ซีพีเอฟ
น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า “คุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของผู้บริโภคในการนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อหาอาหารเพื่อบริโภคได้อย่างมั่นใจ ยิ่งในยุคที่คนทั้งโลกต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโรคโควิด-19 การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ทุกผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทจึงผ่านกระบวนการผลิตโดยใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ด้วยโมเดลธุรกิจผลิตอาหารแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ “ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านวิถีชุมชน สิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน รวมไปถึงการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัลสำหรับการผลิตอาหารของซีพีเอฟ (CPF Digital Traceability) ฟาร์มทุกแห่งของบริษัท และฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพฯ หรือคอนแทร็กต์ฟาร์ม มุ่งเน้นการนำหลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กับการยึดหลักมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ด้วยหลักอิสระ 5 ประการ มุ่งเน้นให้สัตว์มีสุขภาพดีเป็นหลัก ให้ส
นางสาววิไลวรรณ พงษ์มี เจ้าของร้าน Hi Pork สาขาห้างสรรพสินค้า Lotus’s บางกรวย-ไทรน้อย เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นพนักงานบริษัทมาก่อน พอถึงจุดหนึ่งรู้สึกอิ่มตัวจึงตัดสินใจออกมาเปิดร้านขายเครื่องสำอางในตลาด แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพจึงจำเป็นต้องหยุดกิจการ ระหว่างนั้นพยายามมองหาธุรกิจใหม่ๆ กระทั่งเจอ FIVE Star เพราะเป็นลูกค้าประจำ รสชาติอาหารถูกปาก และถูกใจในคุณภาพ จึงติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันเปิดมา 3-4 ปีแล้ว รวม 2 สาขา ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี “หลังจากธุรกิจ FIVE Star ประสบความสำเร็จ ได้ต่อยอดมายัง Hi pork ที่เน้นเนื้อหมูเป็นวัตถุดิบหลัก ด้วยประสบการณ์ที่เคยร่วมงานกับทีมงานคุณภาพและมาตรฐานของอาหาร รวมถึงทำเลที่น่าสนใจบริเวณด้านหน้าห้างโลตัส จึงตัดสินใจลงทุนในงบหลักหมื่น ซึ่งวันแรกที่เปิดร้านลูกค้าให้ความสนใจจำนวนมาก ด้วยราคาไม่แพงและมีรายการอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทาน จนทุกวันนี้มีลูกค้าประจำแวะเวียนมาอุดหนุนตลอด ทำให้คืนทุนได้อย่างรวดเร็ว มีกำไรมาปรับปรุงและพัฒนาหน้าร้าน รวมถึงการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้ซื้อ” นางสาววิ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนกลไกลดก๊าซเรือนกระจกขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ชูโครงการพลังงานทดแทน และการจัดการของเสีย ขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) คาดลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 60,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เทียบเท่าการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 6.5 ล้านต้น นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สำนักวิศวกรรมกลาง ในฐานะประธานความมุ่งมั่นด้านการบริหารทรัพยากรที่เป็นเลิศ หนึ่งในกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action เปิดเผยว่า ซีพีเอฟในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดการมูลสัตว์และน้ำเสีย และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ไบโอดีเซล ก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้ขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าขับเคลื่อนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำ ระบบฟาร์มอัจฉริยะ และเทคโนโลยีบล็อกเชน มาผนวกกับกิจการเลี้ยงสัตว์ ช่วยยกระดับการบริหารจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ระดับสากล ลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ และเพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภคในมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร น.สพ. พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า ในฐานะประธานความมุ่งมั่นด้านสวัสดิภาพสัตว์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ตระหนักดีว่าหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร จึงได้ประกาศนโยบายด้านสวัสดิภาพสัตว์และการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้สัตว์ได้รับการเลี้ยงดูอย่างมีจริยธรรม สัตว์มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี สอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมายระดับสากล ปัจจุบัน ซีพีเอฟ ยังได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการเลี้ยงสัตว์สู่ระบบ “ฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm)” โดยประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีทันสมัย อาทิ Internet of Things (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นต้น มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง รวม
บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในเครือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ภายใต้แบรนด์ Chester’s (เชสเตอร์) เอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบไก่ย่าง ต้องลอง! เมนูใหม่สายเขียว อย่าง “ไก่เผ็ดกัญชาและซอสกัญ” ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นดี รวมทั้งเนื้อไก่สด สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานของซีพีเอฟ ปรุงด้วยส่วนผสมของใบกัญชาจากแหล่งปลูกคุณภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เมนูไก่เผ็ดกัญชาที่มีรสชาติอร่อยนัวไม่เหมือนใคร เมื่อรับประทานคู่กับซอสกัญสูตรพิเศษ ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ทำให้ไก่เผ็ดกัญชามีรสชาติที่กลมกล่อมและอร่อยลงตัวมากยิ่งขึ้น Chester’s เปิดประสบการณ์ความอร่อย โดยวางจำหน่ายในราคาชิ้นละ 59 บาท 2 ชิ้นราคา 99 บาท และ 4 ชิ้นราคา 179 บาท ส่วนลูกค้าที่รักเมนูข้าว ขอแนะนำ! ข้าวไก่เผ็ดกัญชาเสิร์ฟพร้อมซอสกัญ ราคาจานละ 129 บาทเท่านั้น ทั้ง 2 เมนูนี้เป็น Limited E(at)dition มีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย นางสาวลลนา บุญงามศรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจร้านอาหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า กระแสความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคกับอาหารที่มีส่วนผสมกัญชามากขึ้น Chester’s จึงพัฒนาเมนู “ไก่เผ็ดกั
