การยางแห่งประเทศไทย
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดรับสมัครคัดเลือกบุตรเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 15 ทุน ในด้านที่เกี่ยวข้องกับยางพารา มุ่งสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ด้านยางพาราจากลูกหลานชาวสวนยางโดยตรง เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น พัฒนาอาชีพสวนยางอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดสู่นวัตกรรมในอนาคต กยท. ได้กำหนดรายละเอียดในการรับสมัครและการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีตามโครงการให้ทุนการศึกษาด้านยางพาราสำหรับบุตรเกษตรกรชาวสวนยาง ในระดับปริญญาตรี ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยได้กำหนดคุณสมบัติของผู้รับทุนเบื้องต้น คือ ต้องเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยกเว้นบุตรบุญธรรมของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. อายุไม่เกิน 25 ปี ไม่เป็นผู้มีสิทธิรับทุนการศึกษาจากแหล่งทุนอื่นหรือเคยได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี และต้องมีผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.50 และเป็นผู้ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาในสถานศึกษาที่ กยท. กำหนด ภายในปีงบประมาณที่ขอรับทุนการศึกษานั้นตามคุณวุฒิ (ปริญญา สาขา และสถาบันการศึกษา) ซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.พ. ตล
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา – นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” ในโครงการถนนสายท่องเที่ยว เกษตรงาม ริมกว๊านพะเยา โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดแสดงผลงาน-เทคโนโลยีเกษตรอย่างคับคั่ง ดันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่เกษตรกร ด้านการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ ร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ พร้อมยกบูธยางพารา เปิด Workshop สร้างสีสันภายในงาน ดึงเทคโนโลยี-นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าผลผลิตยาง ดร.เพิก กล่าวว่า งาน “Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” ครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการพัฒนาภาคการเกษตรเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยชูจุดเด่นการท่องเที่ยว เชิงเกษตรและวัฒนธรรม เนรมิตพื้นที่แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดให้กลายเป็นถนนสายดอกไม้ แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อกระตุ้นเ
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ — นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร พร้อมด้วย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะพร้อมร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมสัญจร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและเยี่ยมเยียนหน่วยงานภายใต้กลุ่มภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิตที่อยู่ในการกำกับดูแล ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกหน่วยงานได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเสริมสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ ขอขอบคุณและชื่นชม กยท. ที่คอยสนับสนุนภารกิจของหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ด้วยดีมาตลอด และขอเน้นย้ำถึงแนวทางการทำงาน โดยให้ความสำคัญกับการทำงาน
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางอย่างเป็นรูปธรรม หลังมติบอร์ดอนุมัติงบเพิ่มรวม 2,280 ล้านบาท เดินหน้ารับซื้อยางก้อนถ้วยผ่านตลาดกลาง กยท. แปรรูปเป็น STR 20 จำหน่ายผู้ประกอบการ ตั้งเป้าดูดซับ 250,000 ตัน/ปี หวังพยุงราคายางให้อยู่ในระดับเหมาะสม สร้างรายได้ที่มั่นคงให้ชาวสวนยาง-ส่งต่อยางคุณภาพสู่ผู้ประกอบการ ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ได้อนุมัติวงเงิน 2,280 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยหลังอนุมัติงบประมาณดังกล่าว กยท. ได้เริ่มดำเนินการซื้อยางก้อนถ้วยจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านตลาดกลางยางพาราของ กยท. จำนวน 4 แห่ง คือ ตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงราย หนองคาย บุรีรัมย์ และระยอง จำนวนรวมกว่า 33,000 ตัน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2568) ก่อนนำไปแปรรูปเป็นยางแท่ง STR 20 เพื่อจำหน่ายให้ผู้ประกอบการ และกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเบื้องต้น ได้มีการลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง กยท. และผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญด้านการผลิตและแปรรูปยางพารา ได้
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ RAOT เตรียมพร้อมมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาเต็มกำลัง เผยชาวสวนยางในพื้นที่ 5 จังหวัดอาจได้รับผลกระทบกว่า 55,000 ราย ไม่สามารถออกไปกรีดยางได้ตามปกติ คาดปริมาณยางพาราหายจากตลาดกว่า 4.8 แสนกิโลกรัมยางแห้งต่อวัน ยืนยันความพร้อมในการช่วยเหลือ-บรรเทาความเดือดร้อนชาวสวนยางอย่างต่อเนื่องทุกสถานการณ์ ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมจังหวัดบุรีรัมย์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และตราด ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่สามารถออกกรีดยางได้ จำนวนกว่า 55,000 ราย (ข้อมูลจากเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ในพื้นที่ 5 จังหวัด รวม 24 อำเภอ) รวมพื้นที่สวนยางประมาณ 609,000 ไร่ อาจส่งผลให้มีปริมาณยางพาราหายไปจากตลาดวันละกว่า 487,000 กิโลกรัมยางแห้ง ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว กยท. มีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวสวนยางและประชาชนในพื้นที่ จึงเร่งดำเนินมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ ห้องสถลสถานพิทักษ์ 1 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ — ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทน ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ และคณะผู้บริหาร กยท. หารือร่วมผู้ประกอบการยางพาราไทย เร่งกำหนดแนวทางยกระดับราคายาง ลดความผันผวน พร้อมวางมาตรการเพิ่มเสถียรภาพราคาอย่างยั่งยืน ดร.