กัญชา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผนึกกำลังภาคเอกชน “ทีเอชซีจี กรุ๊ป” ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนฯบ้านทุ่งแพม–เขาค้อ–ทุ่งนางแลฯ ลุยวิจัยและพัฒนากัญชา กัญชง และกระท่อม เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ พาณิชย์และอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดย ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี ร่วมกับ บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด โดยนายธนารัตน์ จิตต์พายัพ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนางอรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล ประธานที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปบุกเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ นายพลวรรธน์ พญาพิทักษ์สกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก,เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จ.แม่ฮ่องสอน และนายณัฐวรรธน์ วรพนิตกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนทุ่งนางแลสมุนไพรเพื่อการแพทย์ จ.เพชรบูรณ์ ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการศึกษา วิจัย และพัฒนาโครงการวิจัย กัญชา กัญชง กระท่อม และพืชสมุนไพร เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โดยมี ศ.ดร.พิชัย สนแจ้ง และ ผศ.ดร.ภูธดา คุนผลิน ที่ปรึกษา บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอา
“กัญชา” พืชเศรษฐกิจที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สำหรับพืชชนิดนี้ได้รับความสนใจจาก ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เห็นความสำคัญเกี่ยวกับการปลูกกัญชา โดยปลูกและผลิตกัญชาในระบบปิด (indoor) เพื่อทำวิจัยและเพิ่มศักยภาพเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยเริ่มดำเนินการตามแนวทางการกำกับของคณะกรรมการพืชเสพติดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา และได้รับอนุญาตให้ดำเนินการวิจัยกัญชา จึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนเดินหน้าพัฒนาห้องปลูกและห้องสกัดสารสำคัญจากกัญชา ในอาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน รศ.ดร.ธานี ศรีวงศ์ชัย คณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยการปลูกและสกัดสารสำคัญจากกัญชาเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ คณะเกษตร เปิดเผยว่า โครงการวิจัยนี้จะพัฒนาเป็นต้นแบบการปลูกกัญชาระบบปิด โดยมีทีมคณะนักวิจัยของคณะเกษตร ประกอบด้วย รศ.ดร.สุตเขตต์ นาคะเสถียร ภาควิชาพืชไร่นา รศ.ดร.พัชรียา บุญกอแก้ว ภาควิชาพืชสวน รศ.ดร.ธิดา เดชฮวบ ภาควิชาโรคพืช นายนฤพนธ์ น้อยประสาร และ น.ส.อมรรัตน
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2564 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชงอินทรีย์ภาคเหนือ (Northern organic Hemp: NOH) ซึ่งประกอบไปด้วยวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และลำพูน จำนวน 16 วิสาหกิจชุมชน ในโครงการปลูกกัญชงสายพันธุ์ที่ให้สารสำคัญสูง เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในภาคเหนือของประเทศไทย ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและจัดทำเป็นฐานข้อมูลสะดวกใช้ในระบบ Cloud โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นายสุชาติ อินต๊ะเขียว ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกกัญชงอินทรีย์ภาคเหนือ เป็นผู้แทนลงนามทั้งสองฝ่าย โอกาสนี้ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(ปฏิบัติงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และ ดร.ธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจ (ผ่านระบบออนไลน์) แก่เกษตรกรในเครือข่ายที่ได้ร่วมโครงการกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารของทางสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยายาน ณ สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โครงการปลูกก
