ข้าว
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทุกอำเภอ ได้รับผลกระทบจากปัญหาสภาวะภัยแล้ง ฝนไม่ตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านลงแปลงนาแตกงอกช้ากว่าปกติ และมีหญ้าขึ้นมาแทนที่ นายพรเทพ เทวัญพิศพงษ์ อายุ 65 ปี เป็นเจ้าของแปลงนาข้าว หมู่ที่ 16 บ้านบึง ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า มาเช่าที่นาไว้จำนวน 23 ไร่ เพื่อปลูกข้าว โดยเสียค่าเช่าไร่ละ 400 บาท โดยเน้นใช้แรงงานตัวเอง 2 คนตายายเพื่อลดต้นทุน เนื่องจากราคาขายข้าวเปลือกต่อเกวียนละ 6,400 บาท หลังจากเมื่อเดือนที่ผ่านมาเห็นว่า ฝนเริ่มตกลงมาเล็กน้อย จึงหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงแปลงนา แต่ฝนได้หยุดตก จึงต้องรอน้ำฝนที่ตกลงมาชโลมบนพื้นดิน เพื่อให้เมล็ดข้าวแตกงอกออกมา แทนการสูบน้ำจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ไม่มากนักเข้าแปลงนา เพื่อประหยัดน้ำไว้ใช้ตอนฝนไม่ตก “การสูบน้ำเข้าแปลงนาในแต่ละครั้ง จะทำให้เสียต้นทุนเพิ่มกว่าเดิมอีกนับเป็นหมื่นบาท ต่อการเก็บเกี่ยวในแต่ละครั้ง จึงต้องหาทางพยายามลดต้นทุนในการผลิต แต่จากการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงแปลงนาฝนไม่ตก ทำให้ข้าวงอกช้า แต่มีหญ้าขึ้นมาแทนที่
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่าได้หารือเศรษฐกิจภาพรวมในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ซึ่งรองนายกฯ เป็นห่วงในกลุ่มของเกษตรกร เพราะราคาพืชผลการเกษตรอ่อนตัวลง จึงให้กระทรวงการคลังออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งในด้านรายจ่ายและเพิ่มรายได้ “กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรไว้อยู่แล้วซึ่งในสัปดาห์นี้กระทรวงการคลังสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมร่วมกันเพื่อมีมาตรการออกมา โดยอาศัยกลไกของธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และจะให้ที่ประชุมครม.พิจารณาเห็นชอบในวันอังคารที่ 27 ก.ย.ต่อไป ทั้งนี้มาตรการจะผสมผสานกัน อาทิ สินเชื่อเกษตร เป็นต้น ซึ่งต้องให้ผ่าน ครม.ก่อน ถึงจะบอกรายละเอียดได้ ส่วนวงเงินงบประมาณให้สำนักงบประมาณไปพิจารณา” นายอภิศักดิ์กล่าว นายอภิศักดิ์กล่าวว่า สำหรับประมาณการเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ยังไปได้ดี คาดว่าจีดีพีโตประมาณร้อยละ 3 ขึ้นไป อย่างไรก็ตามไตรมาส 4 จะมาจากแรงกระตุ้น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การเบิกจ่ายงบประมาณปกติ และ 2.เงินที่เพิ่มเติมให้เกษตรกร รว
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยในฐานะประธานการประชุมวางแผนข้าวครบวงจร ว่า เพื่อพิจารณาลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังปี 2560 ที่จะเริ่มปลูกในเดือน พ.ย.-ธ.ค.2559 ลดลงอีกประมาณ 1 ล้านไร่ เหลือพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 6 ล้านไร่ทั่วประเทศ จากแผนการผลิตเดิมกำหนดพื้นที่เพาะปลูกไว้ประมาณ 7 ล้านไร่ เพื่อลดปริมาณผลผลิตข้าวลง 1 ล้านตัน ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณผลผลิตรวมข้าวนาปรังทั่วประเทศจากที่ประมาณการไว้ 5 ล้านตัน เหลือเพียง 4 ล้านตันทั่วประเทศ เบื้องต้นแผนการลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง คาดว่าจะใช้โครงการเดิมที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือ โครงการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชหลากหลาย เป้าหมายประมาณ 3 แสนไร่ และเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นปลูกข้าวโพดอีกประมาณ 7 แสนไร่ จากเดิมกำหนดไว้ที่ 5 แสนไร่ ซึ่งชาวนาที่เปลี่ยนใจเพาะปลูกหรือเข้าโครงการทั้งปลูกพืชอื่นและข้าวโพด รัฐบาลจะสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อเป็นการจูงใจประมาณไร่ละ 2,000 บาท หรือคิดเป็นงบประมาณรวมทั้งโครงการปลดพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศประมาณ 2,000 ล้านบาท “สำหรับการจูงใจชาวนาให้ไปทำเกษตรอื่นในที่ประชุม ยอมรับว่าเป
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 กันยายน 2559 นายมนตรา บุญเรือง อายุ 52 ปี เกษตรกรชาวนาตำบลบ้านบุ่ง อ.เมือง จ.พิจิตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า หลังจากที่ สนช.ได้ประชุมพิจารณา พ.ร.บ.งบปี 60 เพื่อปรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นั้น โดยเฉพาะ 17 มาตรการในการช่วยเหลือ ผมมองดูแล้วใช้ไม่ได้ ที่ผ่านมามีการประชุมเกษตรกรชาวนาที่ อบต.บ้านบุ่ง กว่า 100 ราย ในเรื่องการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 2 พันบาท ซึ่งเขาให้คนละ 5 ไร่เท่านั้น แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องหยุดทำนา แล้วหันมาปลูกพืชระยะสั้น เช่น ปลูกถั่วฝักยาว ข้าวโพด แต่สุดท้ายเกษตรกรชาวนายกมือสนับสนุนเพียง 5 คนเท่านั้น นายมนตรากล่าวอีกว่า ถามว่าพืชระยะสั้นเหล่านี้ เราทำมาแล้วจะขายให้ใคร การที่รัฐออกมาช่วยไร่ละ 2 พัน แล้วให้เกษตรกรชาวนาหันไปทำการเกษตรอื่น มันมองดูแล้วไม่ตรงจุด ทำไปแล้วจะขายให้ใคร เพราะปลูกกันทั้งจังหวัดทั้งประเทศ รัฐบาลออกมารับรองหรือไม่ว่าจะขายได้ ตรงนี้ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวนาเลย ผมว่ารัฐบาลออกมาแก้ไขเรื่องราคาจะดีกว่าที่จะมาให้ไร่ละ 2 พันบาท โดยเฉพาะเรื่องการพยุงราคาข้าว นายมนตรากล่าวอีกว่
ปัจจุบันในโลกเรา มีการบริโภคข้าวเพียง 2 ชนิด คือ ชนิดอินดิก้า (Indica Type) เป็นข้าวเมล็ดยาว อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า ชนิดจาโปนิก้า (Japonica Type) เป็นข้าวเมล็ดสั้น ข้าวอินดิก้า มีเมล็ดเรียว ยาว ปลูกและบริโภคในเขตร้อนชื้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอัสสัม-ยูนนาน รอยต่อระหว่างจีนกับอินเดีย ลักษณะเด่นของข้าวชนิดนี้ มีใบสีเขียวซีด โค้งโน้มต่ำลง ไม่ตั้งตรง ลำต้นสูง และเป็นชนิดที่ตอบสนองต่อช่วงแสง คือจะออกดอกในช่วงฤดูหนาว ที่เวลากลางวันสั้นกว่าเวลากลางคืน ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชนิดอินดิก้า ส่วน ข้าวจาโปนิก้า ปลูกอยู่ในญี่ปุ่น จีนตอนเหนือ ไต้หวัน และเกาหลี ลักษณะเด่นของข้าวชนิดนี้ มีเมล็ดป้อม สั้น ค่อนข้างกลม เมื่อหุงต้มแล้วไม่มีกลิ่น เกาะตัวกันคล้ายข้าวเหนียว ลำต้นเตี้ย ใบตั้ง แตกกอดี ไม่ตอบสนองต่อช่วงแสง แต่จะตอบสนองต่ออุณหภูมิ ตัวอย่าง เมื่อนำข้าวชนิดดังกล่าวมาปลูกที่สถานีทดลองข้าวบางเขน เขตจตุจักร ซึ่งมีอากาศร้อนกว่าที่ญี่ปุ่น ปลูกไปได้เพียง 45 วัน ข้าวก็จะออกดอก หากต้องการปลูกให้ได้ผลดี ต้องนำไปปลูกที่ภาคเหนือของไทย ในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น โดยธรรมชาติแล้ว ในภูมิภาคที่มีอ
จากการสำรวจการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม) พบว่า ยอดส่งออกข้าวมีปริมาณ 5,438,899 ตัน เพิ่มขึ้น 4.7% มูลค่า 2,428 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.7% คิดเป็นสัดส่วน 2% ของการส่งออกทั้งหมด มันสำปะหลัง 6,598,813 ตัน ลดลง 16% มูลค่า 1,743 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 24.4% คิดเป็นสัดส่วน 1.4% ของการส่งออก และยอดส่งออกยางพารา 2,079,099 ตัน เพิ่มขึ้น 1.3% มูลค่า 2,394 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 19% คิดเป็นสัดส่วน 2% ของยอดส่งออก ที่น่าสังเกตคือแม้ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่เทียบราคาเฉลี่ยพบว่าราคาลดลง โดยราคาข้าวเฉลี่ย 446 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 9.7% มันสำปะหลัง 264 เหรียญสหรัฐต่อตัน และยางพารา 1,151 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยตำรวจโท เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในส่วนของการออกไปขายล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศ ผู้ส่งออกต้องเผชิญกับสงครามราคารุนแรง เทียบราคา เอฟโอบีข้าวไทยยังคงอยู่ที่ตันละ 370 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เวียดนามตันละ 345-350 เหรียญสหรัฐ ปากีสถานตันละ 330 เหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนยังผันผวน เนื่องจากค่าเงินบาทแข็ง
น้ำปัสสาวะ เกิดจากระบบการขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยการแยกกาก คือ อุจจาระออกจากกัน ฉะนั้น น้ำปัสสาวะ จึงต่างจากอุจจาระที่เป็นของเสีย เมื่อน้ำปัสสาวะใช้ประโยชน์ในคนได้ ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีผู้นำมาทดลองใช้กับพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย นั่นก็คือ การใช้น้ำปัสสาวะใช้ในนาข้าว ซึ่งผู้ทดลองในเรื่องนี้ก็คือ นายสุธี ชิวหากาญจน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ศูนย์บริหารศัตรูพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมส่งเสริมการเกษตร ปกติคนเราจะถ่ายน้ำปัสสาวะ วันละ 1-1.5 ลิตร องค์ประกอบของน้ำปัสสาวะของผู้ใหญ่ 1 คน ต่อวัน ประกอบไปด้วย – ยูเรีย (ไนโตรเจน) 6-180 กรัม – ครีเอไทน์ (ไนโตรเจน) 0.3-0.8 กรัม – แอมโมเนีย (ไนโตรเจน) 0.4-1.0 กรัม – กรดยูลิก (ไนโตรเจน) 0.008-0.2 กรัม – โซเดียม 2.0-4.0 กรัม – โพแทสเซียม 1.5-2.0 กรัม – แคลเซียม 0.1-0.3 กรัม – แมกนีเซียม 0.1-0.2 กรัม – คลอไรด์ 4.0-8.0 กรัม – ฟอสเฟต (ฟอสฟอ
ในอดีต คนญี่ปุ่นทางตอนเหนือของประเทศ เคยอดข้าวตายมาแล้ว เนื่องจากอากาศหนาวจัดทำนาไม่ได้ผล ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ญี่ปุ่นภายใต้การสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ลงมือปฏิรูปด้านการเกษตรเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะการผลิตข้าวเพื่อให้เพียงพอบริโภคภายในประเทศ ด้วยให้นโยบายว่า “ข้าวเป็นพืชเพื่อความมั่นคงของชาติ” เน้นการปรับปรุงพันธุ์ข้าวอย่างจริงจัง พร้อมๆ กับการปฏิรูปที่ดิน มีการจัดรูปที่ดินอย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบให้มีขนาดมาตรฐาน ขนาด 10×100 เมตร หรือเท่ากับ 0.1 เฮกแตร์ มีหน่วยเรียกว่า 10a ออกเสียงว่า จูอาร์ และจัดสรรที่ให้ครอบครัวละ 1 เฮกแตร์ หรือเท่ากับ 6.25 ไร่ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีอากาศหนาวเย็น ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนเมษายน ญี่ปุ่นจึงมีอากาศอบอุ่นเพียง 6 เดือน เท่านั้น เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด อุณหภูมิขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียส พอย่างเข้าเดือนเมษายนอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ชาวนาญี่ปุ่นเริ่มเพาะกล้าในถาดพลาสติก ก้นฉลุเป็นตาข่าย ขนาด 30×60 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร ใช้ดินร่วนสะอาดเป็นวัสดุเพาะ ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 270 กรัม ต่อถาด รดน้ำด้วยฝักบัวพอช
จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2559 เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการยกย่องประกาศเกียรติคุณ พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติ โดย นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ในส่วนศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนดีเด่น ประเภทข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านดงลิง จังหวัดกาฬสินธุ์ หมู่ที่ 11 ตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยปัจจุบัน เกษตรกรหลายพื้นที่ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิต โดยหลักของการลดรายจ่ายในการทำนาก็คือการจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดส่วนต่างระหว่างรายจ่ายกับรายรับมากที่สุด ส่งผลเป็นกำไรงอกงามที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการปฏิบัติตามแนวทางของการลดต้นทุนการผลิตจะเป็นหนึ่งในทางออกของชาวนาไทยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คุณทองพูล ศรีพงษ์เสริฐ ประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านดงลิง จังหวัดกาฬสินธุ์ เล่าว่า เป้าหมายของการจัดตั้งศูนย์ เมื่อ ปี 2554 ก็เพื่อผลิตและกระจายเ
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในปี2559 สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้ปรับเป้าหมายส่งออกข้าวเพิ่มเป็น9.5ล้านตัน มูลค่าประมาณ 4,400ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ156,000ล้านบาท จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 9 ล้านตันเมื่อเดือนม.ค.2559 ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยังตั้งเป้าไว้ที่ 9.5ล้านตัน สำหรับการส่งออกข้าวในเดือนม.ค.-มิ.ย.59 ได้ส่งออกไปแล้ว 5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12.1% โดยปัจจุบัน ไทยได้ส่งออกข้าวเป็นอันดับ1 ของโลก มากกว่าอินเดียที่ส่งออกได้ 4.76 ล้านตัน และมากกว่าเวียดนามส่งออกได้ 2.66 ล้านตัน ปัจจัยบวกที่มีผลต่อการส่งออกข้าวไทยในปี 2559 ช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายคาดว่าตลาดที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกาจะกลับเข้ามาซื้อข้าวตามปกติของทุกปี แบ่งเป็นปัจจัยบวก คือ รัฐบาลได้วางแผนทำการตลาดทั้งการเจรจาขายข้าวและประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมีการระบายข้าวเก่าอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ส่งออกมีสินค้าส่งมอบให้ลูกค้าได้และช่วยทำให้ภาวะราคาข้าวปรับตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ สภาพภูมิอากาศกลับสูภาวะปกติและม
