ข้าวหอมมะลิ
พาณิชย์ปลื้มส่งออกข้าวหอมมะลิไปฮ่องกงปี 2560 สูงสุดรอบ 10 ปี ปริมาณ 2.06 แสนตัน ตั้งเป้าปี 2561 ส่งออกข้าวหอมมะลิไปฮ่องกง 2.15 แสนตัน เตรียมโดดร่วมประมูลข้าวฟิลิปปินส์ 2.5 แสนตัน มี.ค.นี้ รับมือนาปรังทะลัก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมาไทยส่งออกข้าวหอมมะลิไปฮ่องกงในปริมาณสูงถึง 2.06 แสนตัน เพิ่มขึ้น 10.18% จากปี 2559 ที่ส่งออกปริมาณ 1.87 แสนตันนับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีจากที่เคยทำได้ 2.02 แสนตันในปี 2550 เป็นผลจากความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งระบบ และที่สำคัญคือ นโยบายรัฐบาลที่ช่วยพยุงราคาข้าวให้มีเสถียรภาพ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อ อีกทั้งการขยายฐานการตลาดข้าวชนิดใหม่ ๆ ทั้ง ข้าวออร์แกนิก ข้าวไรซ์เบอรี่ ส่งผลให้ยอดการส่งออกข้าวไปยังฮ่องกงเติบโตต่อเนื่อง 4 ปี จนทำให้ไทยมีส่วนแบ่งตลาดในฮ่องกง 65% รองจากสหรัฐ และจีน “ปี 2561 แม้ว่าราคาข้าวหอมมะลิไทยยังอยู่ในระดับสูงกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่ความต้องการยังมีอย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดฮ่องกงชอบข้าวหอมมะลิไทยคุณภาพดี มีความหอม จึงคาดว่าปีนี้จะส่งออกข้าวไปฮ่องกงเพิ่มขึ้นเป็น 2.15 แ
ตำนานโบราณเรื่องข้าวแถบอุษาคเนย์มักเล่าเรื่องย้อนไปคล้ายๆ กัน ถึงข้าวสมัยบรรพกาลที่มีเม็ดใหญ่เท่าผลมะละกอ ไม่มีเปลือก รสชาติอร่อยจนกินเปล่าๆ ได้โดยไม่ต้องมีกับข้าว แถมพอสุกแล้วก็บินมาเข้ายุ้งฉางเอง คนไม่ต้องไปเก็บเกี่ยวให้เหน็ดเหนื่อย แล้ววันหนึ่งก็เกิดมีคนที่โมโห รำคาญ เอาไม้ไปตีจนเม็ดข้าวแตกกระจาย ตั้งแต่นั้นมา ข้าวก็เลยเหลือขนาดเม็ดเล็กเท่าทุกวันนี้ ต้องกินมากๆ จึงอิ่ม แถมกว่าจะได้มาแต่ละครั้งต้องลงแรงหว่านดำตามฤดูกาล เก็บเกี่ยวจากผืนนา ต้องตำฝัดเอาเปลือกออก หุงหาให้สุก รสชาติหรือก็จืดลงจนต้องกินกับกับข้าว ฯลฯ เรียกว่ามนุษย์นั้น อยู่ดีๆ ก็รนหาที่ เลยต้องมาลำบากตรากตรำเกี่ยวกับเรื่องข้าวๆ อยู่จนถึงทุกวันนี้ น่าแปลก ที่ถ้าเราดูประวัติศาสตร์การปลูก การกิน และบริหารจัดการเกี่ยวกับข้าวในช่วงสมัยใหม่ เมื่อไม่ถึงร้อยปีมานี้ เรื่องเล่าก็ดูจะคล้ายๆ ในตำนาน ทำนองว่า การโหมปลูกข้าวแบบเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ได้ทำให้พันธุ์ข้าวที่เคยหลากหลายในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศหดหายไปมาก เหลืออยู่ก็แต่ข้าวพันธุ์ กข ต่างๆ และข้าว “หอมมะลิ” ที่เน้นส่งออกตลาดภายนอกประเทศ วิธีกินข้า
โครงการข้าวหอมมะลิประชารัฐ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ เทสโก้ โลตัส ในการสนับสนุนให้ห้างโมเดิร์นเทรดเข้ามารับซื้อข้าวหอมมะลิแท้ 100% โดยตรงจากสหกรณ์การเกษตรใน 4 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี, สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดสุรินทร์, สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด และสหกรณ์การเกษตรกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าในระยะเวลา 1 ปีแรก จะรับซื้อข้าวหอมมะลิในปริมาณ 5,700 ตัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐและประชาชน และนำนโยบายประชารัฐมาขับเคลื่อนให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และเติมเต็มให้เกิดความสมบูรณ์ของห่วงโซ่การผลิต ทำให้สินค้าเกษตรและสินค้าจากชุมชนได้กระจายไปถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรได้อย่างมั่นคง พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายข้าวหอมมะลิแท้ 100% ระหว่าง เทสโก้ โลตัส และสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 4 แห่งในภาคต
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่จังหวัดสุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิในพื้นที่จังหวัด ตามถนนหนทางตามหมู่บ้านต่างอำเภอ ขณะนี้พบว่าชาวบ้านที่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ได้มีการนำข้าวเปลือกหอมมะลิมาตากกันเป็นจำนวนมาก และการตากต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน ถ้ามีแดดจัดๆ หากแดดไม่จัดต้องใช้ระยะเวลาการตากเพิ่มไปอีกข้าวจึงจะแห้งและสามารถนำไปขายได้ราคา หรือบางรายไม่ขายก็นำไปขึ้นยุ้งฉางเก็บไว้กินกันภายในครอบครัวต่อไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอข้าวตากแห้ง พบว่าช่วงกลางคืนชาวนาบ้านดงเค็ง หมู่ที่ 8 ตำบลเมืองลึง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ได้พากันมานอนเฝ้าข้าวเพื่อป้องกันการถูกลักขโมยข้าวที่ตากไว้ เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมามีการขโมยข้าวของชาวนาที่ตากไว้ตามถนนไปแล้วในหลายพื้นที่ด้วย นายคันธนู มุ่งซ้อนกลาง อายุ 29 ปี ชาวนาบ้านดงเค็ง หมู่ที่ 8 ตำบลเมืองเล็ง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณข้าวกำลังทยอยออกมา จึงต้องมานอนเฝ้าข้าว ไม่ได้ปลูกข้าวไว้ขาย แต่จะเก็บขึ้นยุ้งฉางไว้กินกันในครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ราคาที่โรงสีรับซื้ออยู่ขณะนี้คือ ข้าวเปลือก ไม่ได้ตากรับซื้อที่ กิ
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง สร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งได้จัดทำแผนงานดูแลสินค้าเกษตรสำคัญ โดยมีการเตรียมความพร้อมรับมือผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกสู่ตลาดทั้งข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา สำหรับข้าวซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาดในเดือนพ.ย.นี้ มีผลผลิตในปี 2560/61 ประมาณ 28.81 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อน 9.88% ราคาข้าวเปลือกเฉลี่ย ณ วันที่ 2 พ.ย. 2560 ข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 12,900 บาท ข้าวเหนียว 10% เมล็ดยาว 9,150 บาท ข้าวเจ้า 5% ราคา 7,550 บาท ข้าวปทุมธานี 8,900 บาท โดยข้าวหอมมะลิและข้าวปทุมธานี มีราคาปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนราคาข้าวชนิดอื่นที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย อาทิ ข้าวเหนียว เนื่องจากยังมีสต็อกข้าวของปีก่อนอยู่มาก กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดแนวทางและมาตรการด้านการตลาดช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2560/61 เพื่อดูดซับผลผลิตส่วนเกินในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากซึ่งจะช่วยให้ระดับราคาข้าวเปลือกให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เช่น จัดทำแอพพลิเคชั่น (Applicat
น้ำท่วมซ้ำอีกระลอกนาข้าวหอมมะลิภาคอีสาน พื้นที่การเกษตรลุ่มน้ำชีสาหัสทั้งมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขณะที่ราคาข้าวถีบตัวสูงขึ้นแตะเกวียนละ 14,000 บาท ด้านผู้ประกอบการโรงสีรุกส่งออกเอง ลดพึ่งพ่อค้ารายใหญ่ นายสมเกียรติ ชัยคณารักษ์กูล ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เขื่อนอุบลรัตน์จะระบายน้ำออกจากเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนอาจมีระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ต้องดูพายุฝนที่จะมาว่ารุนแรงมากน้อยแค่ไหน “ตอนนี้พื้นที่ปลูกข้าวใน จ.ร้อยเอ็ดที่เสียหายไม่น้อยกว่า 5 แสนไร่ น้ำระลอกใหม่จากเขื่อนคงจะขยายพื้นที่เพิ่ม แต่ภายในตัวเมืองไม่กระทบเท่าไหร่ มีเพียงพื้นที่ลุ่มน้ำทำการเกษตร บริเวณพนังกั้นลำชีที่เป็นทางเดินน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาวไหลมารวมกันในลำน้ำชีสู่ที่ราบลุ่มของ จ.ร้อยเอ็ด” ด้านนางจวงจิรา สุริยวนากุล ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ปีนี้ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะฤดูการผลิตปี 2560/2561 ที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตปลาย ต.ค.-พ.ย.60 ราคาเริ่มปรับสูงขึ้นแล้ว เนื่องจากผลผลิตออกมาน้อย ความต้องการของตลาดในช่
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืนโดยกำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรผ่านการดำเนินงาน 3 โครงการหลักต่อเนื่องกัน 5 ปี (2560-2564) งบประมาณรวม 25,871.14 ล้านบาท คือ โครงการส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ และโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ส่งเสริมระบบเกษตรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ โดยมีเกษตรแปลงใหญ่ที่ปลูกข้าวรวม 425 แปลงเนื้อที่ 1.05 ล้านไร่ และส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิได้ดำเนินแล้วใน 21 จังหวัด ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 64,000 ครัวเรือน ๆ ละไม่เกิน 125 กิโลกรัม (กก.) ส่วนการปลูกข้าวอินทรีย์มีแหล่งผลิตข้าวที่ได้รับการรับรองแล้วใน 47 จังหวัด จำนวน 5,362 แปลง พื้นที่รวม 60,056 ไร่ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งรัดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ในปี 2560 โดยเพิ่มพื้นที่เป็น 750 แปลง เนื้อที่เพิ่มขึ้นอีก 0.75 ล้านไร่ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีใน 21 จังหวัด พ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เผย ผลโครงการส่งเสริมสนับสนุนการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ปี 2559/60 ช่วยเกษตรกรผลิตข้าวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้เมล็ดพันธุ์ลง เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจคุ้มค่ากับการลงทุน พร้อมเดินหน้า ปีการผลิต 2560/61 สนับสนุนโครงการเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ดี มีคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง กระจายให้ทั่วถึงทุกชุมชนต่อไป นางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามโครงการส่งเสริมสนับสนุนการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ปี 2559/60 ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2559/60 ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิในเขตพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพ ส่งเสริมให้ชาวนามีความรู้และสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีไว้ใช้เองในพื้นที่ 21 จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่เมษายน 2559 – มกราคม 2560 ใช้งบประมาณโครงการ 204 ล้านบาท จากการติดตามประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ พบว่า มีการสนั
วันที่ 13 มกราคม 2560 ที่โรงสีสหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ จำกัด ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พนักงานลูกจ้างสหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ จำกัด จำนวนกว่า 10 คนกำลังเร่งแพคถุงบรรจุข้าวสารหอมมะลิแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ “ข้าวหอมเมืองศรี คัดสรรสิ่งดี มาเพื่อคุณ” จากเครือข่ายสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษทั้ง 16 แห่ง ที่ได้ร่วมใจกันบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดภาคใต้จำนวนกว่า 16 ตัน คิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 500,000 บาทเศษ นายเฉลิมชัย กาลพัฒน์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ จำกัด กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับเครือข่ายสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกันบริจาคข้าวสารหอมมะลิแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 16 ตัน เพื่อส่งมอบต่อให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ ซึ่งสหกรณ์เมืองศรีสะเกษเป็นหนึ่งเครือข่ายที่ได้ร่วมบรรจุข้าวสารเพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องชาวใต้ที่ประสบอุทกภัย ซึ่งขณะอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ และจะทำการส่งมอบให้กับ ผวจ.ศรีสะเกษ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อส่งไปให้การช่วยเหลือชาวใต้ที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนักต่อไป
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 มกราคม 2559 กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในการอนุมัติกรอบการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลที่คงเหลืออยู่ประมาณ 8 ล้านตัน เนื่องจากช่วงนี้ได้ผ่านต้นฤดูการเพาะปลูกมาพอสมควร ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรในกลุ่มธัญพืช เริ่มปรับตัวสูงขึ้นแล้ว จึงนับเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการระบายข้าว ทั้งนี้ในกระบวนการระบายข้าว จะใช้หลักการที่เคยปฏิบัติมา คือ คำนึงถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชาวนา และเกษตรกรผู้ปลูกธัญพืช เนื่องจากเป็นสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกัน สำหรับภาพรวมการส่งออกข้าวในปี 2559 ไทยสามารถส่งออกข้าวทั้งสิ้น 9.6 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท และปี 2560 ตั้งเป้าว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ 9.5 ล้านตัน นางดวงพร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “Felicity Prak” ซึ่งเป็ชาวอเมริกัน เชื้อสายเอเชีย โพสข้อความ รูปภาพ และคลิปวีดีโอ พาดพิงถึงข้าวหอมมะลิแบรนด์จากประเทศไทยว่า เป็นข้าวที่ทำมาจากพลาสติก เมื่อนำมาคั่วในกระทะ