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. และมูลนิธิเพื่อสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สพว. ซึ่งจะมีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการวิจัยและพัฒนาพืชกัญชงของประเทศสู่อุตสาหกรรมระหว่างทั้งสามหน่วยงาน ผ่านทางระบบ Facebook Live ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการทำงานและการใช้ทรัพยากรร่วมกันของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการศึกษาวิจัยและพัฒนาต่อยอดงานวิจัยด้านกัญชงอย่างครบวงจร และร่วมกันนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงนโยบาย เชิงสาธารณะ และเชิงพาณิชย์ ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานได้มีการดำเนินงานในการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมในเรื่องของกัญชงมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ร่ว
รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ตอนนี้กฎหมายกัญชงเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564 เริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งกฎหมายกัญชาได้เริ่มมาก่อนแล้ว แต่ลักษณะกฎหมายของทั้งสองอันนี้ต่างกัน คือ ใบอนุญาตของกัญชาอยู่ในมือของหน่วยงานรัฐบาล แต่ใบอนุญาตของกัญชงอยู่ที่นิติบุคคล ประชาชน และบริษัท เรื่องทิศทางธุรกิจรวมถึงในประเทศไทยและต่างประเทศ หากมองกันจริงๆ แล้ว เรื่องของกัญชาการเปิดกว้างทางกฎหมายถือว่ายังไม่เยอะ นึกถึงสารในกลุ่ม cannabinoid เปรียบเทียบง่ายๆ กับ คาเฟอีน ปัจจุบันคาเฟอีนใช้กันทั่วโลก ตอนนี้ CBD เริ่มจะเปิดขึ้นเรื่อยๆ มีการใช้ ตลาดโลกเปิดค่อนข้างสูง ถ้าดูฝั่งทางด้านอเมริกาเปิดไปค่อนข้างเยอะแล้ว และเต็มพิกัด บางรัฐทยอยเปิดขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงทางใต้ แล้วก็มีประเทศไทยในโซนเอเชียเจ้าเดียว ถ้าดูที่ยุโรป ซึ่งประชากรในยุโรปค่อนข้างสูง แต่การใช้ในยุโรปจากข้อมูลที่ค้นคว้ามา มีการใช้อยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบัน ปี ค.ศ. 2021 ขยายตัว 21 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน
รศ. ดร. เภสัชกรหญิง กรกนก อิงคนันท์ ผู้อำนวยการสถานีจิวัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านกัญชาและกัญชง จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ การเตรียมสารสกัดและการควบคุมคุณภาพ “กัญชา-กัญชง” ที่งานมหกรรมกัญชา กัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน เล่าเรื่องการเตรียมสารสกัดและก็การควบคุมคุณภาพของสารสกัดจากกัญชงและกัญชา เราจะเห็นว่าทุกท่านที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี้มุ่งหวังจะสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจากกัญชาและกัญชง และสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพคือ 1.ถูกกฎหมาย 2. มีคุณภาพและได้มาตรฐาน 3. ปลอดภัย ความแตกต่างระหว่าง กัญชา กับกัญชง กัญชา และกัญชง อยู่พืชชนิดเดียว ซึ่งลักษณะที่แตกต่างกันเราทราบกันอยู่แล้ว ในทางกฎหมายถ้าเป็นกัญชง มีฤทธิ์ทางเภสัชด้วยแต่ก็ทำให้เมาได้ ทำให้สาร THC เป็นจุดออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำช่อดอกกัญชาและกัญชงเป็นยาเสพติด ประเภท 5 ถ้าเป็น กัญชง ทุกส่วนรวมกัน THC จะต้องไม่เกิน 1% ถ้า THC เกิน 1% จะเรียกว่า กัญชา ถ้าเป็นทางกฎหมายบางทีจะพูดถึงเรื่องศัพท์สปีชีส์ไว้ว่าชื่อกัญชง คือ Cannabis sativa ศัพท์สปีชีส์ sativa และ กัญชา Cannabis sativa ศัพท์สปีชีส์ Ind
ชื่อสามัญ กัญชา (Cannabis) ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis sativa L. ssp. Indica วงศ์ CANNABIDACEAE ณ เวลานี้ คงไม่มีพืชตัวไหนร้อนแรงเท่ากัญชาอีกแล้ว เส้นทางเดินของมันช่างยาวนานผ่านบทบาทอันโชกโชน…ในอดีต กัญชา เคยเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายมาก่อน จนกระทั่งองค์การสหประชาชาติได้รับเอาอนุสัญญาเดี่ยว ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 และประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกจึงเข้าลงนามผูกพันตามอนุสัญญาดังกล่าว ประเทศไทยนำกัญชามาใช้ในเชิงสันทนาการมานานแล้ว ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็ยังปรากฏหลักฐานในภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง “รามเกียรติ์” ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 ที่กองทัพลิงสูบกัญชาอย่างสนุกสนาน และบทละครเรื่อง “ระเด่นลันได” ของพระมหาเทพ (ทรัพย์) ซึ่งอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ก็มีการกล่าวถึงกัญชาอยู่บ่อยๆ เมื่อนั้น… นางประแดะหูกลวงดวงสมร ครั้นรุ่งเช้าท้าวประดู่ภูธร เสด็จจรจากเวียงไปเลี้ยงวัว โฉมเฉลาเนาในที่ไสยา บรรจงหั่นกัญชาไว้ท่าผัว แล้วอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว หวีหัวหาเหาเกล้าผมมวย… ———- …แล้วเชิญหม้อตุ้งก่าออกมาตั้ง นางนั่งเ
“อิสระ 01” กัญชาสายพันธุ์ไทยได้เปิดตัวในงาน มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564 โดยมี น.พ. อิสระ เจียวิริยบุญญา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ได้มาให้ความรู้ ในหัวข้อ “อิสระ 01 : Why and What Next” เป็นหัวข้อที่เก็บการให้ความรู้กัญชาพันธุ์อิสระ 01 ทั้งในทางกฎหมายและทางแพทย์ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การใช้งานในอนาคต ต้นกำเนิด กัญชง กัญชา ในประเทศไทย เริ่มต้นที่ศิลปะเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียง ซึ่งมีอายุมากกว่า 5,000 ปี โดยเครื่องปั้นดินเผามี 3 ยุค แต่ยุคแรกมีเอกลักษณ์คือลวดลายที่เกิดจากเชือกที่ทำมาจากกัญชง มาม้วนอยู่ที่เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งการขุดค้นพบภาชนะดินเผาที่บ้านเชียงนั้น มีลายตรงลายผ้าบาติคของชาวม้งในปัจจุบัน นั้นก็หมายความว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเรามีการใช้กัญชงมามากกว่า 5,000 ปี เพราะเนื่องจากชาวม้งในอดีตต้องสืบทอดพันธุ์กัญชงไว้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อที่จะเป็นยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเป็นทั้งที่อยู่อาศัย Why : ทำไม กัญชา หรือกัญชง ถึงผิดกฎหมาย ตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปี พ.ศ. 2477 เราสามารถใช้กัญชาหรือกัญชง
เมื่อเร็วๆนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีปลูกกัญชาโครงการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาที่ให้สารแคนาบินอยด์ที่มีประโยชน์ต่อการแพทย์ ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และบริษัท อีสเทิร์น สเปคตรัม กรุ๊ป โอกาสนี้ คุณธนิสร บุญสูง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทิร์น สเปคตรัม กรุ๊ป จำกัด และทีมงาน รวมถึงคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ศูนย์วิจัยเกษตรใหม่ ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปัจจุบัน กัญชา ได้รับอนุญาตให้ปลูกเพื่อประโยชน์ทางด้านการแพทย์ภายใต้การกำกับและควบคุมของกฎหมาย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนางานวิจัยที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เข้มข้นมีประสิทธิภาพ มาเป็นเครื่องมือสำหรับยกระดับภาคการเกษตร โครงการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาที่ให้สารแคนนาบินอยด์ที่มีประโยชน์ต่อการแพทย์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้ร่วมดำเนินการในรูปแบบ PPP ที่มุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาบนฐานเศรษฐกิจชีวภาพ และเป็นแหล่งผลิตสายพันธุ์กัญชาที่สามารถเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมของประเทศ ให้ผลผลิตและคุณภ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “การปลูกกัญชา 6 ต้น โนนมาลัยโมเดล” โดยมี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช. เกษตรและสหกรณ์ ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช. ศึกษาธิการ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ที่ ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน กล่าวว่า การเข้าร่วมงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดศักราช เป็นประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้พี่น้องคนไทยทุกคนเข้าถึงกัญชา ถือว่านโยบายกัญชาทางการแพทย์ ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ได้บรรจุเอาไว้ การศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี การใช้กัญชา กัญชง เพื่อมาเป็นพืชสมุนไพรทางการแพทย์ เป็นอุตสาหกรรมการทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ จะเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เป็นการสร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน โดยกำหนดกลไกการดำเนินงานที่รัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางสังคม ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด “เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่รัฐบาลมีนโยบายให้พัฒนากัญชา กัญชง ให้เป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นผลมาจากการเห็นถึงคุณค่าของกัญชาและกัญชง ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของคนไทย
