จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างระดมสรรพกำลังเพื่อคิดค้นวิจัยสร้างนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ตระหนักถึงปัญหาในการระบาดของโรคโควิด-19 และได้มีส่วนร่วมในการคลี่คลายสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดยการใช้การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นของการระบาด และเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักประดิษฐ์ที่ทุ่มเทเสียสละในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วช. จึงได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2565 ระดับประกาศเกียรติคุณ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย ให้กับนวัตกรรม “รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ” Express Analysis Mobile Unit ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ และคณะ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย
ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โชว์ผลงาน “VirionQ PPE ชุดป้องกันทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพกำจัดไวรัส” รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี ปี 2565 สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ จัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 เผยช่วยกำจัดเชื้อไวรัสบนพื้นผิวชุด PPE ได้ภายใน 30 นาที ให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ พร้อมต่อยอดสู่ภาคธุรกิจ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็นต้องใช้ชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือ ชุด PPE เพื่อใช้ดูแลและคัดกรองผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชุด PPE ที่ใช้อยู่ทั่วไป เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหาชุดป้องกันอยู่ตลอด จึงได้คิดค้นและพัฒนาชุดป้องกันทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพกำจัดไวรัส VirionQ PPE ขึ้น และได้นำไปต่อยอดผลิตและจำหน่ายร่วมกับภาคเอกชน คือ บริษัท Thaimedlab เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อไป การพัฒนาชุด VirionQ PPE ฝีมือคนไทยนี้ มีการใช้วัส
มาม่า ตอกย้ำความเป็นผู้นำและทรงพลังในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ด้วยการคว้ารางวัล แบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทย หรือ The Most Powerful Brands of Thailand ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้ทำการวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่มีตัวอย่างมากที่สุด นายเพชร พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัลแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทย หรือ The Most Powerful Brands of Thailand นับเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศจากงานวิจัยที่มีความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือตามหลักวิชาการ โดยได้รับการโหวตจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพ และ 13 จังหวัดหลักในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน 24,000 ตัวอย่าง การได้รับรางวัลนี้จึงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและทรงพลังของมาม่าในฐานะบะหมึ่กึ่งสำเร็จรูปที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เราจะยังเดินหน้าพัฒนามาม่าให้ตอบโจทย์และตรงใจผู้บริโภคทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง และตรงกับยุคสมัย เพื่อให้มาม่าเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคตลอดไป สำหรับรางวัล The Most Powerful Brands of Tha
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัย แก่ ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนการบริหารจัดการน้ำ ปีที่ 1 งานวิจัยเข็มมุ่ง ประเมินความเสียหายของข้าวจากน้ำท่วม เผยกระทบพื้นที่ภาคอีสานมากที่สุด ตามด้วยภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ แต่อนาคตคาดน้ำน้อย ห่วงประชาชนจำนวนมากกลับต่างจังหวัด หวังทำการเกษตร กระทบเศรษฐกิจอีกรอบ แม้ว่าภาพรวมในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ประเทศไทยจะเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม หากมองถึงปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเขื่อนหลักที่ส่งน้ำเข้ามาดูแลภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลับมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้เพียง 41% และ 24 % เท่านั้น (ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2564) ด้วยปริมาณน้ำเพียงเท่านี้ อีกทั้งต้องนำไปใช้ดูแลพื้นที่ปลูกข้าวและพัฒนาเศรษฐกิจของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง อาจทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวการณ์ขาด
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัว “ผลิตภัณฑ์แก้อาการผมร่วงชนิดแอนโดรจินิค – อโลเพเซียจากสารสกัดแสมทะเล” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปี 2564 ในงาน NRCT Talk เปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 8 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีภารกิจที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนผลงาน ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี กระบวนการวิธี มาตรการ หรือระบบตลอดจนวิทยาการต่าง ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ในครั้งนี้ วช. ได้มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปี 2564 ให้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล แห่งภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นนักวิจัยที่มีความคิดริเริ่มและอุทิศตนเพื่องานวิจัย ได้สร้างองค์ความรู้ทางการวิจัยที่สำคัญ ในการสกัดสมุนไพรจากแสมทะเลมาใช้แก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์แก้อาการผมร่วงชนิดแอนโดรจ
การวิจัยและพัฒนาวัคซีนโดยทีมแพทย์และนักวิจัยไทย ถือเป็นอีกความหวังของประเทศในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เผยวัคซีนโควิด-19 4 ชนิด เริ่มนำมาทดสอบในคนระยะแรกแล้ว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจของโลกและประเทศเป็นอย่างมาก วัคซีนที่ได้รับการอนุญาตและมีการฉีดให้แก่ประชาชน ต้องเป็นวัคซีนที่ผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองและมนุษย์ จนมีความปลอดภัยสูงที่สุด และส่งผลข้างเคียงน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน คนไทยให้ความสนใจและฝากความหวังไว้กับการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพของนักวิจัยไทยเป็นอย่างมาก วัคซีน ChulaCov19 ซึ่งเป็นการพัฒนาวัคซีน mRNA เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 SARS-Cov-2 โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผลิตโดยสร้างชิ้นส่วนขนาดจิ๋วจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา (โดยไม่มีการใช้ตัวเชื้อแต่อย่างใด) ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมขนาดจิ๋วนี้เข้าไป จะทำการสร้างเป็นโปรตีน
อาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) รวมถึงอาการปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อและเอ็น (Tendinitis) มักเกิดขึ้นจากปัญหาการนั่งทำงาน หรือการใช้คอมพิวเตอร์รวมถึงโทรศัพท์มือถือ เป็นระยะเวลานาน มักจะทำให้เกิดภาวะปวดเมื่อยหรือภาวะตึงของกล้ามเนื้อตามมา ทีมนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คิดค้นนวัตกรรมสเปรย์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย ในรูปแบบสเปรย์นาโนสูตรเย็น เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย คลายความเครียด และความกังวลจากอาการปวดเมื่อยที่เกิดจากการทำงาน และจากภาวะออฟฟิศซินโดรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำนักวิจัย และนักประดิษฐ์ จากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการประกวดนวัตกรรม “The 5th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 15-17 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งนวัตกรรม “สเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็น บรรเทาอาการปวดเมื่อย” ของ นางสาววราภรณ์ โชติสวัสดิ์, และคณะ แห่งหน่วยชีวเคมี ภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกร
วิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ นอกจากต้องป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว เรื่องปากท้อง อาหารการกิน เป็นเรื่องใหญ่ในการดำรงชีวิต กินอย่างมีคุณภาพ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรค วันนี้ มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานเนื้อสัตว์ ให้คำนึงถึงการบริโภคอย่างปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดทำให้ผู้บริโภคบางส่วนยังมีความกังวลกับความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ศ.นพ. ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ว่า เชื้อโคโรน่าไวรัส หรือ โควิด-19 จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ในจีน พบว่า เชื้อนี้ติดต่อได้ในสัตว์ตระกูล Feline เช่น แมว เสือ และสัตว์จำพวก มิ้ง นอกจากนี้ มีการรายงานในสุนัข ส่วนสัตว์เศรษฐกิจ เช่น หมู ไก่และเป็ด งานวิจัยพบว่าไม่สามารถติดโรคโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้โรคโควิด-19 ที่แพร่จากคนไปสู่สัตว์เลี้ยง ยังไม่พบหลักฐานว่าเชื้อโรคชนิดนี้แพร่กลับมาสู่คนได้ “งานวิจัยชี้ชัดว่าไวรัสตัวนี้ไม่ติดใน หมู ไก่ เป็ด หรือปศุสัตว์อื่นๆ ประชาชนจึงสบายใจได้ในการบริโภคเนื้อสัตว์เหล่านี้
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ณ สวนรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พร้อมทั้งสาธิตการใช้งานเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบ นวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ณ สวนรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมทั้งกล่าวถึงการสนับสนุนผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยมี พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวต้อนรับและรับมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ในโอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึง การสนับสนุ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ที่รบกวนธรรมชาติ ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมแก่ทรัพยากรทางทะเลรวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของปะการัง ซึ่งการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและปะการังนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ทางวิชาการอย่างลึกซึ้งและการบริหารจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสม จึงเกิดเป็นความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรที่มีเจตนารมณ์ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทยให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม เอสซีจี โดยธุรกิจ Cement and Construction Solution ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันนำเทคโนโลยี 3D Cement Printing มาพัฒนากับวัสดุ Advanced Materials ขึ้นรูปการพิมพ์แบบ 3 มิติ เป็นวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง สร้างต้นแบบที่มีความกลมกลืนเสมือนจริงใกล้เคียงธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเล ความร่วมมือนี้ครอบคลุมไปถึงการศึกษา วิจัย ติดตามผลตามแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการังและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การจัดงาน Thailand Sustainability Expo 2020
