การยางแห่งประเทศไทย
ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สถานการณ์ด้านราคาที่ตกต่ำลงช่วงหลายปี ที่ผ่านมา กับผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ทำให้ชาวสวนยางประสบปัญหาหนัก รัฐบาลต้องผลักดันหลากหลายมาตรการเพื่อยกระดับราคายางให้สูงขึ้น ทั้งการแปรรูปเพื่อส่งออก การคิดค้นนวัตกรรมถนนจากยางพารา กระตุ้นให้เกิดการใช้ยางพาราในระดับชุมชน ลดปริมาณยางพาราที่จะออกสู่ตลาด การเสวนา “ถนนยางพาราดินซีเมนต์ ทางรอดของการใช้ยางพารา” ภายในงานวันยางพารา จังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2562 ซึ่งจัดโดยจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ และหน่วยงานราชการกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดมุมมองส่องอนาคตยางพาราไทย “นิพนธ์ คนขยัน” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จากช่วงที่ผ่านมาแม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำตามข้อเสนอ แก้ปัญหาข้อจำกัดเรื่องการใช้ยางภายในประเทศ ที่ยังไม่มีระเบียบให้ท้องถิ่นซื้อน้ำยางพาราไปทำถนน ล่าสุดแม้มีหนังสือสั่งการออกมากำ
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เปิดเผยว่า โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงินสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อประเภทเงินกู้ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี เพื่อสนับสนุนเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) โดยอัตราดอกเบี้ยผู้กู้จะได้รับการชดเชยดอกเบี้ยตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี (จำนวนไม่เกิน 600 ล้านบาท) มีระยะเวลาในการชำระเงินคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ทำสัญญา ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) และรัฐบาลในการร่วมกันแก้ไขปัญหาราคายาง เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ ส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงเป็นการดูดซับยางออกจากระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการผลักดันราคายางของรัฐบาล โดยนำมาเก็บสต็อกของผู้ประกอบการในลักษณะหมุนเวียน Moving stock เป็นการลดปริมาณยางในตลาด และส่งผลให้ราคายางในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น มีเสถียรภาพมากขึ้น คาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถดูดซ
วิกฤตราคา – อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพาราของประเทศไทย ได้รับผลกระทบหนักจากราคาที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องกว่า 9 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560ถึงปัจจุบัน สาเหตุสำคัญจากนโยบายการโค่นยาง และการพึ่งพาตลาดหลักจีนมากเกินไป อุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูปวิกฤตหนัก 9 เดือนอ่วม ราคาดิ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ วอนรัฐบาลอุ้มส่งเสริมการใช้ภายในประเทศ โดยเฉพาะหนุนหน่วยงานรัฐใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ยางภายในสถาบันการศึกษา-โรงเรียน พร้อมขอความชัดเจนนโยบายโรงไฟฟ้าชีวมวล ด้านคลัสเตอร์ยาง จ.ตรัง เผยโรงงานแปรรูป 30 ราย ปิดกิจการชั่วคราว ไปกว่า 50% แถมยังอาจทยอยปิดต่อเนื่อง นายวิถี สุพิทักษ์ อุปนายกสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาไม้ยางพาราที่ทยอยลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีทิศทางว่าราคาจะดีขึ้น ล่าสุดขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000-40,000 บาท ต่อไร่ ลดลงเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาดีเคยขึ้นไป ประมาณ 50,000-60,000 บาท ต่อไร่ โดยปัจจัยสำคัญมาจากการโค่นต้นยางจำนวนมาก บางปีมีปริมาณการโค่นต้นยางพุ่งขึ้นไปสูงถึงประมาณ 40
เกษตรฯ เปิดโปรเจคยักษ์ เชิญทูตและผู้ประกอบการยางกว่า 70 คน จาก 20 ประเทศลงพื้นที่กระบี่ – ตรัง แหล่งผลิตยางสำคัญ ป้อนข้อมูลศักยภาพการผลิตและแปรรูปยางไทย เพื่อแสดงความเป็นผู้นำผู้ผลิตยางคุณภาพ หวังขยายตลาดคู่ค้ายางพาราไทยเพิ่มขึ้น นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายของนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เน้นให้ความสำคัญกับแนวทาง “ตลาดนำการผลิต” เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าที่ ผลิตออกมานั้น ตรงตามความต้องการของตลาด มีตลาดรองรับเพื่อจำหน่าย สามารถสร้างอาชีพ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นแนวทางให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรวางแผนการผลิตเพื่อตอบสนองกับความต้องการของตลาด จึงได้สั่งการให้กำหนดจัดการประชุมโครงการสร้างเสริมศักยภาพเพื่อขยายตลาดคู่ค้ายางพาราไทยขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายนนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำของไทยในฐานะผู้ผลิตยางคุณภาพและการส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลกรวมทั้งแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราโลก ตลอด
การยางแห่งประเทศไทย จับมือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ไทร์พลัส ประเทศไทย และบริษัท ดีสโตน จำกัด จัดโครงการ “ใกล้ไกลปลอดภัย อุ่นใจทุกการเดินทาง” เปิดจุดให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และเจ้าหน้าที่ของ กยท. ณ จุดบริการที่กำหนดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง กล่าวว่า กยท. ได้จัดทำโครงการ ใกล้ไกลปลอดภัย อุ่นใจทุกการเดินทาง ขึ้นเพื่อบริการพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และพนักงานการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้รถยนต์สำหรับการเดินทางและขนส่งยางพารา ในการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 24 รายการ เป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรอีกทางหนึ่ง โดย กยท. ได้ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทร์พลัส ประเทศไทย และบริษัท ดีสโตน จำกัด เปิดจุดให้บริการตามสถานที่ที่กำหนด ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. FIT AUTO 33 สาขาทั่วประเทศ จุดบริการไทร์พลัส ประเทศไทย 126 สาขา และตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ดีสโตน (บริษัท เดอะเอส-วัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด สาขาราชพฤกษ์) โดยไทร์พลัส และดีสโตน จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันนี
กยท. เปิดตัวรองผู้ว่าการฯ คนใหม่ เป็นคนในของ กยท. นั่งแท่นปฏิบัติงานด้านบริหาร การยางแห่งประเทศไทย เปิดตัวรองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยคนใหม่ นั่งปฏิบัติงานด้านบริหาร เตรียมนำแผนงานไปปฏิบัติเพื่อวางกรอบการทำงานปี 61 ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. รับสมัครรองผู้ว่าการฯ โดยเปิดรับผู้มีคุณสมบัติทั้งจากภายนอกองค์กรและภายในองค์กร ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการฯ และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ผลที่ได้มีการแต่งตั้งนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล เป็นรองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร ซึ่งเป็นบุคลากรภายในของ กยท. นับว่ามีความรู้และเข้าใจ รวมถึงความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรอยู่แล้ว ที่สำคัญ มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อ กยท. พร้อมรับมือกับการทำงานที่ปัจจุบันจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม สอดคล้องตามสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งคณะกรรมการสรรหาทุกท่านต่างเห็นถึงวิสัยทัศน์ของรองผู้ว่าการฯ ในการที่จะปฏิบัติงานเพื่อ กยท. จึงผ่านการคัดเลือกมาตำรงตำแหน่งในวันนี้ นายสุนันท์ น
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน เบื้องต้นพบเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 10 ราย ที่สวนยางได้รับความเสียหาย ซึ่ง กยท. พร้อมดำเนินการจัดสรรเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบอุทกภัย และเร่งสำรวจพื้นที่สวนยางที่ได้รับความเสียจากเพิ่มเติมอีกครั้งหลังน้ำลดกลับสู่ภาวะปกติ นายวัฒนา คงแก้ว ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 จนถึงขณะนี้ พบว่าสวนยางภายใต้ความดูแลของ กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ ที่ได้รับผลกระทบแน่นอนแล้ว แต่เนื่องจากบางพื้นที่ยังคงมีระดับน้ำท่วมขังสูง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าสำรวจจำนวนสวนยางที่เสียหายได้ทั้งหมด “เบื้องต้นได้รับรายงานจาก กยท. จังหวัดนครพนม ว่า เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ ต.หนองบ่อ อ.นาแก มีสวนยางได้รับความเสียหายและเป็นไปตามเกณฑ์ได้รับการเยียวยาจาก กยท. ตามมาตรา 49 (5) ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินสวัสดิการให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อช่
บริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ประชุมนัดแรกวันนี้ (20 กรกฎาคม 2560) เตรียมเดินหน้าเข้าลงทุนซื้อยางทั้งในตลาดซื้อขายยางจริงจากตลาดกลางของ กยท.ทั้ง 6 แห่ง รวมถึงตลาดซื้อขายล่วงหน้าผ่านทางตลาด TFEX ในต้นสัปดาห์หน้า ขับเคลื่อนสร้างเสถียรภาพราคายาง ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเสถียรภาพราคายางว่า ขณะนี้ องค์กรทั้ง 6 แห่ง เดินหน้าร่วมกันจัดตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ซึ่งจะเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่บริหารกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยมี กยท. และบริษัทผู้ส่งออกเอกชนรายใหญ่ของประเทศทั้ง 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ล่าสุด ได้มีการประชุมอย่างเป็นทางการ ภายใต้ บริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด เป็นครั้งแรก เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการและการบริหารจัดการกองทุน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันให้กองทุนฯ เข้าลงทุนซื้อยางทั้งในตลาดซื้อขา
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ประธานในการแถลงข่าว เผยว่า การจัดแถลงข่าวในวันนี้ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์งานวันสถาปนาการยางแห่งประเทศไทยก้าวสู่ปีที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์การค้าโชว์ ดี ซี พระราม 9 กรุงเทพฯ สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “RAOT on The Move นวัตกรรมการแปรรูป จุดเปลี่ยนยางพาราไทย” เน้นรูปแบบการบูรณาการของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับวงการยางพาราของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ และสัมผัสประสบการณ์กับนักธุรกิจ ผ่านเวทีสนทนากับกูรูการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา เพื่อให้สาธารณชนได้มีโอกาสได้รับความรู้และเข้าใจประโยชน์ของยางพารา อันจะนำไปสู่การต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตามนโยบายสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เรื่องยางพารา จากน้ำยางพาราสู่ผลิตภัณฑ์รอบตัวในชีวิตประจำวัน ติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรมยางพาราของไทย การนำเสนอผลิตภัณฑ์จากยางพาราที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจ ดร.ธีธัช สุขสะอาด กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงาน “RAOT on The
ผู้ว่า ฯกยท.ลงพื้นที่จ.ระยองทำความเข้าใจ เกษตรกร พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาราคายางให้ มีเสถียรภาพ พร้อม นำแผ่นยาง ที่ได่จากการศึกษาวิจัย ผลิตภัณฑ์ยางสร้าง สนามเด็กเล่น โรงเรียนชนบท นาย ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ระว่า เดินทาง ลงพื้นที่ที่ จ. ระยอง โดย ได้ ลงพื้นที่ ที่ อ. บ้านค่าย เพื่อ ดู ความคืบหน้าในการ ส่งเสริมการโค่นต้น และ ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่มีความเหมาะสม รวมทั้งการ แปรู ผลิตภัณฑ์จากยางพาราในพื้นที่ ขณะเดียวกันยัง ได้ เดินทางไปทำความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกร ชาวสวนยาง ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย จ. ระยอง จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ทาง รัฐาลได้มีการการ ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมา ทาง กยท. ได้ มี แนวทางแก้ปัญหาราคายาง ร่วมกับภาคเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และภาคเอกชน กระทรวงเกษตรฯ โดยได้ เตรียมประกาศตั้งพนักงาน กยท. ใช้อำนาจตาม มาตรา 41 พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ยังมีแนวทางที่จะส่งเสริมแปรรูปยางสู่ผลิตภัณฑ์รวมทั้งการ ผลักดันใช้ยางภายในประเทศให้เป็นรูปธรรม ด้วยการเร่งรัดให้แต่
