จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โชว์ผลงาน “VirionQ PPE ชุดป้องกันทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพกำจัดไวรัส” รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี ปี 2565 สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ จัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 เผยช่วยกำจัดเชื้อไวรัสบนพื้นผิวชุด PPE ได้ภายใน 30 นาที ให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ พร้อมต่อยอดสู่ภาคธุรกิจ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็นต้องใช้ชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือ ชุด PPE เพื่อใช้ดูแลและคัดกรองผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชุด PPE ที่ใช้อยู่ทั่วไป เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหาชุดป้องกันอยู่ตลอด จึงได้คิดค้นและพัฒนาชุดป้องกันทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพกำจัดไวรัส VirionQ PPE ขึ้น และได้นำไปต่อยอดผลิตและจำหน่ายร่วมกับภาคเอกชน คือ บริษัท Thaimedlab เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อไป การพัฒนาชุด VirionQ PPE ฝีมือคนไทยนี้ มีการใช้วัส
มาม่า ตอกย้ำความเป็นผู้นำและทรงพลังในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ด้วยการคว้ารางวัล แบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทย หรือ The Most Powerful Brands of Thailand ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้ทำการวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่มีตัวอย่างมากที่สุด นายเพชร พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัลแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทย หรือ The Most Powerful Brands of Thailand นับเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศจากงานวิจัยที่มีความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือตามหลักวิชาการ โดยได้รับการโหวตจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพ และ 13 จังหวัดหลักในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน 24,000 ตัวอย่าง การได้รับรางวัลนี้จึงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและทรงพลังของมาม่าในฐานะบะหมึ่กึ่งสำเร็จรูปที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เราจะยังเดินหน้าพัฒนามาม่าให้ตอบโจทย์และตรงใจผู้บริโภคทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง และตรงกับยุคสมัย เพื่อให้มาม่าเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคตลอดไป สำหรับรางวัล The Most Powerful Brands of Tha
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัย แก่ ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนการบริหารจัดการน้ำ ปีที่ 1 งานวิจัยเข็มมุ่ง ประเมินความเสียหายของข้าวจากน้ำท่วม เผยกระทบพื้นที่ภาคอีสานมากที่สุด ตามด้วยภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ แต่อนาคตคาดน้ำน้อย ห่วงประชาชนจำนวนมากกลับต่างจังหวัด หวังทำการเกษตร กระทบเศรษฐกิจอีกรอบ แม้ว่าภาพรวมในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ประเทศไทยจะเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม หากมองถึงปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเขื่อนหลักที่ส่งน้ำเข้ามาดูแลภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลับมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้เพียง 41% และ 24 % เท่านั้น (ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2564) ด้วยปริมาณน้ำเพียงเท่านี้ อีกทั้งต้องนำไปใช้ดูแลพื้นที่ปลูกข้าวและพัฒนาเศรษฐกิจของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง อาจทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวการณ์ขาด
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัว “ผลิตภัณฑ์แก้อาการผมร่วงชนิดแอนโดรจินิค – อโลเพเซียจากสารสกัดแสมทะเล” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปี 2564 ในงาน NRCT Talk เปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 8 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีภารกิจที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนผลงาน ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี กระบวนการวิธี มาตรการ หรือระบบตลอดจนวิทยาการต่าง ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ในครั้งนี้ วช. ได้มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปี 2564 ให้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล แห่งภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นนักวิจัยที่มีความคิดริเริ่มและอุทิศตนเพื่องานวิจัย ได้สร้างองค์ความรู้ทางการวิจัยที่สำคัญ ในการสกัดสมุนไพรจากแสมทะเลมาใช้แก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์แก้อาการผมร่วงชนิดแอนโดรจ
การวิจัยและพัฒนาวัคซีนโดยทีมแพทย์และนักวิจัยไทย ถือเป็นอีกความหวังของประเทศในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เผยวัคซีนโควิด-19 4 ชนิด เริ่มนำมาทดสอบในคนระยะแรกแล้ว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจของโลกและประเทศเป็นอย่างมาก วัคซีนที่ได้รับการอนุญาตและมีการฉีดให้แก่ประชาชน ต้องเป็นวัคซีนที่ผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองและมนุษย์ จนมีความปลอดภัยสูงที่สุด และส่งผลข้างเคียงน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน คนไทยให้ความสนใจและฝากความหวังไว้กับการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพของนักวิจัยไทยเป็นอย่างมาก วัคซีน ChulaCov19 ซึ่งเป็นการพัฒนาวัคซีน mRNA เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 SARS-Cov-2 โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผลิตโดยสร้างชิ้นส่วนขนาดจิ๋วจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา (โดยไม่มีการใช้ตัวเชื้อแต่อย่างใด) ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมขนาดจิ๋วนี้เข้าไป จะทำการสร้างเป็นโปรตีน
อาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) รวมถึงอาการปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อและเอ็น (Tendinitis) มักเกิดขึ้นจากปัญหาการนั่งทำงาน หรือการใช้คอมพิวเตอร์รวมถึงโทรศัพท์มือถือ เป็นระยะเวลานาน มักจะทำให้เกิดภาวะปวดเมื่อยหรือภาวะตึงของกล้ามเนื้อตามมา ทีมนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คิดค้นนวัตกรรมสเปรย์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย ในรูปแบบสเปรย์นาโนสูตรเย็น เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย คลายความเครียด และความกังวลจากอาการปวดเมื่อยที่เกิดจากการทำงาน และจากภาวะออฟฟิศซินโดรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำนักวิจัย และนักประดิษฐ์ จากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการประกวดนวัตกรรม “The 5th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 15-17 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งนวัตกรรม “สเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็น บรรเทาอาการปวดเมื่อย” ของ นางสาววราภรณ์ โชติสวัสดิ์, และคณะ แห่งหน่วยชีวเคมี ภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกร
วิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ นอกจากต้องป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว เรื่องปากท้อง อาหารการกิน เป็นเรื่องใหญ่ในการดำรงชีวิต กินอย่างมีคุณภาพ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรค วันนี้ มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานเนื้อสัตว์ ให้คำนึงถึงการบริโภคอย่างปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดทำให้ผู้บริโภคบางส่วนยังมีความกังวลกับความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ศ.นพ. ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ว่า เชื้อโคโรน่าไวรัส หรือ โควิด-19 จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ในจีน พบว่า เชื้อนี้ติดต่อได้ในสัตว์ตระกูล Feline เช่น แมว เสือ และสัตว์จำพวก มิ้ง นอกจากนี้ มีการรายงานในสุนัข ส่วนสัตว์เศรษฐกิจ เช่น หมู ไก่และเป็ด งานวิจัยพบว่าไม่สามารถติดโรคโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้โรคโควิด-19 ที่แพร่จากคนไปสู่สัตว์เลี้ยง ยังไม่พบหลักฐานว่าเชื้อโรคชนิดนี้แพร่กลับมาสู่คนได้ “งานวิจัยชี้ชัดว่าไวรัสตัวนี้ไม่ติดใน หมู ไก่ เป็ด หรือปศุสัตว์อื่นๆ ประชาชนจึงสบายใจได้ในการบริโภคเนื้อสัตว์เหล่านี้
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ณ สวนรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พร้อมทั้งสาธิตการใช้งานเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบ นวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ณ สวนรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมทั้งกล่าวถึงการสนับสนุนผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยมี พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวต้อนรับและรับมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นละอองนาโนน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ในโอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึง การสนับสนุ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ที่รบกวนธรรมชาติ ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมแก่ทรัพยากรทางทะเลรวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของปะการัง ซึ่งการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและปะการังนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ทางวิชาการอย่างลึกซึ้งและการบริหารจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสม จึงเกิดเป็นความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรที่มีเจตนารมณ์ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทยให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม เอสซีจี โดยธุรกิจ Cement and Construction Solution ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันนำเทคโนโลยี 3D Cement Printing มาพัฒนากับวัสดุ Advanced Materials ขึ้นรูปการพิมพ์แบบ 3 มิติ เป็นวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง สร้างต้นแบบที่มีความกลมกลืนเสมือนจริงใกล้เคียงธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเล ความร่วมมือนี้ครอบคลุมไปถึงการศึกษา วิจัย ติดตามผลตามแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการังและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การจัดงาน Thailand Sustainability Expo 2020
กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมนักวิชาการจากหลากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างให้ความเห็นบนเวทีเสวนา “เคมี พระเอก หรือ ผู้ร้าย” ชี้ เคมีสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้า เผยไม่มีสารเคมีใดไม่เป็นอันตราย ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการและการรู้จักใช้สารเคมีอย่างรับผิดชอบต่อสังคม เชื่อว่าแนวคิดการบริหารจัดการเคมี จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้เคมีเพื่อประโยชน์ของประเทศในอนาคต นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกล่าวว่า อุตสาหกรรมเคมีเป็น ต้นน้ำของหลายอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจของประเทศไทย อาทิ ปิโตรเคมี พลาสติก ยา เกษตร อาหาร ยานยนต์ฯลฯ ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้ มีความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยมูลค่าการส่งออกเคมีภัณฑ์ ในปี 2562 มูลค่ากว่า 1 แสน 2 พันล้านบาท สูงเป็นลำดับที่ 7 ของมูลค่าการส่งออกทั้งประเทศ และมีการนำเข้าเคมีภัณฑ์เพื่อนำมาใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับอุปโภค-บริโภค ในประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 แสน 8 หมื่นล้านบาท โดยเป็นลำดับที่ 4 ของสินค้าที่มีการนำเข้าของไทย สารเคมีเข้า
