ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
เกษตรจังหวัดลำปาง เผยผลดำเนินงานแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิต และการตลาด ภายใต้การบริหารจัดการกลุ่มอย่างเข้มแข็งด้วยการเน้นการทำเกษตรอย่างยั่งยืน นายสุรพล ทองเที่ยง เกษตรจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปางมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 197,276 ไร่ เกษตรกร จำนวน 14,725 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกมีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 53,864 ไร่ พื้นที่ปลูกไม่มีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 143,412 ไร่ โดยที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาผลผลิตและราคาตกต่ำและผลผลิตขาดคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ภาครัฐจึงได้มีการส่งเสริมการทำเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้มีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ตั้งแต่ ปี 2559 พร้อมทั้งขับเคลื่อนส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 แปลง ในพื้นที่อำเภองาว มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 499 ราย พื้นที่ 1,922.25 ไร่ โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ ด้วยการใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตร มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องเทคโนโลยีการเกษตรที่เ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่สำรวจบัญชีสมดุลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ พบว่าปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ลานตากในจังหวัดนครสวรรค์รับซื้อ เป็นผลผลิตที่เพาะปลูก ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร้อยละ 69.31 และรับซื้อจากจังหวัดอื่น ร้อยละ 30.69 โดยผลผลิตถูกส่งไปยังโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ จังหวัดนครปฐม และลพบุรี เนื่องจากนครสวรรค์ยังไม่มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์หรือแปรรูปผลผลิตจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย แต่มีปัญหาด้านราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนึ่งในแนวทางที่จะแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร คือ การทำบัญชีสมดุลของสินค้าเกษตร เพื่อใช้เป็นแนวทางใน การบริหารจัดการปริมาณการผลิตไม่ให้มีมากเกินความต้องของตลาดและการบริโภค หรือเพิ่มความต้องการใช้ให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่มีมากขึ้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 จังหวัดนครสวรรค์ (สศท.12) จึงได้ดำเนินการศึกษาบัญชีสมดุลสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ของจังหวัดนครสวรรค์ โดยลงพื้นที่ส
ก.เกษตรฯ เล็งขอ ครม. 6 พันล้านบาท หนุนปลูกข้าวโพด 36 หมื่นบาท ต่อครัวเรือน หลังมีสัญญาณลอบนำเข้าจากเพื่อนบ้าน คาดจีดีพีเกษตรปี ’60 โต 2.5-3.5% ภาคใต้ขยายตัวมากที่สุด อีสานรายได้น้อยสุด 107,007 บาท ต่อครัวเรือน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สารริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เรียกประชุมสมาคมพ่อค้าพืชไร่ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ และสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย เพื่อร่วมโครงการประชารัฐข้าวโพดเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เตรียมเสนอ ครม. ขอเงิน 6 พันล้านบาท ภายในมิถุนายน 2560 จ่ายให้เกษตรกรร่วมโครงการครัวเรือนละ 2,000 บาท ต่อไร่ ไม่เกิน 15 ไร่ หรือ 3 หมื่นบาท ต่อครัวเรือน กรมส่งเสริมฯ ทำแผนโครงการประชารัฐ จูงใจเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนา 3.36 ล้านไร่ คิดจากต้นทุนการผลิต 50% โดยต้นทุนผลิตข้าวโพดอยู่ที่ 4,400 บาท ต่อไร่ รวมงบทั้งสิ้น 6 พันล้านบาท “การที่เกษตรกรจะได้เงินสนับสนุน เกษตรกรจะต้องนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูก และเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อน และจ่ายจริงเมื่อขาย โดยจะรับซื้อข้าวโพดอายุ 120 วัน ในราคา 8 บาท ต่อกิโลกรัม โดยจะใช้พื้นที่ภาคกลาง 35 จังหวัด ปลูกข้าวโ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เพื่อติดตามสถานการณ์อาหารสัตว์และผลผลิตที่ต้องการใช้ในแต่ละปี ซึ่งพบว่าขณะนี้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบประมาณ 7-8 ล้านตันต่อปี ซึ่งสัดส่วน 50% ปลูกในพื้นที่ที่ถูกต้อง แต่อีกประมาณ 3-4 ล้านตัน เป็นข้าวโพดที่ได้จากการบุกรุกป่าเพื่อเพาะปลูก กระทรวงจึงต้องการส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดได้ตามปริมาณที่ผู้ซื้อต้องการ ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกในช่วงหลังนา เพื่อให้การเพาะปลูกถูกต้องตามกฎหมาย พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ จึงจะหารือกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้รับซื้อข้าวโพด และเกษตรกรผู้สมัครใจจะปลูกข้าวโพดหลังฤดูกาลทำนา เพื่อขายให้กับเอกชนที่ต้องการรับซื้อไปผลิตอาหารสัตว์ที่ใช้ในประเทศและส่งออก มีเป้าหมายเพื่อลดพื้นที่บุกรุกป่าซึ่งใช้ปลูกข้าวโพด ในโครงการนี้หากคุยวิธีการ กำหนดราคาแล้วเสร็จ จะร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กันต่อไป พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ตามแผนการผลิตข้าวปี 2560/61 เพื่อลดพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว กระทรวงกำหนดมาตรการส่งเสร
การปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหนึ่งในโครงการที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกในช่วงหน้าแล้ง เพื่อลดพื้นที่การทำนาปรัง ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานพร้อมกับได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเปิดตลาดรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้านที่ปลูกมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด คุณแสวง ทองท่อน อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 6 ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชาวบ้านที่ยึดอาชีพเกษตรกรรมด้วยการปลูกข้าว สลับกับการปลูกพืชอายุสั้นอย่างมะเขือลาย แต่ต้องใช้สารเคมีมากจนทนไม่ไหวจึงเลิกเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้บริโภค จากนั้นจึงหันมาปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์แทนเพราะไม่ต้องใช้สารเคมี แถมยังทำให้ต้นทุนต่ำ คุณแสวงใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด 8 ไร่ แล้วใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 22 กิโลกรัม เป็นข้าวโพดพันธุ์แปซิฟิก 99 เหตุผลที่เลือกใช้พันธุ์นี้เพราะได้รับการแนะนำจากเพื่อนบ้านหลายราย เนื่องจากมีข้อดีคือให้ความเข้มข้นของแป้งสูง อีกทั้งยังให้ผลผลิตมากด้วย การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวโพด คุณแสวง บอกว่า หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในนาแล้วจะไถกลบ แล้วปั่นดินให้ละเอียด จากนั้นจึงยกร่องกว้างสัก 75 เซนติเมตร
จากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยแล้งอย่างรุนแรงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งของเกษตรกรในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างสูง ทำให้รัฐบาลใช้มาตรการความช่วยเหลือด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชอายุสั้น ทนแล้ง ทดแทนการปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างข้าว โดยพืชที่รัฐบาลเข้ามาส่งเสริมมีด้วยกันหลายชนิด ซึ่งมีความเหมาะสมปลูกแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ อาทิ ปอเทือง พืชตระกูลถั่วต่างๆ และข้าวโพด นายเสน่ห์ แทนรอด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 10 บ้านหัวเด่น อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เกษตรกรต้นแบบการปลูกข้าวโพดที่ประสบความสำเร็จจากการส่งเสริมของภาครัฐในพื้นที่จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จังหวัดชัยนาทเป็นหนึ่งในหลายจังหวัดที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้เกษตรกรไม่มีน้ำเพียงพอที่จะเพาะปลูกข้าว เนื่องจากเกษตรกรในจังหวัดชัยนาทมีการทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักที่สำคัญ จึงทำให้เกษตรกรมีความป็นอยู่ที่แย่ลง เนื่องจากขาดรายได้จากการทำนาไป ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงมีนโยบายการลดพื้นที่การทำนาในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง พร้อมกับส่งเสริมการปลูกพืชอายุสั้นทนแล้งทดแทน โดยในพื้นที่จังหวัดชัยนาท
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีออสเตรเลียแสดงความกังวลที่ไทยแก้ปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำด้วยการกำหนดสัดส่วนให้ผู้นำเข้าข้าวสาลีต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 1 ต่อ 3 อาจขัดกับหลักการขององค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ว่า มาตรการฯที่ไทยนำมาใช้นั้น เป็นมาตรการแก้ปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศตกต่ำ และใช้แบบชั่วคราว เมื่อสถานการณ์คลี่คลายจะพิจารณายกเลิก ซึ่งในเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์ จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศปีการผลิต 2560/61 หากสถานการณ์ราคาไม่ตกต่ำเหมือนปี 2559/60 อาจพิจารณายกเลิกการใช้มาตรการฯ “ยืนยันว่า การกำหนดสัดส่วน 1 ต่อ 3 เป็นมาตรการดีที่สุด ที่ใช้แก้ปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศตกต่ำ เพราะเหมือนเป็นการบังคับให้ผู้นำเข้าข้าวสาลี ต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ เช่น นำเข้าข้าวสาลี 1 ตัน ต้องซื้อข้าวโพด 3 ตัน ทำให้เกษตรกรสามารถขายข้าวโพดได้ ราคาจะขยับขึ้น เรื่องนี้ได้คุยกับออสเตรเลียแล้วซึ่งเขาเข้าใจไทย”นางอภิรดีกล่าว
