ซีพีเอฟ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ถ่ายทอดแนวคิด ‘WASTE to VALUE’ สู่เด็ก-เยาวชน และชุมชนรอบสถานประกอบการ สร้างความตระหนักรู้ปัญหาขยะ ใช้หลักการ 3Rs ‘ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่’ (Reduce Reuse and Recycle) มุ่งบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน ต่อยอดสู่ “ธนาคารขยะ” ในโรงเรียน-ชุมชน นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุดโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การบริหารจัดการเพื่อลดขยะตลอดห่วงโซ่การผลิต เป็นสิ่งที่บุคลากรทุกคนมุ่งดำเนินการมาโดยตลอด ด้วยการนำหลักการ 3Rs มาใช้ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ เริ่มจากบุคลากรของบริษัทก่อน จากนั้นจึงขยายผลด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมกับเด็กเยาวชนและชาวชุมชน ความสำเร็จจากการสร้างเครือข่ายในสถาบันการศึกษาและชุมชน เกิดการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายจากขยะ จากความรู้การคัดเเยกและเพิ่มมูลค่าขยะ ปัจจุบันมีชุมชน 4 แห่ง และโรงเรียน 13 แห่ง ที่เข้
บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืน ให้กับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ใช้ห้องปฏิบัติการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability Operations Room) เชื่อมภาพถ่ายดาวเทียม 3 ดวง กับพิกัดจีพีเอสระบุตำแหน่งแปลงปลูก ประมวลและแสดงผลด้วย Power BI ติดตามการเผาแปลงในพื้นที่ปลูกข้าวโพดในห่วงโซ่อุปทานซีพีแบบเรียลไทม์ รายงานสถานะรายวัน เมื่อพบจุดเผาเจ้าหน้าที่ลงพื้นพูดคุยกับเกษตรกรทันทีตอกย้ำความมุ่งมั่นจัดหาข้าวโพดตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ “ไม่รับซื้อ และไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากพื้นที่รุกป่า และพื้นที่ที่มาจากการเผา” นายวรพจน์ สุรัตวิศิษฏ์ รองกรรมการผู้จัดการ กรุงเทพโปรดิ๊วส กล่าวว่า “พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานกรุงเทพโปรดิ๊วสครอบคลุมพื้นที่ปลูก กว่า 2 ล้านไร่ และเกษตรกรกว่า 40,000 ราย ลงทะเบียนในระบบตรวจสอบย้อนกลับของบริษัท ในช่วงเตรียมพื้นที่เพื่อเพาะปลูกข้าวโพดฤดูกาลใหม่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน บริษัทและพ่อค้าในเครือข่ายลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรทุกรายที่พบจุดความร้อนทั่วประเทศ ติดตามการเผาแปลงแบบทันท่วงที
ในวันแรงงานแห่งชาติ (National Labor Day) ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่ต้องการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ “แรงงาน” รวมถึง แรงงานข้ามชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย สิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติให้ได้รับตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อสนับสนุนให้สังคมไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในระดับสากล ด้านดูแลแรงงานและการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีนโยบายให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก การเจรจาต่อรอง และการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม รวมทั้งให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเพื่อต่อต้าน และยุติการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก ตลอดจนมุ่งขจัดการเลือกปฏิบัติและต่อต้านการคุกคามในทุกรูปแบบ ซีพีเอฟ ยังได้ผนึกพลังกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมดูแลแรงงานข้ามชาติบนเรือประมง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดงานสื่อสารคู่ค้าพันธมิตรกว่า 600 ราย ในรูปแบบ On-site และ Online เปิดตัวโครงการ “PARTNER TO GROW 2024…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” มุ่งมั่นพัฒนาคู่ค้า ร่วมคิด ร่วมพัฒนา เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกัน นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา ผู้บริหารสูงสุดสายงานจัดซื้อกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยตลอดห่วงโซ่คุณค่า คู่ค้าพันธมิตรเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน พัฒนาศักยภาพร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ซีพีเอฟสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อโลก แก่ผู้บริโภคทั่วโลก สร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” บริษัทจึงได้จัดงานสื่อสารความมุ่งมั่นในการดำเนินการจัดหาอย่างรับผิดชอบ ผ่านการดำเนินโครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ต่อเนื่องปีที่สอง เพื่อให้คู่ค้าพันธมิตร รับทราบทิศทางและเป้าหมายของซีพีเอฟ การดำเนินงานโครงการ แนวทางและหลักเกณฑ์กา
ซีพีเอฟ จับมือ กรุงเทพโปรดิวซ์ เดินหน้าตามนโยบายเครือซีพี “นโยบายไม่รับซื้อและไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่รุกป่า และพื้นที่ที่มาจากการเผา” รณรงค์หยุดเผา เปิดแอปพลิเคชั่น “ฟ.ฟาร์ม” แจ้งเบาะแสเผาแปลงข้าวโพด หวังพิชิตฝุ่น PM 2.5 พร้อมตอกย้ำรับซื้อเฉพาะ “ข้าวโพดปลอดเผา” บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาวัตถุดิบทางการเกษตรให้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์บก เดินหน้าตามนโยบายเครือซีพี “ไม่รับซื้อและไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่รุกป่าและพื้นที่ที่มาจากการเผา” เปิดแอปพลิเคชั่น ฟ.ฟาร์ม แจ้งเบาะแสเผาแปลง โดยมี ผู้บริหารและพนักงานโรงงานอาหารสัตว์บก อาทิ โรงงานอาหารสัตว์บกลำพูน โรงงานอาหารสัตว์บกปักธงชัย โรงงานอาหารสัตว์บกโคกกรวด โรงงานอาหารสัตว์บกพิษณุโลก เป็นต้น ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ชวนคนไทยพบการเผาแปลง แจ้งผ่านแอปพลิเคชั่น ฟ.ฟาร์ม (For Farm Application) ป้องกันการเผาแปลงข้าวโพด ตอกย้ำความมุ่งมั่นว่าโรงงานอาหารสัตว์บกซีพีเอฟทุกแห่งรับซื้อข้าวโพดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งปลูกที่ไม่รุกป่าและไม่เผาเท่านั
