การยางแห่งประเทศไทย
กยท. ลงพื้นที่ จ.ระยอง จัดกิจกรรม CSR ปูพื้นยางสนามเด็กเล่น ย้ำให้ความสำคัญในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่การใช้ยางในประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ลงพื้นที่จัดกิจกรรม CSR เพื่อจัดทำพื้นสนามเด็กเล่นด้วยยางพารา นำโดยคณะผู้บริหาร พนักงานร่วมปูพื้นยางสนามเด็กเล่น ณ โรงเรียนบ้านสีระมัน ต.ห้วยทับมอญ อ.ชะเมา จ.ระยอง เพื่อส่งเสริมให้สนามเพื่อเป็น แหล่งพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านกีฬา และประโยชน์ของยางพาราให้กับเยาวชน และคนในชุมชน ในขณะเดียวกัน ปลูกผังจิตสำนึกด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมกับพนักงาน กยท. พร้อมนำงานวิจัยผลิตภัณฑ์ยางพาราสร้างประโยชน์แก่ชุมชน ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ นายเสนีย์ จิตตเกษม กรรมการ การยางแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของ กยท. เผยว่า กยท. ให้ความสำคัญในการดำเนินงานด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปกับการดำเนินงานในด้านอื่นๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชนขององค์กรหรือหน่วยงาน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมทั้งจากคนในชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วน
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมปล่อยเงินให้กู้ยืม ในวงเงินรวมกว่า 2.5พันล้าน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 1% แก่เกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. หวังพัฒนาปรับปรุงคุณภาพยางพาราในประเทศให้เกิดเสถียรภาพด้านราคาอย่างยั่งยืน สร้างนวัตกรรมสอดรับยุค Thailand 4.0 ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เห็นชอบหลักเกณฑ์จัดสรรเงินให้กู้ยืมกองทุนพัฒนายางพาราตามมาตรา 49(3) หมวดที่ 1 เงินให้กู้ยืม โดยการจัดสรรเงินให้กู้ยืมแก่เกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยาง เป็นเงินงบประมาณที่มาจากมาตรา 49 (3) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุน ส่งเสริม และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการประกอบอาชีพการทำสวนยาง ค่าใช้จ่ายสำหรับปรับปรุงคุณภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด อุตสาหกรรมการแปรรูปยางขั้นต้น อุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง และอุตสาหกรรมไม้ยาง รวมไปถึงการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งในภาพ
การยางแห่งประเทศไทย ประกาศจัดสรรทุนส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยางพารา ประจำปี 2561 ตามมาตรา 49(4) เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ มุ่งพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยยางพาราทั้งระบบครบวงจร ดร. ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 จัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุน และจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวยางพารา ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับยางพารา มาตรา 49 (4) ด้านการผลิต เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ประกาศการจัดสรรทุนส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยางพารา ปีงบประมาณ 2561 ให้ผู้ที่สนใจสามารถเสนองานวิจัย ที่มีความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ ของ กยท. ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างรายได้จากการบริการและดำเนินการ ซึ่งจะเป็นการวิจัยเรื่องของการหารายได้จากการประกอบธุรกิจจากทรัพย์สินเดิมที่มีอยู่ การสร้างรายได้จากโอกาสในธุรกิจใหม่ ลดค่าใช้จ่ายและ
วันที่ 10 เมษายน ที่ตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี ภายในสหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โคออป) อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่มเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ 9 องค์กร ประกอบด้วย กลุ่มเครือข่ายสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย, เครือข่ายชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันฯและสภาเครือข่ายยาง สยยท.เป็นต้น ประมาณ 150 คน นำโดยนายสถาพร พรัดวิเศษ เลขานุการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางสุราษฎร์ธานี พร้อมแกนนำได้จัดเวทีเสวนางานวันยางพาราแห่งชาติ เนื้อหาส่วนใหญ่โจมตีการบริหารงานผิดพลาดของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่ส่งผลกระทบถึงราคายางพาราที่ลดลงทำให้ชาวสวนยางเดือดร้อน พร้อมทั้งยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายประเวศ ไทยประยูร ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเนื้อหาในหนังสือมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ 1) ให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ กยท. หยุดขายยางในสต๊อกไม่ว่าวิธีการใด 2.ให้ผู้บริหาร กยท. ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น 3.ให้เช็กสต๊อกยางพาราที่เหลือตามโกดังต่างๆ โดยให้มีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมตรวจสอบ และ 4.เปิดเผยข้อมูลข่าวสารการประมูลยางพาราครั้งที่ผ่านมามีบริษัทใดประมูลในราคาเท่าไ
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)เผยว่า กยท.สนับสนุนการทำสวนยางตามมาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council) มาอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการยางพาราประชารัฐ โดยร่วมมือกับตัวแทนภาคเอกชนและเกษตรกรชาวสวนยาง ล่าสุด กยท.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัทเอกชนอีก 3 ราย คือ บริษัท แอ๊ดวานซ์ เพาเวอร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด, บริษัท เค ดับเบิลยู เอ็ม เซอร์วิส จำกัด และบริษัท เอ็มเคเอส รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด เพื่อสร้างเกณฑ์การจัดสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานในระดับสากล หวังเพิ่มมูลค่าไม้ยางพาราให้กับเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ ด้วยการให้ความรู้การจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนแก่เกษตรกร ตั้งแต่เริ่มปลูกยางจนถึงโค่นยาง ให้สามารถสร้างรายได้ที่ดี ช่วยเพิ่มโอกาสในการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรด้วย
การยางแห่งประเทศไทย และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) โดยสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แสดงสินค้าด้านยางพาราแบบครบวงจร เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้เรื่องยางพารา นวัตกรรมการแปรรูป การแสดงสินค้า และการแลกเปลี่ยนกันด้านธุรกิจของยางพารา นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทยจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แสดงสินค้าด้านยางพาราแบบครบวงจร เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับผู้เข้ามาชมในรูปแบบเสมือนจริง พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้เรื่องยางพาราตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง เข้าใจถึงความเป็นมาของยางพาราจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และรับทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากยางพารา ตั้งแต่น้ำยาง ผ่านกระบวนการแปรรูปไปจนถึงการโค่นเป็นไม้ยางพารา โดยผู้เข้าชมสามารถสัมผัสนวัตกรรมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางต่างๆ ซึ่งจะเห็นว่า ยางพารามีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของมนุษย์เราทุกคน และที่สำคัญ สามารถนำไปต่อยอดเป็นการทำธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ
ราคาประมูลยาง 2 รอบที่ผ่านมาค้ำคอบอร์ด กยท. หวั่นราคาประมูลรอบใหม่ต่ำกว่าเดิมอาจเกิดข้อครหา ต้องเลื่อนไปประชุมหาช่วงเวลาประมูลลอตสุดท้ายอีกครั้ง 22 มี.ค.นี้ รายงานข่าวจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประชุมคณะกรรมการบริหาร กยท. เพื่อกำหนดวันประมูลยางพาราในสต๊อกครั้งที่ 4 จำนวน 1.2 แสนตัน ที่ฝากเก็บไว้ในโกดังผู้ประกอบการเอกชนในภาคใต้ เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ยังไม่สามารถกำหนดวันเวลาเปิดประมูลได้ เนื่องจากราคายางพาราช่วงนี้ค่อนข้างผันผวน จึงจะประชุมเรื่องนี้อีกครั้ง ก่อนวันที่ 22 มีนาคมนี้ ที่จะเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การประชุมหารือครั้งนี้ บอร์ดบางคนเสนอให้ประมูลในช่วงปลายเดือนนี้ เพราะ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้ดำเนินการทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้ แหล่งข่าววงการยางเปิดเผยว่า สถานการณ์ราคายางไทยวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ยังลดลงต่อเนื่อง โดยราคายางแผ่นดิบที่ประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ อยู่ที่ กก.ละ 72.90 บาท จากวันที่ 6 มีนาคม ที่ 77.30 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาปร
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณตามหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ.2560 โดยอนุมัติงบประมาณการจ่ายเงินมาตรา 49 (5) ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินสวัสดิการให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย จนทำให้สวนยางเกิดความเสียหาย ซึ่งจะดำเนินการมอบเงินให้เกษตรกรที่สวนยางพาราเกิดความเสียหายรายละ 3,000 บาทโดยเร็วที่สุด ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก ซึ่ง กยท. ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ทั้งการแจกถุงยังชีพ การจัดตั้งศูนย์ “กยท.รวมน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วมภาคใต้” รวมเป็นมูลค่ากว่า 1,550,000 บาท แจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ประมาณ 10,000ครัวเรือน และขณะนี้ สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ กยท. จึงได้เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย ส่งผลให้ต้นยางได้รับความเสียหาย ไม่สามารถให้ผลผลิ
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความรุนแรงมากขึ้นจนเข้าสู่ขั้นวิกฤต เนื่องจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง กยท. ได้มีนโยบายช่วยเหลือชาวสวนยางที่ประสบอุทกภัย โดยให้ความช่วยเหลือขั้นต้นด้วยการลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย และขณะนี้ได้เริ่มโครงการ “กยท. รวมน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วมภาคใต้” ซึ่งเป็นศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ได้ ณ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ หรือการยางแห่งประเทศไทย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์ร่วมบริจาคเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ สามารถโอนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนนนท์ ชื่อบัญชี นายพูลสุข อุเทนพันธ์ และ น.ส.สิตานัน เครือประดิษฐ์ เลขที่บัญชี 058-0-36479-8 ซึ่ง กยท.จะนำไปซื้อสิ่งของที่จำเป็นทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค มอบให้ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงมากที่สุด “สิ่งของจำเป็นที่ขอรับบริจาคอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ยารักษาโรค เสื้อผ้าใหม่ เช่น เสื้อ กางเกง ชุดชั้นใน และของใช้ประจำวัน เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แป้ง มีด
การยางแห่งประเทศไทย เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล โครงการควบคุมปริมาณการผลิต ส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนยางโค่นยางเก่า ต้นยางทรุดโทรมเสียหาย หรือต้นยางที่ให้ผลผลิตน้อย ปลูกแทนด้วยพืชสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยปรับเปลี่ยนชนิดพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตั้งเป้าส่งเสริมปลูกแทนด้วยยางพารา 3 แสนไร่/ปี และพืชชนิดอื่นอีก 1 แสนไร่/ปี ดร. ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ดำเนินการตามภารกิจการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน ตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ด้วยการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ กอปรกับทางรัฐบาลได้มีนโยบายโครงการควบคุมปริมาณการผลิต เพื่อลดพื้นที่การปลูกยาง สร้างสมดุลและปริมาณยางพาราภายในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ กยท. จึงเดินหน้าส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ปลูกยางแต่ได้รับผลผลิตน้อย ติดต่อรับสิทธิ์ขอทุนในการปลูกแทนได้ และที่สำคัญ กยท. จะเร่งให้ความรู้แก่เกษตรกรในการเลือกปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยเกษตรกรสามารถเลือกปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทาง
