ซีพีเอฟ
เปิดตัวอุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์น้ำระดับโลกงานแรกของปีนี้ กับงานแสดงสินค้านานาชาติอันดับหนึ่ง VIV Asia 2019 (วิฟ เอเชีย) ที่มีการแสดงเทคโนโลยีและสัมมนาสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์น้ำระดับโลก ที่ฉลองครบรอบ 33 ปี ด้วยพื้นที่การจัดงานที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมปศุสัตว์และสัตว์น้ำครบวงจร ภายใต้แนวคิด “From Feed to Food” โดยปีนี้มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตอาหารสัตว์จนถึงการแปรรูปอาหารเพื่อผู้บริโภค มาจัดแสดงเต็มพื้นที่จัดงาน 30,000 ตารางเมตร ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ภายในงานมีบริษัทชั้นนำระดับโลก 1,245 ราย จาก 62 ประเทศในเอเชียและทั่วโลก นำสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาโชว์แก่ผู้ร่วมงานกว่า 50,000 คน ปีนี้ยังมุ่งเน้นเรื่องขั้นตอนการเลี้ยงและการแปรรูปเนื้อสุกร รวมไปถึงด้านวิศวกรรมการผลิตอาหาร (Food Engineering business) ตลอดการจัดงานคาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 18,000,000,000 บาท ด้าน นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ และ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้เข้าร่วมชมงาน VIV Asia 2019 ต่างชื่นชมการจัดงานในครั้งนี้ว่า เป็นงานแสด
ดร. ธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงโรม (FAO, IFAD, WFP) และผู้อำนวยการสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ณ กรุงโรม ร่วมหารือกับ นายสุปรี เบ้าสิงห์สวย กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และ นายสุธี สมุทระประภูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักบริหารและส่งเสริมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เกี่ยวกับบทบาทของซีพีเอฟในการสนับสนุน โครงการ “เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” และ โครงการ “ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” รวมทั้งแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรของไทย ตลอดจนความร่วมมือของบริษัทกับองค์กรสากล ณ อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ สีลม
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น หรือ ซี.พี. เวียดนาม คว้า 7 รางวัลระดับโลก Total Productive Maintenance : TPM 2018 สะท้อนภาพลักษณ์องค์กรที่ประสบความสำเร็จด้านการควบคุมและจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตองค์กร และมีระบบงานตามแนวคิด “การป้องกัน” ส่งผลให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน พร้อมเอื้อประโยชน์ต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกของซีพีเอฟ 4 แห่ง ได้แก่ โรงงานบางนา กม.21, โรงงานพิษณุโลก, โรงงานหนองแค และโรงงานปักธงชัย ผ่านการประเมินรางวัล TPM จากผู้เชี่ยวชาญ TPM Assessor ของสถาบัน JIPM (Japan Institute of Plant Maintenance) โดยวิธีการประเมิน 5 ด้าน คือ 1. ด้านการบริหารจัดการโรงงาน ที่มีการถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติ (Policy Deployment) เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ไปจนถึงการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายการดำเนินงาน 2. ด้านระบบ ประเมินความน่าเชื่อถือ ความสมเหตุสมผลของระบบที่ถูกสร้างขึ้น ที่สามารถนำมาปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ที่ดีไ
นายโอภาส เที่ยงงามดี (ที่ 2 จากขวา) หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้จัดทำรายการเดินหน้าประเทศไทย โดยทีมงานช่อง 7HD เข้าถ่ายทำรายการฯ ตอน..พ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญาสร้างความมั่นคงเกษตรกรไทย โดยมี นายแสวง วรรณรัตน์ (ที่ 5 จากขวา) เกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่เนื้อ กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ นายณรงค์ เจียมใจบรรจง (ที่ 3 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบเกษตรพันธสัญญาที่ซีพีเอฟสนับสนุนเกษตรกรให้มีอาชีพมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน ที่สำคัญการมีพ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญา ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเกษตรกรและบริษัทคู่ค้า ณ “ฟาร์มคุ้มเจริญ” อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
ผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสา โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ และโรงงานอาหารแปรรูปมีนบุรี 1 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รวมพลังกับหน่วยงานราชการ ทหาร และชุมชน บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดถนน ทางเดิน และปรับปรุงทัศนียภาพ ณ ชุมชนทองสงวน มีนบุรี ภายใต้ “โครงการสารวัตรรักษ์คลอง (คลองไผ่ผี)” ซึ่งจัดขึ้นเป็นที่ 5 ติดต่อกัน
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ (ที่ 6 จากขวา) ประธานคณะกรรมการบริหาร และ นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ (ที่ 6 จากซ้าย) ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เข้าเยี่ยมชมกิจการโรงงานของ บริษัท โอเวอร์ฮิลล์ฟาร์ม ในเครือบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ดส์ จำกัด (กิจการซีพีเอฟในประเทศสหรัฐอเมริกา) ณ เมืองเวอร์นอน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโรงงานมีศักยภาพการผลิตสูง สินค้ามีคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล และมีโอกาสทางการตลาด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนซีพีเอฟให้เดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นครัวของโลกอย่างยั่งยืน โดยมี นายเทอรี่ โอไบร์อัน (กลาง) เพรสซิเดนท์ บริษัท โอเวอร์ฮิลล์ฟาร์ม และ นายบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต (ที่ 5 จากซ้าย) ประธานธุรกิจ-สหรัฐอเมริกา บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดพร้อมคณะให้การต้อนรับ
(กรุงเทพฯ) – องค์กรสากลด้านมาตรฐานความยั่งยืนของอาหารทะเล (The Global Sustainable Seafood Initiative หรือ GSSI) ตอบรับการเข้าเป็นสมาชิกของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า การเข้าเป็นสมาชิกของ GSSI จะสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและกุ้งให้กับผู้บริโภคและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนของบริษัทที่ผ่านการผลิตด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต “ซีพีเอฟ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการรับรองจาก GSSI บริษัทจะทำงานร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในห่วงโซ่การผลิตในธุรกิจสัตว์น้ำและอาหารทะเลทั่วโลก เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการผลิตอาหารทะเลเพื่อความยั่งยืนสำหรับทุกคน” น.สพ.สุจินต์ กล่าว GSSI เป็นองค์กรระดับโลกภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วยบริษัทผู้ผลิตอาหารทำเลชั้นนำที่ทำธุรกิจสัตว์น้ำและอาหารทะเลตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาสังคมและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์ก
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เชิญคู่ค้า เกษตรกร ผู้แทนจำหน่ายอาหารสัตว์บก และสัตว์น้ำ เข้าเยี่ยมชม “มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2019” งานแสดงผลงานนวัตกรรมของชาวซีพีจากทั่วโลก ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรซีพีเกิดความคิดสร้างสรรค์ พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อภาคเกษตร วงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คู่ค้า และตัวแทนจำหน่าย อันเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี นายฤทธิชัย ภูมิอมร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ นำ น.สพ.ถนอมศักดิ์ เสรีวิชยสวัสดิ์ เจ้าของร้านแต้ซ่งกวง ผู้แทนจำหน่ายอาหารสัตว์บก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และคณะ เข้าเยี่ยมชมงาน ขณะที่ นายสุรพล ประมงค์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ นำคณะคู่ค้า ตัวแทนอาหารสัตว์น้ำ จากภาคใต้ ประกอบด้วย ร้านชุมพรอินเตอร์ฟีด ร้านพลพัฒน์การเกษตร ร้านอดิเทพการเกษตร รวมทั้ง นายปกครอง เกิดสุข ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จังหวัดกระบี่ และผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ จากจังหวัดตรัง สงขลา และกระบี่ เข้าศึกษาดูงาน ณ ไบเทค บางนา
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ประกาศเดินหน้าต่อยอดมาตรฐาน IFFO Responsible Supply หรือ IFFO RS ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตปลาป่นอย่างยั่งยืนในระดับสากลที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ไปยังคู่ค้าธุรกิจปลาป่นในต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าวัตถุดิบที่บริษัทใช้ทั้งหมดในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท ปลอดจากวัตถุดิบที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจสัตว์น้ำของซีพีเอฟ ชี้ถึงจุดยืนของบริษัทในการร่วมแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายกับภาครัฐ และองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างๆ แม้ว่าในปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปจะปลดใบเหลือง IUU ให้กับประเทศไทยแล้วก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าสนับสนุนคู่ค้าในธุรกิจปลาป่นให้ดำเนินการตามมาตรฐาน IFFO RS โดยในปีนี้จะร่วมกันพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 5 ราย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบย้อนกลับ และวัตถุดิบของบริษัทด้วย “บริษัทมุ่งพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ในเรื่องระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน IFFO RS เพื่อให้ผู
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ประกาศนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ครอบคลุมกิจการทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการลดพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติก เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจในระดับโลก ซีพีเอฟ จึงได้ประกาศนโยบายบรรจุภัณฑ์ฯ ซีพีเอฟ ดังกล่าว ตั้งเป้าหมายบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดของบริษัทจะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) หรือ นำมาใช้ใหม่ (Recyclable) หรือ นำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable) หรือสามารถย่อยสลายได้ (Compostable) 100% และจะยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็นภายในปี 2568 สำหรับกิจการในประเทศไทย ส่วนกิจการในต่างประเทศจะดำเนินการภายในปี 2573 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบาย บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำคัญ 4 ข้อ คือ 1. ส่งเสริมการใช้วัสดุที่ทดแทนใหม่ได้จากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน 2. สนับสนุนการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle System) หรือนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วไปผลิตเป็นพลังงาน (Energ