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รณรงค์การใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงส่งต่อองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำให้กับชุมชน และเกษตรกร ให้สามารถมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง สานต่อแนวคิด “การใช้น้ำเพื่อสร้างสันติภาพ” (Leveraging Water for Peace) เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก World Water Day 2024 นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลและบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำให้กับชุมชน มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในองค์กร และลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งน้ำภายนอก ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ภายใต้หลักการ 3Rs ประกอบด้วย ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด (Reuse) และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ทำให้ในปี 2566 กิจการของซีพีเอฟใน 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดี
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และในปีนี้เอง ซีพีเอฟได้ขยายโครงการพัฒนาคู่ค้าธุรกิจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจ SMEs, กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ได้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต จับมือเติบโตไปด้วยกัน นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา ผู้บริหารสูงสุด สายงานจัดซื้อกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้คู่ค้าธุรกิจดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเลิศ สามารถปรับตัวรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน ได้มาตรฐานสากล หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน จากการดำเนินโครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ในปีแรก สามารถช่วยคู่ค้าธุรกิจที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs กว่า 500 ราย ได้
บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนกลุ่มธุรกิจอาหาร ร่วม “โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ตามแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ BCG Model” ประจำปี 2567 เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารธุรกิจตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ชูคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จักราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้นแบบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารสีเขียวสู่ผู้บริโภค หนุนซีพีเอฟก้าวสู่การเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ Net-Zero ในปี 2050 นายรองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการ อบก. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการต้นแบบของการพัฒนาการผลิตแบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจ BCG และยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (Thailand’s Long-Term Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ของไทย ในปี 2050 และเป้าหมาย Net-Zero GHG Emission ในปี 2065 ทั้งนี้ องค์กรภาคธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 6
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์อาหารของซีพีเอฟ ยกระดับการแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก พัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมินภายใน SMART IA (Smart Internal Auditor) ยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นพัฒนาด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร เพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค ลูกค้า และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยได้พัฒนาผู้ตรวจประเมินภายในที่มีความสามารถ นำมาสู่การพัฒนาและปรับปรุงด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ตามมาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard) และมาตรฐานสากลอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2565 ซีพีเอฟ โดยสำนักระบบมาตรฐานสากล ได้ริเริ่มโครงการ SMART IA Pilot Project กับกลุ่มธุรกิจไก่เนื้อครบวงจรโคราช หรือ Korat model เป็นต้นแบบ และได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องครอบคลุมธุรกิจไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ ครบวงจรสระบุรี มีนบุรี และบางนา จนถึงปัจจุบันมี SMART IA รุ่นที่ 1 ที่มีศักยภาพและปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ตรวจประเมิน
จังหวัดสระบุรี ร่วมกับ ซีพี-เมจิ ผนึกกำลังสถานประกอบการซีพีเอฟ ในพื้นที่ จัดกิจกรรมเนื่องในวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า มอบอุปกรณ์ป้องกันและดับไฟป่า พร้อมปลูกต้นเข็มป่าเป็นแนวกันไฟยาว 200 เมตร ภายในสวนพฤกษศาสตร์พุแค นายวิชัย บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมเนื่องในวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ภายใต้โครงการ “ซีพี-เมจิ รักษ์ป่า รักษ์น้ำ” ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมทั้งรับมอบอุปกรณ์ป้องกันและดับไฟป่า เพื่อใช้ในการป้องกันและดับไฟป่าในจังหวัดสระบุรี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายปริญญา คุ้มสระพรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสระบุรี นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ ซีพี-เมจิ พนักงานจิตอาสาจากซีพี-เมจิ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ พื้นที่ จังหวัดสระบุรี สมาชิกชุมชนต่างๆ คณะครูและนักเรียนจาก 4 อำเภอ รอบผืนป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น สวนพฤกษศาสตร์พุแค เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งคอย รวมทั้งหมดมากกว่า 100 คน ร่วม
