ซีพีเอฟ
บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บังกี้ จำกัด (BUNGE) คู่ค้ารายใหญ่ระดับโลก จัดส่ง “กากถั่วเหลืองปลอดรุกพื้นที่ป่า” จากบราซิลถึงไทย “ล็อตแรก” จำนวน 185,000 ตัน ผ่านการเชื่อมต่อระบบตรวจสอบย้อนกลับของทั้งสองบริษัท และเพิ่มความโปร่งใสด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการจัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรอย่างรับผิดชอบ มาจากแหล่งที่ไม่บุกรุกพื้นที่ป่า ร่วมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ บริษัท บังกี้ จำกัด (NYSE: BG) (“บังกี้”) และ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคพี ผู้จัดหาวัตถุดิบหลักอาหารสัตว์ให้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โชว์ความสำเร็จของความร่วมมือในการจัดหาถั่วเหลือง และวัตถุดิบจากถั่วเหลืองอย่างรับผิดชอบ ผ่านการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกของเกษตรกรในบราซิล โดยดำเนินการทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างการส่งมอบกากถั่วเหลืองจากบราซิลจำนวน 185,000 ตัน ซึ่งเดินทางถึงประเทศไทยในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2567 นี้ นับเป็นถั่วเหลือง “ตู้แรก” จากบราซิล ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแปลงปลูกของเกษตรกรเป็นพื้นที่ท
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ควบคู่ไปกับตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการดูแลระบบนิเวศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ คืนสมดุลสู่ธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นทางความมั่นคงทางอาหาร สู่เป้าหมายเป็นครัวของโลก ที่ดูแลสุขภาพผู้บริโภคและรักษ์โลกไปด้วยกัน องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งในปีนี้ ใช้แนวคิด “Our land Our future We are #Generation Restoration” และในเดือนเดียวกันนี้ UN ยังได้กำหนดให้วันที่ 7 มิถุนายน เป็นวันความปลอดภัยอาหารโลก (World Food Safety Day) ด้วย นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร มีเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย มีโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคและสนับสนุนการเข้าถึงอาหารอย่างพอเพียงในทุกๆ สถานการณ์ พร้อมกันนี้ บริษัทตระหนักและให้
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถคู่ค้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Quality Day Together ติดอาวุธเพิ่มทักษะให้คู่ค้าธุรกิจ ที่เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารให้บริษัท โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ให้มีแนวปฏิบัติที่ดีในการควบคุมคุณภาพและอาหารปลอดภัยขั้นสูง ตามมาตรฐานสากล และรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก ช่วยสร้างโอกาสและขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ไทยเติบโตสู่เวทีโลก นางวิไลลักษณ์ คลอดเพ็ง ผู้บริหารสูงสุด สายงานประกันคุณภาพอาหารกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจรายย่อยและกลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นต้นทางการผลิตอาหารของซีพีเอฟมีขีดความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสและความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ บริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ Quality Day Together ให้ความรู้แก่คู่ค้าธุรกิจผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารในกลุ่มเครื่องปรุงและบรรจุภัณฑ์ ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจการประกันคุณภาพ หลักการวิเคราะห์ปัญหา
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ถ่ายทอดแนวคิด ‘WASTE to VALUE’ สู่เด็ก-เยาวชน และชุมชนรอบสถานประกอบการ สร้างความตระหนักรู้ปัญหาขยะ ใช้หลักการ 3Rs ‘ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่’ (Reduce Reuse and Recycle) มุ่งบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน ต่อยอดสู่ “ธนาคารขยะ” ในโรงเรียน-ชุมชน นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุดโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การบริหารจัดการเพื่อลดขยะตลอดห่วงโซ่การผลิต เป็นสิ่งที่บุคลากรทุกคนมุ่งดำเนินการมาโดยตลอด ด้วยการนำหลักการ 3Rs มาใช้ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ เริ่มจากบุคลากรของบริษัทก่อน จากนั้นจึงขยายผลด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมกับเด็กเยาวชนและชาวชุมชน ความสำเร็จจากการสร้างเครือข่ายในสถาบันการศึกษาและชุมชน เกิดการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายจากขยะ จากความรู้การคัดเเยกและเพิ่มมูลค่าขยะ ปัจจุบันมีชุมชน 4 แห่ง และโรงเรียน 13 แห่ง ที่เข้
บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืน ให้กับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ใช้ห้องปฏิบัติการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability Operations Room) เชื่อมภาพถ่ายดาวเทียม 3 ดวง กับพิกัดจีพีเอสระบุตำแหน่งแปลงปลูก ประมวลและแสดงผลด้วย Power BI ติดตามการเผาแปลงในพื้นที่ปลูกข้าวโพดในห่วงโซ่อุปทานซีพีแบบเรียลไทม์ รายงานสถานะรายวัน เมื่อพบจุดเผาเจ้าหน้าที่ลงพื้นพูดคุยกับเกษตรกรทันทีตอกย้ำความมุ่งมั่นจัดหาข้าวโพดตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ “ไม่รับซื้อ และไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากพื้นที่รุกป่า และพื้นที่ที่มาจากการเผา” นายวรพจน์ สุรัตวิศิษฏ์ รองกรรมการผู้จัดการ กรุงเทพโปรดิ๊วส กล่าวว่า “พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานกรุงเทพโปรดิ๊วสครอบคลุมพื้นที่ปลูก กว่า 2 ล้านไร่ และเกษตรกรกว่า 40,000 ราย ลงทะเบียนในระบบตรวจสอบย้อนกลับของบริษัท ในช่วงเตรียมพื้นที่เพื่อเพาะปลูกข้าวโพดฤดูกาลใหม่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน บริษัทและพ่อค้าในเครือข่ายลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรทุกรายที่พบจุดความร้อนทั่วประเทศ ติดตามการเผาแปลงแบบทันท่วงที
ในวันแรงงานแห่งชาติ (National Labor Day) ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่ต้องการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ “แรงงาน” รวมถึง แรงงานข้ามชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย สิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติให้ได้รับตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อสนับสนุนให้สังคมไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในระดับสากล ด้านดูแลแรงงานและการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีนโยบายให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก การเจรจาต่อรอง และการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม รวมทั้งให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเพื่อต่อต้าน และยุติการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก ตลอดจนมุ่งขจัดการเลือกปฏิบัติและต่อต้านการคุกคามในทุกรูปแบบ ซีพีเอฟ ยังได้ผนึกพลังกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมดูแลแรงงานข้ามชาติบนเรือประมง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดงานสื่อสารคู่ค้าพันธมิตรกว่า 600 ราย ในรูปแบบ On-site และ Online เปิดตัวโครงการ “PARTNER TO GROW 2024…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” มุ่งมั่นพัฒนาคู่ค้า ร่วมคิด ร่วมพัฒนา เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกัน นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา ผู้บริหารสูงสุดสายงานจัดซื้อกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยตลอดห่วงโซ่คุณค่า คู่ค้าพันธมิตรเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน พัฒนาศักยภาพร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ซีพีเอฟสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อโลก แก่ผู้บริโภคทั่วโลก สร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” บริษัทจึงได้จัดงานสื่อสารความมุ่งมั่นในการดำเนินการจัดหาอย่างรับผิดชอบ ผ่านการดำเนินโครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ต่อเนื่องปีที่สอง เพื่อให้คู่ค้าพันธมิตร รับทราบทิศทางและเป้าหมายของซีพีเอฟ การดำเนินงานโครงการ แนวทางและหลักเกณฑ์กา
ซีพีเอฟ จับมือ กรุงเทพโปรดิวซ์ เดินหน้าตามนโยบายเครือซีพี “นโยบายไม่รับซื้อและไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่รุกป่า และพื้นที่ที่มาจากการเผา” รณรงค์หยุดเผา เปิดแอปพลิเคชั่น “ฟ.ฟาร์ม” แจ้งเบาะแสเผาแปลงข้าวโพด หวังพิชิตฝุ่น PM 2.5 พร้อมตอกย้ำรับซื้อเฉพาะ “ข้าวโพดปลอดเผา” บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาวัตถุดิบทางการเกษตรให้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์บก เดินหน้าตามนโยบายเครือซีพี “ไม่รับซื้อและไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่รุกป่าและพื้นที่ที่มาจากการเผา” เปิดแอปพลิเคชั่น ฟ.ฟาร์ม แจ้งเบาะแสเผาแปลง โดยมี ผู้บริหารและพนักงานโรงงานอาหารสัตว์บก อาทิ โรงงานอาหารสัตว์บกลำพูน โรงงานอาหารสัตว์บกปักธงชัย โรงงานอาหารสัตว์บกโคกกรวด โรงงานอาหารสัตว์บกพิษณุโลก เป็นต้น ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ชวนคนไทยพบการเผาแปลง แจ้งผ่านแอปพลิเคชั่น ฟ.ฟาร์ม (For Farm Application) ป้องกันการเผาแปลงข้าวโพด ตอกย้ำความมุ่งมั่นว่าโรงงานอาหารสัตว์บกซีพีเอฟทุกแห่งรับซื้อข้าวโพดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งปลูกที่ไม่รุกป่าและไม่เผาเท่านั
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รณรงค์การใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงส่งต่อองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำให้กับชุมชน และเกษตรกร ให้สามารถมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง สานต่อแนวคิด “การใช้น้ำเพื่อสร้างสันติภาพ” (Leveraging Water for Peace) เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก World Water Day 2024 นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลและบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำให้กับชุมชน มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในองค์กร และลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งน้ำภายนอก ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ภายใต้หลักการ 3Rs ประกอบด้วย ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด (Reuse) และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ทำให้ในปี 2566 กิจการของซีพีเอฟใน 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดี
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และในปีนี้เอง ซีพีเอฟได้ขยายโครงการพัฒนาคู่ค้าธุรกิจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจ SMEs, กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ได้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต จับมือเติบโตไปด้วยกัน นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา ผู้บริหารสูงสุด สายงานจัดซื้อกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้คู่ค้าธุรกิจดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเลิศ สามารถปรับตัวรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน ได้มาตรฐานสากล หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน จากการดำเนินโครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ในปีแรก สามารถช่วยคู่ค้าธุรกิจที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs กว่า 500 ราย ได้
