ข้าวหอมมะลิ
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ร่วมกับนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ ณ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านกะนัง ตำบลบ้านปรือ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ในการซื้อขายข้าวเปลือกหอมมะลิจากโครงการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ปีการผลิต 2559/60 โดยผู้ประกอบการให้ความสนใจรับซื้อข้าวจากเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ปริมาณ 6,000 ตัน ในราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไปในราคาซื้อขาย มากกว่า 300 ถึง 500 บาทต่อตัน โดยบริษัทที่ให้ความสนใจมารับซื้อข้าวกับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ คือ บริษัท ข้าวพันธุ์ดี จำกัด จากอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่การเพาะปลูกทั้งสิ้น 3.1 ล้านไร่ ชนิดพันธุ์ข้าวที่ปลูกแบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 90% ข้าวเจ้าอื่น ๆ 6% และข้าวเหนียว 4% เฉพาะข้าวหอมมะลิมีพื้นที่ปลูกกว่า 2.8 ล้านไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 400 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นผลผลิตรวม 1 ล้านตัน มูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท ดังนั้น จึงถือได้ว่าข้าวหอมมะลิคือพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดบุรีรัมย์ และในปีการผลิตนี้ได้ดำเนินงานตามโค
ศรีสะเกษ ชาวนาเปิดท้ายขายข้าวสารราคาถูกไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง ขณะที่ชาวนาหมู่บ้านเดียวกันเตรียมขนข้าวสารขึ้นรถปิคอัพออกมาขายตามข้างถนนและปั้มน้ำมัน เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 5 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณข้างถนนด้านหน้า ร.ร.อนุบาลดำรงราชานุสรณ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มี นายดำรง ยอมฉิมมา อายุ 53 ปี อยู่ชาว หมู่ 2 บ้านหนองหว้าน้อย ต.หนองหว้า อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ มีอาชีพเป็นทำนา ได้นำเอาข้าวสารบรรจุในกระสอบปุ๋ยซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิใหม่ บรรทุกบนรถปิคอัพมาจอดเปิดกระบะท้ายรถเพื่อที่จะขายข้าวสารให้กับประชาชนที่เดินทางสัญจรไปมา โดยมีการเขียนป้ายแบบง่ายๆติดข้างรถว่า ข้าวใหม่หอมมะลิ และข้าวสารหอมมะลิ เพื่อเป็นการประกาศให้ประชาชนที่ผ่านไปมาทราบว่า มีการขายข้าวสารหอมมะลิบนรถปิคอัพคนนี้ และปรากฏว่า มีประชาชนพากันมาซื้อข้าวสารหอมมะลิไปหุงรับประทานภายในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากว่าราคาข้าวหอมมะลิจะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก โดยมีราคาเพียง กก.ละ 30 บาทเท่านั้น นายดำรง ยอมฉิมมา อายุ 53 ปี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพขายต้นไม้ และต่อมาได้หันกลับมาทำนาที่บ้านเกิดที่ อ.เบญจลักษ์ ซึ่งปีนี้ป
“ข้าวไทย…อร่อย เปี่ยมคุณค่า ข้าวไทยมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิด จะมีลักษณะเมล็ด สี และรสชาติอร่อย และเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป แต่ที่สำคัญยิ่ง ข้าวไทยทุกชนิดเป็นธัญพืช ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ อุดมด้วยแร่ธาตุ กากใยธรรมชาติ และวิตามิน” ข้อความจากแผ่นพับ กล่าวถึง “ข้าวหอมมะลิไทย” โดย กองบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ “…ข้าวหอมมะลิไทย เป็นที่ต้องการของตลาดในทุกชั้นราคา ทุกเกรด จึงเกิดปัญหาเรื่องการปลอมปน ทำให้ชื่อเสียงเรื่องคุณภาพข้าวหอมมะลิเสียไป กระทรวงพาณิชย์จึงได้กำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออกว่า ต้องมีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 92 เพื่อรักษาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยให้คงไว้ ซึ่งมาตรฐานด้านคุณภาพ ระดับพรีเมี่ยม แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เราส่งออกข้าวหอมมะลิได้น้อยลง เนื่องจากประเทศคู่ค้าไม่ได้ต้องการข้าวในมาตรฐานเดียวนี้ จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาใหม่ คือลูกค้าสั่งข้าวหอมมะลิไปแล้วนำผสมเอง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า นำข้าวชนิดใด จากประเทศใดไปผสม แล้วไปติดตราสินค้าว่าเป็น ข้าวหอมมะลิไทย เลียนแบบบรรจุภัณฑ์ ตราสินค้า ว่าเป็นข้าวหอมม
ทุกวันนี้ ปัจจัยการผลิตสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนพืช ค่าน้ำมัน ฯลฯ มีราคาแพง ทำให้ชาวนามีภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ดังนั้น เกษตรกรคงต้องปรับตัวเอง เพื่อสร้างความอยู่รอดอย่างยั่งยืน ในฉบับนี้ ผู้เขียนจะพาไปเรียนรู้เคล็ดลับการปลูกข้าว ต้นทุนต่ำ ของชาวนาบุรีรัมย์ที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวหอมมะลิกับบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวตราฉัตร ที่ใช้เทคนิคการดูแลจัดการแปลงนารูปแบบใหม่ ทำให้มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้นจาก 390 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 430 กิโลกรัม/ไร่ ทำให้ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามไปด้วย โครงการส่งเสริมปลูกข้าวหอมมะลิในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทกับชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ เพื่อสร้างความยั่งยืนร่วมกัน ประการสำคัญก็คือ บริษัทต้องการที่จะมีแหล่งผลิตข้าวที่มั่นใจในคุณภาพของวัตถุดิบ เพราะจำเป็นต้องรักษามาตรฐานของข้าวตราฉัตร ขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงปัญหาด้านการตลาดของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จึงมีแนวคิดที่จะรวมเอาจุดเด่นของเกษตรกร และความชำนาญของบริษัทเข้าด้วยกัน นับเป็นการทำธุรกิจที่เกื้อกูลกัน “คุณสมนึก ทราบรำ” ผู้ใหญ่บ้าน ต