เมื่อวันที่ 12 มกราคม น.ส.จิตตานันท์ กิจวรสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า หลังจากท้องฟ้าครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องใน จ.น่าน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ฤดูหนาวกลับไม่หนาวแต่มีฝนตกลงมาคล้ายฤดูฝน จากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศดังกล่าวทำให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป แม้ข้อดีคือ โอกาสแล้งจะน้อยลง แต่ก็ทำให้คนน่านและนักท่องเที่ยวต่างพากันผิดหวัง รวมทั้งยังทำให้ข้าวโพดอาหารสัตว์ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอยู่บนภูเขา เมื่อเจอน้ำฝนอย่างต่อเนื่องจะมีความชื้นสูง เกิดเชื้อราและรากงอก เก็บมาขายก็จะไม่ได้ราคา รวมถึงพืชผักสวนครัวหรือสวนผลไม้ต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบลักษณะเดียวกัน “หรือถ้าฝนหยุดตกอุณหภูมิสูงขึ้น อากาศร้อนชื้น เชื้อราจะชอบมาก เพราะฉะนั้นเกษตรกรต้องดูแลพืชผลของตนเอง” นางสาวจิตตานันท์กล่าว และว่า ประการที่สองผลกระทบที่เห็นชัดเจน นอกจากข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวไม่ทันคือ พริก มะขามหวาน เมื่อเจอฝนช่วงนี้ทำให้เกิดเชื้อรา ประการที่สามผู้ปลูกถั่วเหลืองสำหรับเก็บเมล็ดพันธุ์ จำหน่ายให้เกษตรกรปลูกหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ก็จะเกิดเชื้อราอีกเช่นเดียวกัน รวมพื
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แม่แจ่ม เชียงใหม่ 1 แสนตันเคว้ง ทุนใหญ่ไม่รับซื้อ เหตุพื้นที่ปลูกมากกว่า 95% ไม่มีเอกสารสิทธิ เผยมีใบ สทก.ให้สิทธิทำกินในป่าสงวนฯไม่ถึง 5,000 ไร่ เกษตรกรจำใจขายขาดทุนยับ 4.50 บาท/กก. วอนรัฐบาลช่วยเหลือด้านตลาด พร้อมยอมปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดใหม่ที่มีตลาดรองรับแน่นอน ชี้เศรษฐกิจแม่แจ่มตกต่ำสุดในรอบ 20 ปี 95% ไม่มีเอกสารสิทธิ นายอุทัย บุญเทียม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของจังหวัดเชียงใหม่ในฤดูกาลผลิตปี 2559 ถือว่าประสบปัญหาหนักมาก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม เนื่องจากผลผลิตในปีนี้ประมาณ 100,000 ตัน ยังไม่มีตลาดรับซื้อที่แน่นอน และมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา แม้ปัจจุบันเกษตรกรได้เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตไปบ้างแล้วราว 20% โดยขายผ่านพ่อค้าคนกลางที่มีตลาดรับซื้อเป็นกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่และเลี้ยงสุกรในพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งเกษตรกรจำใจขายและจำเป็นต้องขายในภาวะขาดทุน ขณะที่ผลผลิตที่ยังรอการเก็บเกี่ยวนับจากนี้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์อีกกว่า 70-80% ยังไม่ม
รัฐ-เอกชนผนึกพลัง 4 ภาคส่วน พัฒนา “บัลลังก์โมเดล” ต้นแบบการรวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่แห่งแรกของไทยที่โคราช เพื่อผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยั่งยืน เผยกลุ่มซีพีรับซื้อผลผลิตในราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 7.90 บาท รายงานข่าวจากจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เทศบาลตำบลบัลลังก์ อ.โนนไทย เกษตรอำเภอโนนไทย จ.นครราชสีมา และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร่วมกับบริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ดำเนินโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” ในรูปแบบ “บัลลังก์โมเดล” เพื่อพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมบริหารจัดการแบบแปลงใหญ่แห่งแรกของประเทศ นำไปสู่ต้นแบบการรวมกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เข้มแข็ง และยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานตรวจสอบย้อนกลับได้ พิธีร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือได้จัดขึ้นระหว่าง 4 ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาคการเกษตร ประกอบด้วย สำนักงานเทศบาลตำบลบัลลังก์ สำนักงานเกษตรอำเภอโนนไทย สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.)นครราชสีมา และ บ.กรุงเทพโปรดิ