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน พัฒนากระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า ลดปริมาณการสูญเสียอาหารและส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัยหนุนประสิทธิภาพการผลิต ตอบโจทย์การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDGs นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ประธานคณะทำงานด้านการสูญเสียอาหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร จึงมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยบริษัทได้ประกาศนโยบายด้านการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss & Food Waste Policy) เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหารในห่วงโซ่คุณค่า ลดปริมาณอาหารส่วนเกินและขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เป็นศูนย์ ในปี 2030 (พ.ศ. 2573) โดยเริ่มต้นดำเนินการในกิจการประเทศไทย สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) เรื่องการผลิตและการบ
นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือซีพี-ซีพีเอฟ ลงพื้นที่โครงการ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก ที่เกิดจากความร่วมมือ 3 ประสาน คือ กรมป่าไม้ ชุมชนรอบเขาพระยาเดินธง และซีพีเอฟ เป็นต้นแบบการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ และเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพป่าไม้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของซีพีเอฟ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงเครือซีพีและบริษัทในเครือ อาทิ นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ และยังได้รับเกียรติจาก มล.อนุพร เกษมสันต์ รองกงสุลกิตติมศักดิ์รัสเซีย นายศิริชัย มาโนช ที่ปรึกษาอาวุโส เครือซีพี ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมี นายสุรพล กลิ่นพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป หัวหน้าโครงการเขาพระยาเดินธง ชุมชน และคณะทำงานยุทธศาสตร์ ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง ให้การต้
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นพัฒนาตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตกุ้งที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด ทั้งในฟาร์มและโรงงาน พร้อมยกเลิกใช้ถ่านหินในประเทศไทยภายในปี 2565 มีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนเป้าหมายสู่การเป็นองค์กร Carbon Neutral ในปี 2573 นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจกุ้ง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนทุกรูปแบบตลอดห่วงโซ่การผลิตกุ้ง ตั้งแต่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ ฟาร์มกุ้ง โรงงานผลิตอาหารแปรรูป โดยนำพลังงานชีวมวล และพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในกระบวนการผลิต ปัจจุบัน มีการติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์ในฟาร์มกุ้ง ในประเทศไทย 5 แห่ง และปีนี้ มีแผนติดตั้งโซล่าร์เซลล์เพิ่มในโรงเพาะฟักลูกกุ้งอีก 8 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ จะยกเลิกการใช้ถ่านหินในห่วงโซ่การผลิตกุ้งในประเทศไทยทั้งหมดภายในปีนี้ ตามเป้าหมาย CPF Coal Free 2022 ซีพีเอฟ ยังเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พลังงานหมุนเวียนในฟาร์มและโรงงานในห่วงโซ่การผลิตกุ้งอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประยุก
ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน ประจำปี 2565 แก่ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ที่มีคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงเกษตรฯ ด้านการสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างประโยชน์แก่สังคม สามารถนำองค์ความรู้มาใช้ในทางธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ช่วยขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน ในโอกาสกระทรวงเกษตรฯ ครบรอบ 130 ปี ในวันที่ 1 เมษายน 2565 ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรฯ ถนนราชดำเนินนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง กับผู้ที่ได้รับเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ซึ่งประกอบด้วย ภาคเอกชน ผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล้วนเป็นผู้ทำคุณประโยชน์หรือมีผลการปฏิบัติงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเป็นแบบอย่างที่ดี นำความรู้และประสบการณ์ ด้านการเกษตรและสหกรณ์ไปพัฒนางานให้สำเร็จ
บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารในเครือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ภายใต้แบรนด์ FIVE Star (ห้าดาว) ต่อ ยอดความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจแฟรนไชส์สัญชาติไทย ซึ่งประสบความสำเร็จมากกว่า 30 ปี มีการเติบโตถึง 6,000 สาขาทั่วประเทศ และ 1,600 สาขาในต่างประเทศ เปิดร้าน “Hi Pork” (ไฮพอร์ค) ภายใต้แนวคิด “Hi Pork ทานได้บ่อย อร่อยทุกมื้อ” โดยนำ ‘เนื้อหมู’ วัตถุดิบพรีเมียมมารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะปิ้ง ย่าง หรือทอด เสิร์ฟคู่กับข้าว พร้อมของทานเล่น ตอบโจทย์คนไทยที่นิยมรับประทานเนื้อหมู ได้สัมผัสความอร่อยฟิน เติมเต็มทุกมื้อในราคาสุดคุ้ม นายสุนทร จักษุกรรฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจห้าดาว และร้านอาหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ชื่อ ‘Hi Pork’ มาจากความต้องการสร้างแบรนด์ให้ดูเป็นมิตร เหมือนคำทักทายที่อบอุ่น ‘Hi’ เชิญชวนให้ทุกคนมาลิ้มลองอาหารของร้าน ซึ่งนอกจากรสชาติอร่อย ในราคาที่คุ้มค่าแล้ว หัวใจสำคัญของ ‘Hi Pork’ คือ P-Premium คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีคุณภาพพรีเมียม สด สะ
