การยางแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร (กวก.) จัด Kick off การนำสินค้ายางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี ลุยคุมเข้มกำกับ – ป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย มุ่งสร้างเสถียรภาพราคายางไทยอย่างเป็นรูปธรรม ร้อยเอก ธรรมนัส เปิดเผยว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้ายางพาราผิดกฎหมายตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดและเสถียรภาพราคายางพาราในประเทศ ซึ่งยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยและเป็นแหล่งรายได้หลักของเกษตรกรชาวสวนยาง รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ ด้วยความตระหนักถึงวิกฤตดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ประกาศนโยบาย “ทำสงครามกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย” ซึ่งสินค้าเกษตรประเภทยางพารามีการขับเคลื่อนผ่านการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างกรมวิชาการเกษตร (กวก.) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช ซึ่งมีเป้าหมายหลักใน
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดรับคำขอการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกแทน ประจำปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 เพื่อให้ทุนช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางที่มีสวนยางอายุมาก ทรุดโทรม เสียหาย ให้ผลผลิตน้อย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กยท. ได้เปิดรับคำขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกแทน ประจำปี 2569 แล้ว โดยเกษตรกรชาวสวนยางสามารถยื่นคำขอฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 ตามแบบการปลูกแทน ดังนี้ ปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี อัตราไร่ละ 20,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 6 ปีครึ่ง, ปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ อัตราไร่ละ 12,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 1 ปี, ปลูกแทนแบบเกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นพืชหลัก อัตราไร่ละ 12,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 1 ปี และปลูกแทนแบบอารยเกษตร (สวนยางยั่งยืน) อัตราไร่ละ 20,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 6 ปีครึ่ง โดยผู้ที่ต้องการยื่นคำขอฯ จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้น
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568) ณ พื้นที่จังหวัดสงขลา — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดโครงการ “ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร“ กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) มอบพื้นยางพาราและหมอนยางพาราให้แก่โรงเรียนบ้านบางดาน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ่อยางประชาสรรค์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต-ส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยมี นายใบน้อย สุวรรณชาตรี กรรมการการยางแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ กยท. เป็นประธานในพิธีฯ มอบ พร้อมด้วย นางสาวอรอนงค์ อารินวงค์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย คณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ กยท. และผู้บริหาร กยท. เข้าร่วมกิจกรรม กยท. มีแนวทางสำคัญในการนำยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้งานจริง ในชีวิตประจำวัน หนึ่งในนั้นคือ วัสดุปูพื้นสนามซึ่งมีความปลอดภัยลดแรงกระแทก มีความทนทาน โครงการนี้จึงเป็นช่องทางที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวควบคู่กับนโยบายส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในสถานศึกษาของภาครัฐ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ กยท. ให้การสนับสนุนเสมอมา ซึ่งครั้งนี้ การมอบพื้นยางพารา ถือเป็นการส่งเสริมการใช้อุป
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน – คณะผู้แทนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ RAOT นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และคณะผู้แทนไทย ร่วมพิธีเปิดงาน “9.9 Global Business Linkage Festival & Fengtai Promotion Meeting on Opening-Up and Development” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยบริษัท IBI Group (Beijing United Information Technology Co., Ltd.) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจด้าน B2B อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของจีน รวมผู้นำทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนจากหลากหลายประเทศ เชื่อมโยงความร่วมมือทางธุรกิจและผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจโลก ดร.เพิก กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครบรอบแพลตฟอร์มใหญ่ของจีนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของยางพาราไทยในอุตสาหกรรมระดับโลก ทั้งในภาคยานยนต์ การแพทย์ และอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างไทยและจีน รวมทั้งขยายโอกาสทางการค้าการลงทุนขับเคลื่อนศักยภาพยางพาราไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรองรับความต้องการของตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในโอกาสครบรอบ
ดร.เพิก เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กร-บริหารจัดการระบบยางพาราไทย ประกาศชัดผ่านนโยบาย “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” มุ่งสร้างอาชีพชาวสวนยางสู่ความมั่นคง พร้อมยกระดับยางไทยสู่เวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง วันนี้ (2 กรกฎาคม 2568) ณ ห้องกันตัง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่-ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย แถลงนโยบายสำคัญ “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” หลังเข้ารับตำแหน่ง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. อย่างเป็นทางการ เร่งสร้างความ มั่นคงในอาชีพชาวสวนยาง ลดต้นทุนเพิ่มรายได้ หนุนการทำสวนยางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ยางพาราอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับมาตรฐานยางพาราไทยสู่ระดับสากล ดร.เพิก กล่าวถึงแนวทางในการขับเคลื่อนยางพาราผ่านนโยบายหลักสำคัญว่า กยท. จะดำเนินงานโดยคำนึงถึงหลักสำคัญ 3 ประการ คือ “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” ซึ่งการจะขับเคลื่อนให้ถึงเป้าหมายนั้น จะต้องผลักดันมาตรการต่างๆ ในการบริหารจัดการยางพาราให้ครอบคลุมทุกมิติ เกิดการสร้างเสถียรภาพให้กับราคายาง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ชาวสวนยางมีคุณภาพชีวิตเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับยาง
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ไฟแรงและผู้มีประสบการณ์ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กร ในตำแหน่งผู้จัดการหน่วยธุรกิจ รองผู้จัดการหน่วยธุรกิจด้านปฏิบัติการ และหัวหน้าแผนกในสังกัดหน่วยธุรกิจ (Business Unit) รวม 7 อัตรา เพื่อร่วมกันพัฒนาและผลักดันธุรกิจยางพาราไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับประเทศและสากล สมัครได้แล้ว วันนี้! จนถึง 4 กรกฎาคม 2568 สำหรับตำแหน่งผู้จัดการและรองผู้จัดการฯ และถึงวันที่ 14กรกฎาคม 2568 สำหรับตำแหน่งหัวหน้าแผนกทุกตำแหน่ง กยท. เปิดรับสมัครบุคคลทั้งภายในและภายนอก เพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้จัดการหน่วยธุรกิจ และรองผู้จัดการหน่วยธุรกิจด้านปฏิบัติการ ซึ่งคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งผู้จัดการและรองผู้จัดการหน่วยธุรกิจด้านปฏิบัติการ คือต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านธุรกิจเป็นอย่างดี มีวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้าและบริการ การลงทุนและการตลาด ทั้งในและระหว่างประเทศ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมยางให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและลักษณะธุรก
วันนี้ (13 มีนาคม 2568) ณ วัดเทพมิตร อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การส่งเสริมการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum Saimese (ใบร่วงชนิดใหม่) ประจำปี 2568” โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบน้ำหมักปลาหมอคางดำ กว่า 500 ลิตร ถึงมือพี่น้องชาวสวนยาง จังหวัดตราด พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงฯ และรับฟังข้อคิดเห็นของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมี คณะผู้บริหาร กยท. นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง (ประธานกรรมการ กยท.) และ นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร เข้าร่วมกิจกรรม นายโกศล กล่าวว่า กยท. ได้ให้ความสำคัญ และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องและช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ลดการแพร่ระบาดและลดความรุนแรงของโรคใบร่วง ให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถยืนอยู่ได้กับอาชีพการทำสวนยาง โดย กยท. ได้มุ่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคฯ แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง การจัดหาสารเคมีที่ทดสอบแล้วมีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดเชื้อ การบ
วันนี้ (13 มีนาคม 2568) ณ ห้องประชุมรัษฎา การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ – กยท. โดย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. ร่วมกับสมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดย นายชุติวัต ชัยดรุณ นายกสมาคมฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านธุรกิจยางพารา เป็นตัวแทนร่วมลงนามในพิธีครั้งนี้ มุ่งขับเคลื่อนการค้ายาง ไทย-จีน สร้างโอกาสทางธุรกิจ-เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผลักดันอุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน นายสุขทัศน์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของทั้ง 2 ประเทศในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยและจีน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของยางพาราไทยในตลาดโลก โดยครอบคลุมการพัฒนาในหลายด้าน ทั้งการเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์เพื่อการขนส่ง การจัดหาวัตถุดิบยางพาราคุณภาพและยางพาราแปรรูปขั้นต้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย การใช้พลังงานสะอาดเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางชนิดพิเศษให้ตรงตามความต้องกา
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานการจัดสวนป่าอย่างยั่งยืน ในการรับรองกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้และการค้า (Chain of Custody Certification : CoC) ตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการยาง สร้างความเชื่อมั่นให้ กยท. สู่การเป็นองค์กรด้านยางพาราของไทยในระดับสากล นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ยางพารา 20 ปี กำหนดเป้าหมายการพัฒนาทั้งการรับรองป่าไม้ (Forest Certification) โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Forest Management Certification : FM) และ การรับรองกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้และการค้า (Chain of Custody Certification : CoC) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการปลูกสร้างสวนยาง เก็บเกี่ยว แปรรูป ซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์จากยางพารา โดย กยท. ได้ดำเนินการบริหารจัดการเชิงรุกด้านธุรกิจและตลาดเข้าสู่ระบบมาตรฐาน ให้มีการซื้อขายผ่านระบบตลาดยางพาราของ กยท. จังหวัดนครศรีธรรมราช และโรงงานของ กยท. ได้แก่ กองจัดการโรงงาน 1, กองจัด
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประกาศผลการตัดสินผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์เกษตรกรชาวสวนยางรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ยกเป็นสัญลักษณ์เพื่อสร้างการรับรู้-สื่อความเป็นอัตลักษณ์ชาวสวนยาง กยท. จัดการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ “Young Smart Farmer” เพื่อเฟ้นหาสัญลักษณ์ ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของเกษตรกรชาวสวนยางรุ่นใหม่ โดยมุ่งหวังให้เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึง ความเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่มีความรู้ ทักษะ และแนวคิดที่ทันสมัย สามารถพัฒนาและต่อยอดอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยผู้ชนะการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ “Young Smart Farmer” คือผลงานของ นายอภิชัย ผ่องภิรมย์ ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 30,000 บาท นำเสนอแนวคิดการออกแบบ โดยนำสัญลักษณ์และอัตลักษณ์ของชาวสวนยาง ได้แก่ ใบยาง น้ำยาง ท่อน้ำยาง นำผสมผสานกับสัญลักษณ์เทคโนโลยี ได้แก่ Wifi Line สื่อถึงยุคดิจิทัล พร้อมออกแบบสัญลักษณ์รูปคน สื่อถึงชาวสวนยางรุ่นใหม่ที่มีความรัก ในอาชีพชาวสวนยาง และนำมาแปรรูปเป็นอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาอุตสาหกรรมการยางแห่งประเทศไทย ให้มีความก้าวหน้า ยกระดับสู่สากล รูปทรง ออกแบบอยู่ในรูปทรงข้อความ สื่อถึงการติดต่อโดยใช้แ
