและสตรอเบอรี่ ในชื่อ “ฮักสวนกล้วย” ผู้เขียนแวะเข้าไป ก็พบกับชายหนุ่มเจ้าของแปลง คือ คุณประสาธน์ เปรื่องวิชาธร ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านคือ บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ซึ่งเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนอำเภอจุน ไปเรียนจบปริญญาตรีที่วิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง สาขาบริหารจัดการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเกษตรมากนัก เมื่อเรียนจบได้มีโอกาสไปทำงานยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดติดกันนี้เอง โดยไปทำสวนกล้วยหอมทอง บังเอิญโชคดีที่ไปทำในแปลงที่เป็นการทำแนวอินทรีย์ ไม่ได้ไปทำในส่วนที่เขาปลูกแบบใช้สารเคมีที่เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ ทำอยู่ที่ สปป. ลาว ได้พอสมควร เก็บเกี่ยวความรู้
กล้วย ถูกนำมาใช้แทนคำเปรียบเปรยในประโยคบ่อยครั้ง เช่น เรื่องกล้วยๆ ของกล้วยๆ หรือแม้กระทั่ง คำว่า ง่ายกว่ากล้วย ก็แสดงให้เห็นว่า กล้วย เป็นไม้ผลชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ง่าย นำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย รวมถึง ปลูกง่าย การันตีการปลูกว่า “ง่าย” ได้ไม่ยาก ลองพิจารณาจากตรงนี้ พื้นที่เพียง 1 ตารางวา ก็สามารถปลูกกล้วย ให้ได้ผลผลิตดี งอกงาม ใช้ประโยชน์ในทุกส่วนจากต้นกล้วยได้ ไม่ยากจริงๆ วิธีปลูก – หลุมปลูก ควรขุดหลุมขนาดประมาณ 50 คูณ 50 เซนติเมตร (กว้างxยาวxสูง) ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม 3-4 กำมือ หากมีปุ๋ยคอก ให้ใช้ปุ๋ยคอก แต่ถ้าไม่มีให้ซื้อปุ๋ยชีวภาพมาใส่แทน – พันธุ์ สายพันธุ์กล้วยจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีสายพันธุ์ที่ดีก็วางใจไปเกินครึ่งว่า การปลูกกล้วยครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ได้เครือใหญ่ ผลสวย รสชาติดี แต่ถ้าสายพันธุ์ไม่แน่ชัด ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ เพราะกล้วย อย่างไรก็คือ กล้วย ถ้าไม่ใช่กล้วยป่าก็ไม่ต้องกังวล เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีเมล็ดในผลกล้วยให้รำคาญยามกิน หน่อกล้วย หาซื้อได้ตามชอบใจ ตามร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ หากพื้นที่เพียง 1 ตารางวา จำนวน 1 หน่อ จัดว่ากำลังดี เมื่อได้หน่อกล้วยมา
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 เกษตรกรชาวจังหวัดสกลนครที่ผ่านมาปลูกอะไรก็ไม่สำเร็จ แต่เมื่อได้ลองปลูกกล้วยหอมทอง ผลไม้ที่เต็มไปด้วยสารอาหาร กลับพบว่าประสบผลสำเร็จมีรายได้มากถึงไร่ละ 1 แสนบาท และมีการรวมกลุ่มเกษตรกร จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข็มแข็งเพื่อส่งขาย โดยนายทอง ตกพันธุ์ อายุ 58 ปี และ นางมะณีวัน พรมกสิกร อายุ 51 สองสามีภรรยา ชาวบ้านนาถ่อน ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพังโคน สกลนคร ช่วยกันดูแลกล้วยหอมทองกว่า 1 พันต้น ที่ปลูกไว้ในพื้นที่ 4 ไร่ โดยมะณีวัน เล่าว่า เดิมทำนา ปลูกยางพารา แต่ราคาตกต่ำ จึงหันมาปลูกมะเขือเทศก็ต้องขาดทุน เพราะโดนศัตรูพืชระบาด ต่อมาศึกษาพบว่ากล้วยหอมทองเป็นที่ต้องการของตลาด จึงซื้อพันธุ์กล้วยหอมทองจากปทุมธานี 400 ต้นมาปลูกตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อน นายทอง กล่าวว่า การปลูกกล้วยหอมทอง ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมดิน โดยขุดหลุมปลูกขนาด ขนาด 50X50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร ระยะห่างต่อหลุม 2 เมตร นำหน่อกล้วยลง จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกผสม ใช้ดินและฟางกลบรอบหลุม หมั่นดูแลเติมปุ๋ยคอกและให้น้ำ ระวังโรคจุดใบด่าง และใบไหม้ ใช้เวลา 6-7 เดือน ต้นกล้วยจะให้ผลผลิตพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วยได้
หลังจบปริญญาตรีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กิตินัน นุ้ยเด็น เด็กหนุ่มจากตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เลือกใช้ชีวิตเป็นเกษตรกร โดยทำการเกษตรแบบเต็มรูปแบบ ร่วม 3 ปี บนไร่ อ.การเกษตร (สามพี่น้อง) ใช้ความรู้จากการศึกษาค้นหาและลงมือทำ ก่อนตัดสินใจพลิกสวนยางพาราอายุเกิน 25 ปี เป็นสวนมะละกอ สวนกล้วยหอมและกล้วยไข่ มีผลผลิตออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้งดงาม เฉลี่ยเดือนละ 30,000-50,000 บาท เป็นสินค้าเกษตรที่ตลาดต้องการ ทั้งในประเทศและเพื่อนบ้าน อาทิ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ด้วยการบริหารจัดการในระดับแนวหน้าของจังหวัด จนประสบความสำเร็จเป็นเกษตรกรตัวอย่าง เป็นเกษตรยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือเกษตรคนรุ่นใหม่ ตามโครงการของกระทรวงเกษตร “กิตินัน” เล่าว่า เนื่องจากสวนยางพารามีอายุมาก ต้นแก่มากแล้ว ประกอบกับปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ พันธุ์แขกดำ 400 ต้น และปลูกกล้วยหอม กล้วยไข่ 2,000 ต้น ตั้งเป้าหมายว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ที่เหลือเป็นยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ป
การรับประทานกล้วยสด ไม่เพียงได้คุณค่าจากสารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากรู้วิธีนำกล้วยมาแปรรูปอย่างถูกต้อง ก็ยังสามารถได้ประโยชน์จากการแปรรูปอีกต่อหนึ่งด้วย ผลิตภัณฑ์กล้วยตรา ‘บีที’ เป็นการนำกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่อง(หรือกล้วยไส้ขาว), กล้วยเล็บมือนาง แล้วเสริมด้วยกล้วยหักมุกในบางคราว เข้าสู่กระบวนการแปรรูปที่ทันสมัย ปลอดภัย ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์กล้วยแปรรูปหลายชนิดที่เน้นความมีคุณค่าและโยชน์จากสมุนไพร คุณบุญชู ตุ้มมล เจ้าของธุรกิจมองว่าได้เห็นประโยชน์อย่างมหาศาลของกล้วยและน้ำผึ้ง ดังนั้นจึงจับมาผลิตเป็นกล้วยอบในน้ำผึ้งก่อนในช่วงเริ่มต้น กระทั่งเมื่อได้รับความนิยมแล้วเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว จึงได้ต่อยอดด้วยการนำสมุนไพรหลายชนิดมาผสมแล้วแปรรูปออกเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้แก่กล้วยอบเล็บมือนางที่ผสมงาขาว-งาดำและกล้วยน้ำว้าอบแช่น้ำผึ้งพริกไทยดำที่เน้นความเป็นสมุนไพร ฯลฯ คุณบุญชูบอกว่าได้รับซื้อกล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง และกล้วยหักมุก จากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และใกล้เคียงเข้าสู่โรงงานคราวละ 2-3 ตันแล้วนำมาคัดเกรด แยกเป็นกลุ่ม กล้วยที่สุกนำไปปอกเปลือกล้างทำควา
ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เรื่องการปลูก “กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50” ที่ “บ้านสวนคลายทุกข์” ของ “คุณศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ” ปัจจุบัน ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 72 หมู่ที่ 6 บ้านคำสมบูรณ์ ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัดการฟาร์ม คือ คุณคมกฤช สุขกุล โทร. (095)479-5740 “บ้านสวนคลายทุกข์” คุณคมกฤช สุขกุล เล่าให้ฟังว่า ฟาร์มบ้านสวนคลายทุกข์แห่งนี้มีเนื้อที่ 32 ไร่ เดิมใช้เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา ต่อมา ปี 2558 ได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยแบ่งพื้นที่ จำนวน 5 ไร่ เพื่อทำนา รวมทั้งปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร และพันธุ์ทูลเกล้า ในวงบ่อซีเมนต์ จำนวน 600 บ่อ นอกจากนี้ยังปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร พันธุ์ทูลเกล้า มะนาวพันธุ์ตาฮิติ และมะนาวเลมอนเม็กซิกัน ลงดินอีก จำนวน 1,200 ต้น และแบ่งพื้นที่ จำนวน 6 ไร่ เพื่อทำสวนกล้วยเชิงการค้า โดยเลือกปลูกกล้วยพันธุ์น้ำว้าปากช่อง 50 เนื่องจากกล้วยน้ำว้านับเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ปัจจุบัน ผลผลิตกล้วยน้ำว้ายัง
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดีไม่มีตก ตามร
มีโอกาสพูดคุยกับ คุณร่มไม้ นวลตา เกษตรจังหวัดสกลนคร เกี่ยวกับพื้นที่ปลูกข้าว และการทำเกษตรของจังหวัดสกลนคร โดยข้าวมักมีปัญหาเรื่องราคาทุกปี ผลผลิตก็ไม่มาก อยู่ที่ 400-450 กิโลกรัม ต่อไร่ และบางรายก็ปลูกไว้แต่พอกิน และหันไปปลูกพืชอื่นแทนก็มี เกษตรกรที่ไม่ทำนาแต่หันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน เน้นไปที่ กล้วย บางช่วงสามารถสร้างรายได้วันละกว่าหมื่นบาท เกษตรกรที่ว่าอยู่บ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยเกษตรกรรายนี้ หันมาทำเกษตรผสมผสาน เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ประสบผลสำเร็จจริงจังเมื่อ 4 ปีนี้ ขับรถออกจากจังหวัดสกลนคร มุ่งหน้าไปตามถนนสาย สกลนคร-อุดรธานี ประมาณ 24 กิโลเมตร ระหว่างบ้านดงมะไฟ และบ้านหนองเม็ก จะพบป้ายบอกทาง เข้าวัดถ้ำขาม เลี้ยวซ้ายเข้าไป ผ่านบ้านกลาง บ้านหนองดินดำ ราว 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับบ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งริมทางส่วนใหญ่จะเป็นสวนของเกษตรกรที่ปลูกพืชมากมาย และซ้ายมือจะพบกับ “ไร่สุขพอเพียง” มีผลผลิตทางการเกษตรวางขาย ทั้ง กล้วยหอมทอง หน่อกล้วย อีกมากมายไว้จำหน่าย หลังจากทักทายแล้ว คุณทรงศักดิ์ ปัญญาประชุม อายุ 70 ปี เจ้าของไร่ เล่
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณจันทร์ นาชัยดุลย์ 117 หมู่ที่ 7 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม 44130 โทรศัพท์ (086) 237-2683, (082) 836-8780 มีอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงเพราะใช้สารเคมี พร้อมทั้งได้ประกอบอาชีพเสริมเป็นช่างไม้ โดยรับเหมาก่อสร้างในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นผู้รับเหมาซึ่งต้องรับผิดชอบและดูแลลูกน้องทุกคน ทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บเพราะกำไรเล็กน้อย เงินที่ได้ก็ต้องนำมาลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทำให้ต้องกู้เงินและมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณจันทร์ได้รับชมข่าวสารจากโทรทัศน์ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งเข้ารับการอบรมกับทางอำเภอในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำให้เกิดแนวคิดการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือ ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เงินที่หาได้มาก็ใช้แต่ในสิ่งจำเป็น และเหลือเก็บเป็นเงินออม ทำให้ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดเพราะอยู่บ้านก็มีข้าวกิน ปัจจุบันไม่มีหนี้สิน มีเงินออม มีความสุขอยู่กับครอบครัว และได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ครูเกษตรชุมชนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ตามแนวทางปร
สวนกล้วยหอมทองเมืองเพชรอ่วมน้ำท่วมใหญ่รอบ 30 ปี สหกรณ์การเกษตรท่ายางโอดเสียหายกว่า 10,000 ต้น สูญเงิน 2 ล้าน ชี้กระทบส่งออกญี่ปุ่น หวั่นพุ่งลูกละ 15 บาท นายมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาดสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่และคุณภาพดีถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างหนัก หลังจากเขื่อนแม่ประจันต์ในอำเภอหนองหญ้าปล้องเร่งระบายน้ำ ส่งผลให้สวนกล้วยหอมของสมาชิกสหกรณ์กว่า 10,000 ต้น เสียหายสูญรายได้ประมาณ 2 ล้านบาท หากสำรวจความเสียหายทั้งจังหวัดจะมีมูลค่ามากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม สมาชิกได้แก้ไขปัญหาโดยการพายเรือตัดกล้วยที่มีความแก่ไม่ถึง 70% ที่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวไปจำหน่ายในตลาดได้ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับโรงงานแปรรูปกล้วยฉาบ และผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จะทำให้ปริมาณกล้วยหอมออกสู่ตลาดทั่วประเทศน้อยลง เพราะจังหวัดเพชรบุรีเป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่ป้อนผลผลิตไปจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงกระทบต่อการส่งออกไปญี่ปุ่นที่เป็นตลาดใหญ่ และกำลังขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้มีแนวโน้มว่า จะทำให้ราคาขายปลีกกล้วยหอมในตลาดปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยลูก
