ซีพีเอฟ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้ามีส่วนร่วมส่งเสริมเด็กและเยาวชนไทยมีภาวะโภชนาการที่ดี นำร่องโมเดลสร้างความมั่นคงทางอาหารในโรงเรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน หนุน “โรงเรียนบ้านกระเทียม (ราษฎร์วิทยาคม)” ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ในโครงการซีพีเอฟ อิ่มสุข ปลูกอนาคต ตั้ง “ร้านอิ่มสุข” สร้างประสบการณ์ให้น้องๆ เรียนรู้ทักษะทั้ง ด้านการผลิต การตลาด การจำหน่าย การคำนวณกำไรและต้นทุน ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรที่มีวิสัยทัศน์เป็น “ครัวของโลก” มุ่งมั่นให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอาหาร ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการสร้างทักษะในด้านการผลิตอาหาร โดยร่วมกับภาคีพันธมิตร ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน และโครงการซีพีเอฟ อิ่มสุข ปลูกอนาคต และล่าสุด นำร่องพัฒนาโรงเรียนบ้านกระเทียม (ราษฎร์วิทยาคม) เป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะการจัดการด้านการผลิต การตลาด การจำหน่าย ฯลฯ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานพิธีส่งมอบ “โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” ให้โรงรียน โดยมี น.สพ. จตุรงค์ โยธารักษ์ รองกรร
เทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงวิถีชีวิตใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร และดีต่อสุขภาพมากขึ้น การเลือกซื้อกุ้งที่สด สะอาด ปลอดภัย ปลอดสาร ช่วยให้ผู้บริโภคได้อิ่มอร่อย อาหารคุณภาพสูง และได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ล่าสุด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซีพีเอฟ จัดกิจกรรมชวนชิมผลิตภัณฑ์ “กุ้งซีพี แปซิฟิก” สายพันธุ์คัดพิเศษ ต้นกำเนิดจากทะเลแปซิฟิก ผลิตจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง พร้อมส่งตรงความสดสะอาดจากฟาร์มถึงมือผู้บริโภคด้วยระบบการขนส่งที่รวดเร็ว เพื่อรักษาความหวานจากธรรมชาติ เนื้อแน่นสัมผัสกุ้งได้เต็มคำ ทั้งในรูปแบบของกุ้งสด และ กุ้งต้มสุก ให้ผู้บริโภค กว่าจะมาเป็น “กุ้งซีพีแปซิฟิก” ที่ถูกปากถูกใจของผู้บริโภคนั้น ต้องผ่านกระบวนการเลี้ยงที่ดี ด้วยระบบการเลี้ยงกุ้ง CPF Combine Model ที่ผนวกระบบ “3 สะอาด” และการใช้โปรไบโอติก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง ลดความเสี่ยงจากโรคของกุ้ง โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในระหว่างการเลี้ยงกุ้ง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของความยั่งยืน สามารถส่งต่อผลผลิตกุ้ง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนทั้งโซล่าร์รูฟท็อป ไบโอก๊าซและพลังงานจากชีวมวล ในกระบวนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพใช้พลังงาน ตามเป้าหมายบริษัทฯ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25% ในปี 2568 นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจตามแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดห่วงโซ่การผลิต เช่น นำชิ้นเนื้อขนาดเล็กจากกระบวนการผลิตไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำในการทำฟาร์มกุ้งโดยไม่ปล่อยน้ำออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และการใช้พลังงานหมุนเวียน 3 ประเภท คือ พลังงานจากชีวมวล พลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้พลังงานจากไฟฟ้าและน้ำมัน ซีพีเอฟ กำหนดเป้าหมายการลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตลง 15% ในปี 2568 เทียบกับปีฐาน 2558 ซึ่งปัจจุบันโครงการพลังงานต่างๆ ของบริษัทฯยังคงเดินหน้าอย่างต่อเ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ตลอดห่วงโซ่การผลิต ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัย สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารและการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ ตอบรับเทรนด์การใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มอล นายสัตวแพทย์พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานอาหารสากล ซีพีเอฟ ในฐานะประธานคณะกรรมการสวัสดิภาพสัตว์ กล่าวว่า ในปัจจุบัน แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาปรุงอาหารทานเองที่บ้านมากขึ้น และมีความตระหนักถึงเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้จะต้องปลอดภัยและมาจากการผลิตที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้นตามมาด้วย ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารชั้นนำ จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มของสินค้าที่เหนือกว่า บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ใส่ใจในทุกขั้นตอนและคำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ตลอดกระบวนการผลิต ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ พร้อมทุ่มเทวิจัยศึกษาหาแนวทางและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อส่งมอบอาหารที่ปลอดภัยสูงสุด และดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซีพีเอฟ ได้ริเริ่มใช้หลักสวัสดิภาพสัตว์ในการเลี้ยงไก่เนื้อมาเป็นระยะเวลากว่า 31 ปี นับตั้งแ
นายมนตรี พร้อมวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจง รับมอบน้ำดื่มซีพีและไข่ไก่สด จาก นายกฤษณพงษ์ ทิพโสต ผู้แทน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวสุโขทัยที่ประสบภัยน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุฮีโกส ทำให้แม่น้ำยมน้ำเอ่อล้นตลิ่งเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจง หมู่ที่ 7 ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย จากนั้นชาวซีพีเอฟจิตอาสาได้ร่วมกันลงพื้นที่มอบน้ำดื่มแก่ชาวชุมชนบ้านหนองปลาหมอ ตำบลคลองกระจง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยกัน
การเรียนรู้ในโรงเรียนผ่านกิจกรรมด้านการเกษตร ปลูกผักสวนครัว เพาะเห็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เป็นการปลูกฝังเด็กและเยาวชนในการมีส่วนร่วม สร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับของโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโภชนาการและอาหาร และยังสามารถขยายผล ถ่ายทอดองค์ ความรู้และผลผลิตไปถึงชุมชนรอบข้าง น้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดอริยวงศาราม (หนองน้ำขาว) ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียน 150 คน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกทักษะงานด้านเกษตร จากการที่โรงเรียนเป็น 1 ใน 80 โรงเรียน ที่เข้าร่วม “โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” โครงการที่มุ่งมั่นมีส่วนร่วมส่งเสริมเด็กและเยาวชนไทยเข้าถึงอาหาร และยกระดับโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโภชนาการและอาหารของชุมชน ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผลผลิตเห็ดนางฟ้าจากโรงเรือนเพาะเห็ด ผักบุ้งจีน ผักกวางตุ้ง และผักคะน้า จากแปลงผักบนดิน ถูกส่งเป็นวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารกลางวันของนักเรียน วัตถุดิบเหล่านี้มาจากสถานีการเรียนรู้ 5 สถานีด้านเกษตรใน
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซีพีเอฟ เดินหน้าขับเคลื่อน “ความยั่งยืน” มุ่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพได้มาตรฐานปลอดภัย ด้วยความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน นำ “กุ้งซีพี แปซิฟิก” ผลิตภัณฑ์อาหารเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในคุณภาพของสินค้าและสุขอนามัยที่ดี จากระบบการเลี้ยงที่ช่วยรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว นายสัตวแพทย์สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งเสริมกระบวนการผลิตกุ้งบนพื้นฐานของความยั่งยืน ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงและนำนวัตกรรมการเลี้ยงกุ้ง 3 สะอาด ระบบหมุนเวียนน้ำและระบบไบโอซีเคียวริตี้มาเชื่อมโยงกันในกระบวนการเลี้ยงกุ้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง ลดความเสี่ยงจากโรคของกุ้ง โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบการเลี้ยงกุ้งของซีพีเอฟ ให้ความสำคัญต่อการดูแลห่วงโซ่อุปทานอย่างรอบด้าน เริ่มตั้งแต่การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ สู่ฟาร์มเลี้ยงตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาพันธุ์กุ้งที่โตไวด
กรมประมง ร่วมกับชุมชนในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สานต่อความร่วมมือฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เติมความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารชุมชน และส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งนำองค์ความรู้อนุบาลปลาก่อนปล่อยลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ช่วยเพิ่มอัตราการรอดของปลาที่ปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องในการแก้ปัญหาปริมาณปลาในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ลดลง และสร้างระบบนิเวศที่สมดุล ซึ่งในช่วง 4 ปีมานี้ (ปี 2559-2562) ทั้ง 3 ภาคส่วนได้ร่วมกันปล่อยปลาสู่แหล่งน้ำ จำนวน 2.6 ล้านตัว และในปี 2563-2566 ร่วมกันดำเนินโครงการยุทธศาสตร์สร้างสุข ชุมชนพื้นที่เขาพระยาเดินธง ปล่อยปลาลงเขื่อน มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนปลาที่จับได้ในแหล่งน้ำเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานด้านการอนุบาลปลา ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ซีพีเอฟต่อยอดจากโครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธงอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า 5,971 ไร่ โดยในวันนี้ (21 สิงหาคม 2563) นายถาวร จิระโภสณรักษ์ รองอธิ
มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (Labour Protection Network : มูลนิธิ LPN) ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับการอบรมสู่รูปแบบออนไลน์ รับวิถีใหม่ (new normal) นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิ LPN กล่าวว่า ปีนี้ นับเป็นปีที่ 3 ที่มูลนิธิฯ ร่วมมือกับ ซีพีเอฟ ดำเนินการศูนย์รับฟังเสียงพนักงาน “Labour Voices Hotline by LPN” ซึ่งเป็นช่องทางรับฟังเสียงพนักงานโดยองค์กรอิสระ ควบคู่กับการจัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่คนงานทั้งไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายแรงงาน ความปลอดภัยและชีวอนามัยในการทำงาน และแนวทางการปฏิบัติที่ดีของบริษัทฯ และเพื่อตอบรับมาตรการความปลอดภัยและการป้องกันโรคระบาดในกระบวนการผลิตอาหารที่เคร่งครัด มูลนิธิฯ จึงปรับรูปแบบการจัดอบรมคนงานตามสถานประกอบการต่างๆ สู่การอบรบรมออนไลน์ ควบคู่กับการเยี่ยมแรงงานต่างชาติถึงหอพักเพื่อพบปะพูดคุยแบบ Focus Group ซึ่งเป็นกิจกรรมกลุ่มย่อยนอกสถานประกอบการและนอกเวลาทำงาน เพื่อให้แรงงานรู้สึกผ่อนคลายที่จะพูดแสดงควา
17 สิงหาคม 2563 – บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกาศนโยบายการจัดการอาหารสูญเสียและขยะอาหาร (Food Loss & Food Waste Policy) ในกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญในการลดอาหารส่วนเกินและขยะอาหารเป็นศูนย์ ในปี 2573 ภายใต้นโยบายดังกล่าว ซีพีเอฟ มุ่งมั่นสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) ข้อ 12 ว่าด้วยเรื่องการมีแบบแผนการผลิตและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งส่วนหนึ่งของเป้าหมายมุ่งลดขยะอาหารของโลก 50% ในระดับค้าปลีกและผู้บริโภคภายในปี 2573 เป้าหมายในส่วนของซีพีเอฟจะลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิตในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิต การลดอาหารส่วนเกิน และขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯให้เป็นศูนย์ ในปี 2573 เช่นเดียวกัน ทั้งในประเทศไทยและกิจการในต่างประเทศ นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักดีถึงการสูญเสียอาหารและขยะอาหารที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่าการผลิตอาหารตั้งแต่ โรงงา
