กัญชา
อีกไม่นาน “กัญชา” กำลังจะกลับมาเป็นฮีโร่ให้กับวงการแพทย์แผนไทย ทั้งที่ กัญชาก็เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ใช้ในครัวเรือนเป็นปกติในอดีตมาตลอด ไม่ได้มีบทบาทอะไรเด่นชัด ปัจจุบัน กัญชา จึงเป็นสิ่งใหม่ที่ทุกคนควรทำความเข้าใจถึงการใช้ประโยชน์ให้ถ่องแท้ ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายถึงเส้นทางการใช้ประโยชน์กัญชา ในมุมของเภสัชกรที่คร่ำหวอดในวงการสมุนไพรไทย ว่า สมัยโบราณกัญชาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของชุมชน ถูกนำไปใช้ในครัวเรือนเป็นเรื่องปกติ นำส่วนต่างๆ ของกัญชา เช่น ใบ ดอก ราก เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร เพิ่มรสชาติ ปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร เรียกเป็นชื่อยาหมูพี แทนชื่อกัญชา ในภาคเหนือ และเรียกยาหมูอ้วน แทนชื่อกัญชา ในภาคกลาง แสดงให้เห็นว่ามีผลต่อผู้บริโภคทำให้อ้วนแบบแข็งแรง หรือ ไม่ป่วยง่าย “กัญชาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของชุมชน แต่คนในอดีตจะทราบว่า ใช้มากน้อยแค่ไหน ถึงจะเกิดคุณเกิดโทษ ในตำรับยาพื้นบ้านก็มีส่วนประกอบของกัญชา แม้แต่ตำรับยาไทยก็มีชื่อปรากฎในตำรับยา ซึ่งมีการจารึกในแพทย์แผนไทย เมื่อนำไปใช้ในสัตว์ก็สามารถรักษาสัตว์ที่
วันที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 15.00 น. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองศาสตราจารย์สิรี ชัยเสรี รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือวิจัย และพัฒนาสายพันธุ์กัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะนำกัญชาสายพันธุ์ไทยที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีโลหะหนัก ไม่มีพิษ ไม่มีสารอันตรายจากเชื้อรา ไม่มียาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา คุณภาพมาตรฐานเมดิคลัลเกรด นำไปใช้ในตำรับยาแพทย์แผนไทย ทั้ง 16 ตำรับ เพื่อใช้ในการรักษาให้กับผู้ป่วยให้เหมาะสมกับโรคต่อไป รวมถึงจะเป็นหน่วยงานกลาง ในการขับเคลื่อน ประสานงาน ให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง นำวัตถุดิบจากกระบวนการปลูก การแปรรูป การสกัด เพื่อนำไปใช้ในการวิจัย การรักษาพยาบาล การจัดเก็บข้อมูลการวิจัยและการรักษาพยาบาล รวมทั้งเพิ่
วันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการด้านการประเมินรับรองตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาและกระท่อมและการใช้ยาแผนไทย ที่มีกัญชาและกระท่อมปรุงผสมอยู่ในหน่วยบริการสาธารณสุขของรัฐและเอกชน ซึ่งมีการพิจารณาตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมเฉพาะรายของหมอพื้นบ้าน โดยหนึ่งในนั้นมีการพิจารณาน้ำมันกัญชาสูตรของ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการหารือนอกรอบถึงเรื่องของการปรับปรุงสูตร นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การพิจารณาตำรับยาแผนไทยของหมอพื้นบ้านที่มีส่วนผสมของกัญชา มียื่นขอรับการพิจารณาทั้งสิ้น 68 ตำรับ ทั้งนี้คณะกรรมการด้านการประเมินรับรองตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาฯ ได้ดำเนินการพิจารณาตำรับยาของหมอพื้นบ้านที่ส่งเข้ามาแล้ว 2 ครั้ง รวมจำนวนตำรับยาที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวพิจารณาทั้งสิ้น 9 ตำรับ ผ่านความเห็นชอบ 8 ตำรับ และไม่เข้าเกณฑ์ 1 ตำรับ โดย 8 ตำรับ ที่ผ่านความเห็นชอบ มีตำรับน้ำมันกัญชาของ นายเดชา รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการฯ จะรายงานเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการการนำกัญชาและกระท่อมมาใช้ประโยชน์ทางก