เพิก กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ราคายางพาราในประเทศอาจมีการผันผวนบ้าง เนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีผลต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ในห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กยท. ได้ติดตามสถานการณ์ พร้อมเตรียมมาตรการเบื้องต้นเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านราคาและปริมาณผลผลิตยางในระบบ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อราคายาง ได้แก่ ความต้องการใช้ยางในภาคอุตสาหกรรม, แนวโน้มเศรษฐกิจระหว่างประเทศ, พฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภค และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ทางด้านปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ ระดับราคายางของตลาดในแต่ละพื้นที่ การรับซื้อของผู้ประกอบการ และความจำเป็นในการพัฒนากลไกด้านการสื่อสารให้ทุกภาคส่วนเข้าใจตรงกัน รวมไปถึงภัยพิบัติน
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีเปิด “งานมหกรรมเกษตรไทยก้าวสู่อนาคต ด้วยศาสตร์พระราชา” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ ด้าน กยท. ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายในงาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 สืบสานพระราชปณิธานด้านการเกษตร น้อมนำศาสตร์พระราชา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรไทย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นายดิษฐเดช กล่าวว่า งานมหกรรมเกษตรไทยฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมเอาความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตรจากหน่วยงานในสังกัด กษ. มาจัดแสดงและสาธิต ซึ่ง กยท. ได้จัดแสดงผลงานภายใต้แนวคิด “ตามรอยศาสตร์พระราชา สู่สวนยางอารยเกษตร พอเพียงอย่างยั่งยืน” ถ่ายทอดแนวทางจัดการสวนยางพาราเชิงอารยเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองในแนวคิด “ยางมีค่า ป่ายั่งยืน ชีวิตมั่นคง” โดยภายในนิทรรศการได้นำเสนอองค์ความ
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ RAOT โดย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมงาน International Rubber Conference 2025 (IRC 2025) พร้อมเป็นผู้แทนในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลในภาคอุตสาหกรรมยางไทยกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน และรับมอบโล่เกียรติคุณจาก ผศ.ดร.กฤษฎา สุชีวะ ประธานคณะกรรมการจัดการประชุม IRC 2025 สมาคมโพลิเมอร์แห่งประเทศไทย ซึ่งงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Rubber Revolution: Balancing Nature and Innovation for a Sustainable Future” ตอกย้ำบทบาทสำคัญของไทยในภาคอุตสาหกรรมยาง พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ผสานธรรมชาติและนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน นายดิษฐเดช กล่าวว่า การจัดงานภายใต้ธีม “Rubber Revolution: Balancing Nature and Innovation for a Sustainable Future” สะท้อนถึงการพัฒนายางพาราในยุคใหม่อย่างชัดเจน เนื่องจากอุตสาหกรรมยางพาราไม่ใช่เพียงภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นรากฐานทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวสวนยางซึ่งเป็นผู้ผลิตยางต้นน้ำที่มีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ ไทยในฐา
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ RAOT นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อความร่วมมือทางด้านการบริหารจัดการผลผลิตยางพารา กับ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด โดย นายบัณฑิต เกิดวงศ์บัณฑิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มุ่งยกระดับบริหารจัดการผลผลิตยางรองรับความต้องการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เกิดความสมดุลของยางพาราทั้งระบบนำไปสู่การสร้างเสถียรภาพยางพาราอย่างยั่งยืน ดร.เพิก กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งสององค์กร ในการบริหารจัดการผลผลิตยางพาราเพื่อให้เกิดความสมดุล สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เป็นการรองรับผลผลิตยางตามความต้องการของตลาด ตลอดจนการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาตลาดกลางยางพาราร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเสถียรภาพราคายาง โดย กยท. จะทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตยางพาราจากตลาดกลางยางพาราและตลาดเครือข่ายของตลาดกลางยางพาราทั่วประเทศอย่างน้อย จำนวนไม่เกิน 5,000 ตันต่อเดือน ตลอดจนดำเนินการตรวจสอบแหล่งผ
วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2568) ณ ห้องรับรอง การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ “RAOT” นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ และผู้บริหาร กยท. ให้การต้อนรับ ดร.ธิราช รุ่งเรืองกนกกุล ผู้อำนวยการสมาคมการตลาดเพื่อการเกษตรและอาหารแห่งเอเชียแปซิฟิก (AFMA) โอกาสเข้าหารือแนวทางความร่วมมือนำร่องผลักดัน “มาตรฐานยางยั่งยืน” สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางพาราไทยในตลาดโลก ดร.เพิก เปิดเผยว่า จากเวทีการประชุม CSCAP-SSA for SCP ครั้งล่าสุด ณ องค์การสหประชาชาติมีมติให้จัดทำ “มาตรฐานเฉพาะสาขา (Sectorial Sustainability Standard)” เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการค้า การเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และนวัตกรรม กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ทาง AFMA (Agriculture and Food Marketing Association for Asia and the Pacific) ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือกับสหประชาชาติ ได้เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมยางพาราของไทยเป็นสาขาที่มีศักยภาพสูง เหมาะสมต่อการ
