ซีพีเอฟ
นายภักดี ไทยสยาม ประธานกรรมการ บริษัท หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จำกัด อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมคณะผู้บริหารและเกษตรกรหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า ให้การต้อนรับ นพ.สุทธิพงษ์ อาจกมล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีมโหสถ พร้อมคณะผู้บริหารโรงพยาบาลศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ตลอดจนคณะผู้บริหารและเพื่อนพนักงาน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จากธุรกิจไก่เนื้อและเป็ดเนื้อ ธุรกิจสัตว์น้ำ ธุรกิจห้าดาวและธุรกิจฟู้ดคอร์ทและจัดเลี้ยง ธุรกิจการค้าในประเทศ และหน่วยงานพัฒนาความยั่งยืน เข้าเยี่ยมชมความสำเร็จด้านการบริหารจัดการองค์กรและองค์ความรู้ชุมชน อาทิ โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน โครงการปลูกป่าเชิงนิเวศในชุมชนเฉลิมพระเกียรติรัชการที่ 9 โครงการไก่ไข่อินทรีย์ และโครงการผักอินทรีย์ “เกษตรกรหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาองค์กรและบุคลากรเพื่อความยั่งยืน ผ่านโครงการส่งเสริมด้านอาชีพ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่ชาวชุมชนและชาวซีพีเอฟร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง เราเริ่มต้นจากอาชีพหลักคือการเลี้ยงสุก
นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) วิเคราะห์ว่า ปี 2565 ประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) ที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 28% ของประชากรทั้งประเทศ และจากสถานการณ์จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการประเมินและคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มติดสังคม กลุ่มติดบ้าน และกลุ่มติดเตียง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ “กลุ่มติดเตียง” มีประมาณ 3% หรือ 4 แสนคน จากผู้สูงอายุที่มีอยู่ประมาณ 13 ล้านคน จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคม ที่ภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมือวางโครงสร้างกับสังคมผู้สูงอายุระยะยาว ในด้านสวัสดิการและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตท
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร โชว์ศักยภาพผู้นำธุรกิจอาหารของโลก ภายในงาน Thaifex-Anuga World of Food Asia 2022 ภายใต้แนวคิด “FOOD FOR THE NEXT DECADE” ชูเทรนด์อาหารโลก 5 กลุ่มในอีก 10 ปีข้างหน้า ตอบโจทย์วิถีบริโภคยั่งยืน นำทีมโดย “Meat Zero” เนื้อจากพืช ที่คว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมอาหาร (THAIFEX-ANUGA Taste Innovation Show 2022) ผลิตภัณฑ์ CP SELECTION รวมถึง ไก่เบญจา-หมูชีวา และกุ้งซีพี แปซิฟิก เพราะโลกไม่เพียงต้องการอาหารปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ แต่ยังต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับประชากรโลกกว่าหมื่นล้านคนในปี 2050 ได้อย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ แบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อจัดแสดงภายในงาน ถึง 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช (Plant-based Meat) แบรนด์ MEAT ZERO ที่ทำให้ “พืช…อร่อยแบบเนื้อสัตว์” ซึ่งคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมอาหาร หรือ THAIFEX-ANUGA Taste Innovation Show 2022 จากงานนี้ด้วย ทั้งนี้ เนื้อจากพืช เป็น 1 ใน 3 Top Trends อาหารโลกที่มีกระบวนการผลิตส่งผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด 2. ผลิตภัณฑ์กลุ่มของสด “ไก่เบญจา” และ “หมูชีวา” เ
น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า “คุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของผู้บริโภคในการนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อหาอาหารเพื่อบริโภคได้อย่างมั่นใจ ยิ่งในยุคที่คนทั้งโลกต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโรคโควิด-19 การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ทุกผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทจึงผ่านกระบวนการผลิตโดยใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ด้วยโมเดลธุรกิจผลิตอาหารแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ “ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านวิถีชุมชน สิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน รวมไปถึงการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัลสำหรับการผลิตอาหารของซีพีเอฟ (CPF Digital Traceability) ฟาร์มทุกแห่งของบริษัท และฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพฯ หรือคอนแทร็กต์ฟาร์ม มุ่งเน้นการนำหลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กับการยึดหลักมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ด้วยหลักอิสระ 5 ประการ มุ่งเน้นให้สัตว์มีสุขภาพดีเป็นหลัก ให้ส
นางสาววิไลวรรณ พงษ์มี เจ้าของร้าน Hi Pork สาขาห้างสรรพสินค้า Lotus’s บางกรวย-ไทรน้อย เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นพนักงานบริษัทมาก่อน พอถึงจุดหนึ่งรู้สึกอิ่มตัวจึงตัดสินใจออกมาเปิดร้านขายเครื่องสำอางในตลาด แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพจึงจำเป็นต้องหยุดกิจการ ระหว่างนั้นพยายามมองหาธุรกิจใหม่ๆ กระทั่งเจอ FIVE Star เพราะเป็นลูกค้าประจำ รสชาติอาหารถูกปาก และถูกใจในคุณภาพ จึงติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันเปิดมา 3-4 ปีแล้ว รวม 2 สาขา ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี “หลังจากธุรกิจ FIVE Star ประสบความสำเร็จ ได้ต่อยอดมายัง Hi pork ที่เน้นเนื้อหมูเป็นวัตถุดิบหลัก ด้วยประสบการณ์ที่เคยร่วมงานกับทีมงานคุณภาพและมาตรฐานของอาหาร รวมถึงทำเลที่น่าสนใจบริเวณด้านหน้าห้างโลตัส จึงตัดสินใจลงทุนในงบหลักหมื่น ซึ่งวันแรกที่เปิดร้านลูกค้าให้ความสนใจจำนวนมาก ด้วยราคาไม่แพงและมีรายการอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทาน จนทุกวันนี้มีลูกค้าประจำแวะเวียนมาอุดหนุนตลอด ทำให้คืนทุนได้อย่างรวดเร็ว มีกำไรมาปรับปรุงและพัฒนาหน้าร้าน รวมถึงการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้ซื้อ” นางสาววิ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนกลไกลดก๊าซเรือนกระจกขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ชูโครงการพลังงานทดแทน และการจัดการของเสีย ขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) คาดลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 60,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เทียบเท่าการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 6.5 ล้านต้น นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สำนักวิศวกรรมกลาง ในฐานะประธานความมุ่งมั่นด้านการบริหารทรัพยากรที่เป็นเลิศ หนึ่งในกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action เปิดเผยว่า ซีพีเอฟในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดการมูลสัตว์และน้ำเสีย และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ไบโอดีเซล ก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้ขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าขับเคลื่อนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำ ระบบฟาร์มอัจฉริยะ และเทคโนโลยีบล็อกเชน มาผนวกกับกิจการเลี้ยงสัตว์ ช่วยยกระดับการบริหารจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ระดับสากล ลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ และเพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภคในมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร น.สพ. พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า ในฐานะประธานความมุ่งมั่นด้านสวัสดิภาพสัตว์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ตระหนักดีว่าหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร จึงได้ประกาศนโยบายด้านสวัสดิภาพสัตว์และการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้สัตว์ได้รับการเลี้ยงดูอย่างมีจริยธรรม สัตว์มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี สอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมายระดับสากล ปัจจุบัน ซีพีเอฟ ยังได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการเลี้ยงสัตว์สู่ระบบ “ฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm)” โดยประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีทันสมัย อาทิ Internet of Things (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นต้น มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง รวม
บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในเครือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ภายใต้แบรนด์ Chester’s (เชสเตอร์) เอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบไก่ย่าง ต้องลอง! เมนูใหม่สายเขียว อย่าง “ไก่เผ็ดกัญชาและซอสกัญ” ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นดี รวมทั้งเนื้อไก่สด สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานของซีพีเอฟ ปรุงด้วยส่วนผสมของใบกัญชาจากแหล่งปลูกคุณภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เมนูไก่เผ็ดกัญชาที่มีรสชาติอร่อยนัวไม่เหมือนใคร เมื่อรับประทานคู่กับซอสกัญสูตรพิเศษ ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ทำให้ไก่เผ็ดกัญชามีรสชาติที่กลมกล่อมและอร่อยลงตัวมากยิ่งขึ้น Chester’s เปิดประสบการณ์ความอร่อย โดยวางจำหน่ายในราคาชิ้นละ 59 บาท 2 ชิ้นราคา 99 บาท และ 4 ชิ้นราคา 179 บาท ส่วนลูกค้าที่รักเมนูข้าว ขอแนะนำ! ข้าวไก่เผ็ดกัญชาเสิร์ฟพร้อมซอสกัญ ราคาจานละ 129 บาทเท่านั้น ทั้ง 2 เมนูนี้เป็น Limited E(at)dition มีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย นางสาวลลนา บุญงามศรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจร้านอาหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า กระแสความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคกับอาหารที่มีส่วนผสมกัญชามากขึ้น Chester’s จึงพัฒนาเมนู “ไก่เผ็ดกั
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน พัฒนากระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า ลดปริมาณการสูญเสียอาหารและส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัยหนุนประสิทธิภาพการผลิต ตอบโจทย์การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDGs นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ประธานคณะทำงานด้านการสูญเสียอาหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร จึงมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยบริษัทได้ประกาศนโยบายด้านการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss & Food Waste Policy) เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหารในห่วงโซ่คุณค่า ลดปริมาณอาหารส่วนเกินและขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เป็นศูนย์ ในปี 2030 (พ.ศ. 2573) โดยเริ่มต้นดำเนินการในกิจการประเทศไทย สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) เรื่องการผลิตและการบ
นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือซีพี-ซีพีเอฟ ลงพื้นที่โครงการ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก ที่เกิดจากความร่วมมือ 3 ประสาน คือ กรมป่าไม้ ชุมชนรอบเขาพระยาเดินธง และซีพีเอฟ เป็นต้นแบบการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ และเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพป่าไม้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของซีพีเอฟ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงเครือซีพีและบริษัทในเครือ อาทิ นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ และยังได้รับเกียรติจาก มล.อนุพร เกษมสันต์ รองกงสุลกิตติมศักดิ์รัสเซีย นายศิริชัย มาโนช ที่ปรึกษาอาวุโส เครือซีพี ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมี นายสุรพล กลิ่นพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป หัวหน้าโครงการเขาพระยาเดินธง ชุมชน และคณะทำงานยุทธศาสตร์ ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง ให้การต้