กัญชา หรือ พืชกัญชา จัดเป็นพืชล้มลุกในประเภทของหญ้า ชนิด cannabis sativa เป็นที่รู้จักของมนุษย์โลกมากว่า 5,000 ปี เพราะมนุษย์เรานำกัญชามาใช้ตามความเชื่อ วัฒนธรรม และพิธีกรรม รวมทั้งนำมาเป็นยาด้วยความเชื่อว่าช่วยสร้างความผ่อนคลาย ทำให้เพลิดเพลิน หรือที่เรียกว่า recreational substance อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว เพื่อการเข้าสังคม สังสรรค์ หรือเพื่อหลบหนีปัญหาความเครียดทางด้านจิตใจ หรือความกดดันในจิตใจ จากข้อมูลของกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้รายละเอียดของพืชกัญชาว่า มีลักษณะต้นสูงประมาณ 2-4 ฟุต ใบแตกเป็นแฉกคล้ายใบสัมปะหลังหรือใบละหุ่ง ริมใบทุกแฉกมีลักษณะเป็นจักๆ ใบหนึ่งมีราว 5-8 แฉก ในก้านเดียวกัน ออกดอกตามง่ามกิ่งก้าน จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เนื่องจากออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทั้งการกระตุ้น กด และหลอนประสาท หากใช้โดยไม่มีจุดมุ่งหมายทางการแพทย์อย่างชัดเจนเพื่อการรักษา ย่อมจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือสภาพจิตใจของของผู้ใช้ยา ด้านหนึ่งกัญชาก็ออกฤทธิ์ที่พึงประสงค์เพื่อการปรับแก้สมดุล กระตุ้นร่างกาย แต่อีกด้านก
(27 พฤษภาคม 2562 / สป.อว.) นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่าง ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกรรมการบริหารบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ระบุ วว. พร้อมใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พัฒนากระบวนการสกัดสารสำคัญในกัญชา ได้แก่ THC (Tetrahydrocannabinol) และ CBD (Cannabidiol) ความบริสุทธิ์สูงในระดับห้องปฏิบัติการและระดับอุตสาหกรรม (Pilot scale) รวมถึงพัฒนาวิธีวิเคราะห์ สำหรับการควบคุมคุณภาพ และประกันคุณภาพ เพื่อสามารถออกเอกสาร Certificate of Analysis (COA) ของสารสกัดกัญชา ตามข้อกำหนดของ อย. ของประเทศเป้าหมาย ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า สำหรับความร่วมมือระหว่าง วว. และบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพีฯ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมสนับสนุ
เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีหาวิทยาลัยรังสิต แถลงข่าวผลงานวิจัยกัญชาทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบจากสารสกัดกัญชา จำนวน 4 นวัตกรรม ว่า ม.รังสิต เริ่มคิดนอกกรอบด้วยการวิจัยกัญชามาตั้งแต่ 3 ปีก่อน ตั้งแต่คนยังมองไม่เห็นคุณค่าและประโยชน์ และยังไม่รู้ว่าจะปลดล็อกมาใช้ทางการแพทย์ได้หรือไม่ ซึ่งเรามีนักวิจัยที่มีคุณภาพเกือบ 40 คน โดยเป็นดอกเตอร์กว่า 30 คน ยังมีเครื่องมือที่ทันสมัย ไม่ใช่แค่หม้อต้มหม้อเคี่ยว แต่ลงทุนทั้งหมดเกือบ 40 ล้านบาท และความก้าวหน้างานวิจัยก็มาถึงขั้นที่สกัดสารที่ไม่เคยมีมาก่อน และสามารถผลิตยาได้หลายตำรับและอนาคตก็จะผลิตอีกหลายตำรับ ล่าสุด ผลวิจัยในหนูทดลองมีผลรักษามะเร็ง โดยการฉีดสารมะเร็งในหนู และฉีดยากัญชาเข้าไปรักษามะเร็งหายแล้วในเชิงประจักษ์ ซึ่งมะเร็งถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยสูงสุด อย่างไรก็ตาม จะต้องพัฒนาต่อไปถึงในคน ซึ่งก็มีความพร้อมในการวิจัยในคนได้แล้ว “เรามีคณะแพทยศาสตร์ และมีโรงพยาบาลในเครือของเรา ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานติดต่อทั้ง รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และ รพ.นพรัตนราชธานี ที่จะทดลองยากัญชา
เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา สภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลำปาง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ลำปาง ได้จัดการสัมมนาในหัวข้อ “การใช้สมุนไพรกัญชาและการใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์” หรือ “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ (ภาคเหนือ)” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลำปาง ชั้นล่างเปิดรับลงทะเบียนผู้เข้าร่วมสัมมนาและจัดแสดงภาพโปสเตอร์ให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาไว้หลายด้าน มีผู้เข้าร่วมสัมมนาโครงการประมาณ 800 คน เต็มห้องประชุมอาคารเรียนร่วมชั้น 5 จนต้องเพิ่มเก้าอี้เสริม จากเดิมตั้งเป้ารับไว้แค่ 300 คน มีผู้ป่วย ผู้ที่ประสงค์จะปลูกในจังหวัดลำปางและสภาเกษตรกร 14 จังหวัดในภาคเหนือ ตั้งแต่อุทัยธานีขึ้นมาถึงจังหวัดเพชรบูรณ์เดินทางมาเข้าร่วมสัมมนา ผู้เข้าร่วมโครงการมีผู้ที่ประสงค์จะปลูกมากกว่าผู้ป่วย โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติเลือกจังหวัดลำปางเป็นจังหวัดแรกที่เปิดการสัมมนาการใช้สมุนไพรกัญชา ซึ่งมีจังหวัดต้นแบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ 4 จังหวัด คือ ลำปาง สกลนคร อุทัยธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งจะจัดการสัมมนาในลักษณะนี้ครบทุกจังหวัดต้
จาก “กัญชา” มา “กัญชง” ลงแปลงปลูก คิดให้ถูก ปลูกอะไร ไปแดนสรวง สูบกัญชา เคลิ้มฝัน นั้นสุขทรวง ควันอมม่วง ลวงจิต ปลิดกังวล ปลูก “กัญชง” ลงแปลง แรงงานเพิ่ม จะได้เริ่ม ผลิตภัณฑ์ อันเกิดผล ทอสายสิญจน์ พิธีการ งานมงคล ส่งเบื้องบน สู่สวรรค์ นั้นเป็นบุญ ทั้ง “กัญชง”-“กัญชา” มาเอ่ยอ้าง โครงการสร้าง พืชรายได้ ใช้เกื้อหนุน ข่าวชวนปลูก กัญชา มาสร้างทุน ผลิตยาหมุน กัญชงตาม งามผลิตภัณฑ์ ด้วยกระแสการเสนอกฎหมายให้กัญชา และพืชกระท่อมทางการแพทย์ ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วนั้น มีการเผยแพร่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้ เนื่องจากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบางบทบัญญัติบางประการไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ประกอบกับปรากฏผลการวิจัยว่า สารสกัดจากกัญชาและพืชกระท่อมมีประโยชน์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก ซึ่งหลายประเทศทั่วโลก ได้แก้กฎหมายเพิ่มเติมเพื่อเปิดโอกาส อนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาและพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรค และประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เนื่องจากพ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ. 2522 จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ห้ามเสพ หรือนำไปใช้ในการ
เมื่อวันที่ 11 เมษายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำ หนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ พ.ศ. 2562 ความว่า
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปตรวจมูลนิธิข้าวขวัญ พร้อมจับกุม นายพรชัย ชูเลิศ หรือ “อาจารย์ซ้ง” เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ กรณีปลูกกัญชา ขณะที่ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิฯ นั้นกำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปบรรยายเรื่องการปลูกข้าวที่ สปป.ลาว ระบุว่า ปลูกกัญชาไว้ สกัดน้ำมันเพื่อรักษาโรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ โดยได้แจกจ่ายให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่จังหวัดพิจิตร จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดลพบุรี ความคืบหน้าล่าสุดคือ วานนี้ (10 เม.ษ.) ภรรยานายพรชัย ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องขอประกันตัวเพื่อให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากศาลตรวจสอบเอกสารต่างๆ เสร็จเรียบร้อย ได้อนุมัติปล่อยตัวชั่วคราวโดยกำหนดวงเงินประกัน 500,000 บาท ขณะที่ นายเดชา ก็ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงบ่ายวานนี้ และเตรียมตัวเข้าพบ ป.ป.ส. ในวันนี้ (11 เม.ย.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมยืนยันว่าตนเองได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมการมีกัญชา เพื่อครอบครองทางการแพทย์แล้ว แต่ถูกจับกุมก่อน ด้านเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิชีววิถี เผยแพร่คำแถลงของ อ.
