ข้าว
ข้าว เป็นธัญพืชที่คงความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติมาช้านานแล้ว ไทยเราเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ พร้อมกันก็มีการพัฒนาจนเป็นหนึ่งของโลกในด้านนี้ นอกจากความร่วมมือของวงการข้าวเมืองไทยแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์คือแรงกระตุ้นให้ข้าวไทยขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ก้าวหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นได้ซึมซับและอยู่ในหัวใจของคนไทยเสมอมา ในคำนำของหนังสือ “30 ปี นาข้าวทดลองในสวนจิตรลดา” บอกไว้ว่า ในปีพุทธศักราช 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าว (เดิม) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำพันธุ์ข้าวต่างๆ มาปลูกทดลองในบริเวณสวนจิตรลดา และต่อมามีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนาว่า “ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาและทดลองทำนามาบ้าง และทราบดีว่าการทำนานั้นมีความยากลำบากเป็นอุปสรรคอยู่มิใช่น้อย จำเป็นต้องอาศัยพันธุ์ข้าวที่ดี และต้องใช้วิชาการต่างๆ ด้วยจึงจะได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน อีกประการหนึ่ง ที่นานั้นเมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้ว ควรจะปลูกพืชอื่นๆ บ้าง เพราะจะเพิ่มรายได้ให้อีกไม่น้อย ทั้งจะช่วยให้ดินร่วน ช่วยเพิ่มปุ๋ยกากพืช ทำให้ลักษณะเนื้อดินดีขึ้น เหมาะสำหรับจะทำนาในฤดูต่อไป” ถึงแม้เวลาจะร่วงเลยมานานแล้
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นครั้งแรก โอกาสเดียวกันนี้ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานีทดลองข้าวพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ทอดพระเนตรกิจกรรมภายในสถานีด้วยความสนพระทัย พร้อมทั้งได้พระราชทานแนวพระราชดำริต่างๆ ให้กับข้าราชการของสถานีทดลองข้าวพิมายด้วย ในปี พ.ศ. 2504 ได้มีการจัดตั้งโครงการหลวงจิตรลดาขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้กรมกสิกรรม ไปปลูกข้าวในแปลงนาทดลอง ภายในพระราชวังสวนจิตรลดา เพื่อผลิตข้าวพันธุ์ดีใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และแจกจ่ายเกษตรกรภายหลังพระราชพิธี ซึ่งการปลูกข้าวในแปลงนาทดลองสวนจิตรลดานั้น ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นแปลงทดลองได้มีพระราชกระแสรับสั่งว่า “ในอนาคตข้าวไร่บนที่สูงจะมีความสำคัญ เพราะไม่ต้องการน้ำมาก ใช้เพีย
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เชื้อราบิวเวอเรียหรือราขาว ในการกำจัดศัตรูพืช เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ส้ม เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แมลงหวี่ขาว หนอนห่อใบข้าว ด้วง สามารถทำลายทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของแมลง โดยใช้เชื้อราขาว 1-2 กก.ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบขยำเบาๆ ให้สปอร์สีขาวออกมาลอยอยู่ในน้ำ กรองเอาเฉพาะน้ำเชื้อ หากพื้นที่ปลูกพืชเกิดสภาพแห้งแล้งมากควรให้น้ำก่อน 1 ชม.แล้วจึงฉีดพ่นราขาว จะต้องฉีดพ่นราวขาวให้ถูกตัวแมลงศัตรูหรือบริเวณที่แมลงอาศัย โดยฉีดพ่นช่วงที่แมลงออกหากินหรือเวลาเย็น ซึ่งจะเหมาะต่อการงอกและเจริญเติบโตของราขาว หลังจากที่ฉีดพ่นราขาวแล้ว 5-7 วัน หากยังพบแมลงศัตรูพืชก็ให้ฉีดพ่นซ้ำอีก ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนการใช้สารเคมีได้ระดับหนึ่ง ปลอดภัยต่อเกษตรกรผู้ใช้ และได้ผลผลิตที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภคอีกด้วย นายมานพ จอมปัญญาเลิศ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และศูนย์จัดการศัตรูพืชและดินปุ๋ยชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน (ศดปช.) อยู่ในทุกตำบล รวม 128 ศูนย์ เพื่อติดตามสถา
เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีบ้านพันลำ บ้านแสนเจริญ บ้านหนองแวง ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ที่มีพื้นที่ติดคลองส่งน้ำจากโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่สูบน้ำจากแม่น้ำโขงไปตามคลองส่งน้ำ ต่างประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำจากปัญหาหน้าแล้งมาเร็วหลังฝนทิ้งช่วงมายาวนานทำให้ข้าวนาปีที่กำลังตั่งท้องออกรวงเริ่มขาดแคลนน้ำที่จะมาหล่อเลี้ยงลำต้นดินในพื้นนาข้าวที่ขาดน้ำเริ่มแตกระแหง เกษตรจะรอฝนจากธรรมให้ตกลงมากลัวว่าจะไม่ทันการต้นข้าวจะแห้งตายก่อน จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อน้ำจากโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่สูบน้ำจากแม่น้ำโขงส่งตามมาตามคลองส่งน้ำมาขายให้ชาวบ้านในราคาถูกราคาค่าน้ำอยู่ที่ชั่วโมงละ 60 บาท จะซื้อน้ำมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนที่นาของชาวนา เกษตรกรจะซื้อน้ำ 2 วันในหนึ่งสัปดาห์ ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวนาปีสูงขึ้นครั้นจะรอนำฝนที่ตกลงมาต้นข้าวก็จะยืนต้นตายก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบทบทวนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปีการผลิต 2559/60 ด้านการตลาด จำนวน 2 โครงการ เพื่อจูงใจให้มีการเก็บสต๊อกข้าวเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระดับราคาข้าวในตลาด ได้แก่ 1.โครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 59/60 ขยายความช่วยเหลือครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรไม่เกินกลุ่มละ 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชน ไม่เกินชุมชนละ 5 ล้านบาท ให้ค่าเก็บรักษาตันละ 1,500 บาท โดยแบ่งจ่ายในวันเบิกรับเงินกู้เพื่อเป็นค่าเตรียมข้าวเปลือก 1,000 บาท ส่วนอีก 500 บาทรับในวันที่ไถ่ถอนหลังร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือเข้าร่วมตามมาตรการที่กำหนด 2.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกปีการผลิต 59/60 ได้แก่ ชดเชยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ตามระยะเวลาที่เก็บสต๊อกไว้ 60 – 90 วัน จากเดิม 60-180 วัน นับแต่วันที่เบิกจ่าย ชดเชยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 4 ต่อปี เพื่อเก็บสต๊อกข้าวตั้งแต่วันที่ 90 – 180 วัน วงเงินค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 940 ล้านบาท เป็น หรือ 1,306
‘ไก่อู’เผย รบ.หนุนทำเกษตรแปลงใหญ่ ชี้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เลี่ยงความเสี่ยงภัยแล้งน้ำท่วม ชงรวมกลุ่มปลูกผลไม้ป้อนตลาดจีน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งปฏิรูปภาคการเกษตรโดยส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมการเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม โดยเฉพาะการจัดทำเกษตรแปลงใหญ่ บูรณาการทุกหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการปลูกพืชของเกษตรกร และมีผู้จัดการแปลงดูแลทุกกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง การรวมกลุ่มกันทำเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรกรสามารถกู้เงินได้ถึงแปลงละ 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.01 ต่อปี โดยในปีนี้ตั้งเป้าจัดทำเกษตรแปลงใหญ่กับพืชชนิดต่างๆ 580 แห่ง พื้นที่รวม 1.4 ล้านไร่ และจะขยายผลในปี 2560 ให้เป็น 1,000 แห่งขึ้นไป พร้อมส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพาะปลูกและแปรรูปผลผลิต พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า เฉพาะการส่งเสริมนาแปลงใหญ่ ล่าสุดได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายผลผลิตข้าวระหว่างกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่กับโรงสีหรือสหกรณ์ที่รับซื้อข้าวทั่วประเทศ ซ
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวสืบทราบว่ามีชาวบ้านที่ต.หนองแวงใต้ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร มีอาชีพทำนาและทำข้าวเม่าขาย สร้างรายได้ให้ครอบครัวได้อย่างดี จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านบัวใหม่พัฒนา หมู่ 2 ต.หนองแวงใต้ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ผู้สื่อข่าวพบกับ นายสมาน พลเสน อายุ 49 ปี โดยนายสมาน เปิดเผยว่า มีอาชีพทำนามาตั้งแต่รุ่นเก่าแก่ ไม่เคยขายข้าวได้ราคาสูงถังเกิน 15,000 บาท/ตัน ดังนั้น จึงคิดหาทางแปรรูปและนำเอาภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจากรุ่น พ่อแม่ มาเพิ่มรายได้ ด้วยการทำข้าวเม่า จำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งข้าวเม่าของคนภาคอีสานจะทำจากข้าวที่เริ่มแตกรวง และเป็นน้ำนมอ่อนๆ เก็บเกี่ยวจากที่นา จากนั้นจะนำมารูดเมล็ดออกจากรวง แล้วนำมาคั่วใส่กระทะด้วยความร้อนที่อยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ คั่วจนสุก แล้วนำมาตากให้เย็นสนิท จากนั้นจะนำมาใส่ครกตำ และใช้กระด้งฝัดเอาเปลือกออกก็จะได้ข้าวเม่าที่อ่อนนุ่ม มีรสชาติหอม เพราะกลิ่นสีเขียวจากข้าวที่กำลังเป็นน้ำนม และนำมาห่อใส่ใบบัว ทั้งนี้ หากนำไปใส่ถุงพลาสติก ข้าวเม่าเมื่อถูกปล่อยให้ถูกอากาศเย็นจะแข็งตัว เหมือนข้าวแห้งกินไม่อร่อย จึงนิยมนำมาใส่ห่อด้วยใบตองกล้วย
หลังเกิดสึนามิแล้วต่อด้วยการรั่วไหลของโรงไฟฟ้าปฏิกรณ์ปรมาณู เมื่อ 11 มีนาคม 2554 ชีวิตคนฟูกุชิมะ และเมืองรอบข้างก็ล่มสลายไม่มีชิ้นดี บางคนบอกว่า โชคดีที่ตายก่อน เพราะคนที่มีชีวิตอยู่ต้องผจญกับทุกข์ยากสาหัส คนหลายหมื่นคนต้องทิ้งบ้าน ทิ้งอาชีพการงาน ทิ้งไร่นา และกลายเป็นคนที่มี “รังสีปนเปื้อน” ติดตัวไปตลอดชีวิต ยากจะมีใครคบหาอยากผูกสัมพันธ์ สารกัมมันตภาพรังสี ปนเปื้อนในอากาศและน้ำ และทุกอย่างที่พวกเขาผลิต รวมทั้งข้าว ผลผลิตสำคัญของเมือง รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งห้ามผลผลิตการเกษตรทุกอย่าง รวมทั้ง ข้าวของฟูกุชิมะ และเมืองใกล้เคียงออกสู่ตลาด หลังพบว่ามีสารซีเซียม ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ปนเปื้อนสูงเกินกว่าที่กำหนด คือสูงกว่า 630 becquerels ต่อกิโลกรัม ขณะที่กฎหมายให้สูงได้ไม่เกิน 500 บริเวณที่ปนเปื้อนครอบคลุมกว่า 50 กิโลเมตร จากบริเวณที่เกิดระเบิด ชาวนา 154 ครอบครัว ที่ผลิตข้าวรวมกันได้ ปีละ 192 ตัน ต้องยุติการผลิต เกษตรกรรายหนึ่งใช้เวลาตลอดปีผลิตข้าวได้ 840 กิโลกรัม ถูกนำไปทำลายหมด คือพูดกันสั้นๆ ตรงๆ ไม่มีใครอยากกิน อยากแตะอะไรที่ไปจากฟูกุชิมะทั้งนั้น ข้าวที่ผลิตแล้วรอลงเรือก
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 แจงผลประชุมคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืช ภาคตะวันออก ครั้งที่ 2/2559 เผยข้อมูลข้าวนาปรังภาคตะวันออก ปี 59 เนื้อที่ ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ลด จากสภาวะความแห้งแล้งปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำหลักมีน้อย และการรณรงค์ให้เกษตรกรลดปลูกข้าวนาปรัง เช่นเดียวกับมันสำปะหลังโรงงานปี 59 ที่ลดเช่นกันจากสภาวะภัยแล้งที่ยาวนาน นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืช ภาคตะวันออก ครั้งที่ 2/2559 ณ ห้องประชุม สศท.6 จังหวัดชลบุรี เพื่อพิจารณาเห็นชอบรับรองข้อมูลข้าวนาปรัง และมันสำปะหลังโรงงาน ปี 2559 โดยเตรียมนำข้อมูลเสนอให้คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านการเกษตรด้านพืช พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านการเกษตร ก่อนเผยแพร่ในระดับจังหวัด ภาค และประเทศ ต่อไป ด้านนางบุบผา ภู่ละออ ผู้อำนวยการ สศท.6 ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับรองข้อมูล ข้าวนาปรังของภาคตะวันออก โดยมีเนื้อที่ปลูกในปี 2559 จำนวน 642,971 ไร่ ลด
หลังเผชิญภัยแล้งที่ค่อนข้างสาหัสมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี และในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาฝนเริ่มกลับมาอีกครั้ง เกษตรกรไทยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรประเทศ ที่ฝากความหวังจากการปลูกพืชเศรษฐกิจขายมาแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นสูง เริ่มเผชิญลางร้ายที่มาเยือนไม่ต่างจากภัยแล้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังพืชเศรษฐกิจหลักราคาทรุดหนัก เกษตรกรได้ร้องเรียนภาครัฐมานานหลายเดือนแล้ว แต่การแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องเกษตรกรของหน่วยงานรัฐกลับล่าช้าและไม่ตรงจุดที่ควรจะต้องรีบแก้ไข ขณะที่นายอภิศักดิ์ตันติวรวงศ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเริ่มวิตกเมื่อพบสัญญาเศรษฐกิจในเดือนกันยายนนี้เริ่มอ่อนตัว อาทิ ยอดขายปูนซีเมนต์ ยอดขายรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งลดลง ทำให้เห็นว่าการบริโภคเริ่มลดลง จะต้องมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้รัฐมีมาตรการไปยังภาคเกษตรมากพอสมควร รวมทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนัดถกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เร่งปั๊มกำลังซื้อในประเทศ หลังจากการส่งออกสินค้าทำได้แค่ประคองตัว โดยเตรียมหามาตรการดันราคาสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อให้กับเกษตรกร ที่ผ่านมา การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรหลักข
