กล้วย
วันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน กล้วยน้ำว้าขาดตลาดราคาแพงมากหลังเกิดภัยแล้งต่อเนื่องติดต่อกัน ทำให้กล้วยน้ำว้าในตลาดสดเทศบาล 2 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ราคาสูงตามไปด้วยโดยกล้วยน้ำว้าเริ่มต้นที่ราคาหวีละ 20 – 80 บาท แถมหาซื้อได้ยาก ส่วนใหญ่จะพบแต่หวีเล็กๆลูกเล็กไม่สวย ส่วนหวีใหญ่ๆลูกสวยๆนั้นจะมีราคาแพงมาก คืออยู่ที่ 50 บาทขึ้นไปแถมมีน้อยมากเนื่องจากผลกระทบจากภาวะแล้งที่ผ่านมา ด้านนางประนอม แซ่ฮ้อ อายุ 50 ปี แม่ค้ากล้วยในตลาดสดเทศบาล 2 กล่าวว่า ในช่วงนี้ผลผลิตกล้วยออกมาสู่ท้องตลาดจำนวนน้อยมากเนื่องจากขาดน้ำลำต้นหักโค่นทำให้กล้วยหวีเล็กลงและมีน้อยส่วนผู้บริโภคนิยมรับประทานจำนวนมากเมื่อของออกสู่ตลาดน้อยจึงทำให้ขาดตลาดและราคาสูงขึ้น นางผ่อน พูลใจ อายุ 67 ปี แม่ค้ากล้วยในตลาดสดเทศบาล 2 กล่าวว่าในช่วงนี้มีผลผลิตกล้วยออกสู่ท้องตลาดน้อยลงหลังกระทบแล้วซึ่งเจ้าของสวนนำมาส่งให้ก็ราคาสูงอยู่แล้วแถมลูกและหวีเล็กลงเนื่องจากขาดน้ำแต่ก็ต้องรับซื้อไว้เนื่องจากเป็นการค้าหากไม่รับซื้อไว้ขายในช่วงผลผลิตที่ออกมามากสวยงามเขาก็จะไม่ขายให้เรา ในช่วงนี้ราคากล้วยจึงแพงมากเริ่มต้นก็อยู่ ที่ 20 บา
นายสุริยา ธรรมธารา สมาชิก อบต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เจ้าของสวนและผู้จำหน่ายกล้วยหอมรายใหญ่ในจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ปีนี้กล้วยราคาพุ่งสูงขึ้นมาก เนื่องจากความต้องการสูง ส่งผลให้ราคาหน่อกล้วยพุ่งสูงขึ้นมาก จากราคาหน่อละ 1-3 บาท ขึ้นไปถึงหน่อละ 10 บาท ตามอายุต้นกล้า ซึ่งที่สวนของตนเมื่อต้นปีที่ผ่านมาขายไปแล้ว 140,000-150,000 หน่อ ขณะที่ผลผลิตกล้วยหอมก็ไม่มีจำหน่ายให้ผู้ซื้อจากจังหวัดชุมพร เพชรบุรี หนองคาย เชียงใหม่ เชียงราย น.ส.ศิลาพร สิงหลักษณ์ รองประธานกลุ่มแม่บ้านบ้านเกาะคู เกษตรกรผู้ปลูกและขยายหน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยประสบปัญหาผลผลิตเสียหายจากภาวะภัยแล้ง จึงมีการสั่งซื้อหน่อกล้วยเข้ามาจำนวนมาก รายละไม่ต่ำกว่า 100-1,000 หน่อ ปัจจุบันราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากหน่อละ 15 บาท เป็น 20 บาทแล้ว ซึ่งตนปลูกไว้จำนวนมากและผลผลิตไม่เสียหาย จึงขายในราคาไม่แพง ด้านการขายพันธุ์มะพร้าว นายธนภัทร หลงสมบุญ เจ้าของสวนธนภัทร จำหน่ายพันธุ์มะพร้าว จ.นครปฐม กล่าวว่า ปีนี้ราคาต้นพันธุ์มะพร้าวสูงกว่าปีที่ผ่านมากว่า 100% หรือเพิ่มขึ้นเท่าตั
กล้วยไข่ เกษตรศาสตร์ 2 เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์กล้วยไข่ อาศัยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ร่วมกับการใช้รังสีแกรมมาในการปรับปรุงพันธุ์ จากนั้นทำการคัดเลือกกล้วยไข่ที่มีลักษณะดี มีความคงตัวของสายพันธุ์ และสามารถตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมได้ กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2 มีลักษณะเด่น เหมาะแก่การปลูกเพื่อการส่งออก เนื่องจากมีเหลืองอ่อนแม้ยังดิบ เนื้อละเอียดเนียน ไม่มีไส้กลาง คล้ายกล้วยหอมทอง ลักษณะภายนอก ผลป้อมปลายมน สีผิวเหลืองสดใส ปลายทู่ แต่ความยาวก้านผลยาวมากกว่าเดิม จึงทำให้การเรียงของผลภายในหวีเป็นระเบียบ ผลไม่เกยกัน การวางตัวในแต่ละเครือสวยงาม ทำให้ได้ผลผลิตที่สามารถส่งออกได้ต่อเครือสูงขึ้น ดังนั้น แม้จะปลูกในพื้นที่เท่าเดิม ปริมาณเท่าเดิม แต่สามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ ด้วยเหตุนี้ กล้วยไข่พันธุ์เกษตรศาสตร์ 2 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทน กล้วยไข่ ในการสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยในต่างประเทศ จากโครงการ “Branding Project-Thai Produce and Grains กล้วยไข่” มีการขยายพันธุ์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปลูกตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน กล้วยไข่พันธุ์เกษตรศาสตร์ 2 สามารถปลูกได้ทั้งที่ลุ่มและที่ดอน
