ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายเชษฐา แหล่ป้อง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. และ นายโกเมนทร์ โคตรศรีวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เยี่ยมชมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของ ธ.ก.ส. ภายใต้ “โครงการเปลี่ยนอากาศให้เป็นเงิน BAAC Carbon Credit” ณ ธนาคารต้นไม้บ้านท่าลี่ ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นแห่งแรกที่มีการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตไปแล้ว 400 ตันคาร์บอน โดย ธ.ก.ส. รับซื้อในราคากึ่ง CSR ตันละ 3,000 บาท คิดเป็น เงินรวม 1.2 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มปริมาณคาร์บอนเครดิตจากชุมชนออกสู่ตลาดอีกกว่า 1.5 แสนตันคาร์บอน ภายใน 7 ปี ทั้งนี้ ธ.ก.ส. เตรียมขยายผลไปยังชุมชนธนาคารต้นไม้อีกกว่า 6,800 ชุมชนทั่วประเทศ หนุนการปลูกป่าเพิ่มอีกปีละ 108,000 ต้น และวางเป้าหมายสร้างปริมาณการ ซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตอีกกว่า 510,000 ตันคาร์บอน ภายในปี 2571 ซึ่งโครงการดังกล่าวนอกจากช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ผู้ปลูกต้นไม้แล้ว ยังเป็นก
ธ.ก.ส. โอนเงินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 67 ให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการตามนโยบายรัฐบาล รายละ 10,000 บาท ไปแล้ว จำนวน 6.5 ล้านราย เป็นเงินกว่า 65,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 25-30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา โดยในส่วนของบัญชีที่โอนเงินไม่สำเร็จอีก 4,000 ราย ผู้ที่ได้รับสิทธิ์สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา เพื่อเร่งดำเนินการโอนเงินต่อไป นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ธ.ก.ส. ในฐานะธนาคารของรัฐ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล ด้วยการรับลงทะเบียนบัญชีพร้อมเพย์และโอนเงินให้กับกลุ่มเป้าหมายตามเงื่อนไข รายละ 10,000 บาท โดยเริ่มโอนเงิน ตั้งแต่วันที่ 25-30 กันยายนที่ผ่านมาไปแล้ว จำนวนกว่า 6.5 ล้านราย เป็นเงินจำนวน 65,000 ล้านบาท โดยยังมีกลุ่มที่โอนเงินไม่สำเร็จอีก จำนวน 4 พันราย เป็นเงิน 40 ล้านบาท ซึ่งปัญหาเกิดจากสถานะบัญชีปลายทางถูกปิดไปแล้ว หรือไม่พบบัญชี เป็นต้น สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการโอนเงินในคร
ธ.ก.ส. ครบรอบวันสถาปนาปีที่ 59 จัดงานวิ่งครั้งยิ่งใหญ่ “BAAC Charity Run 3rd 2024” เปิดรับสมัครทั้งระยะ Fun Run 5 กิโลเมตร และ Mini Marathon 10.5 กิโลเมตร ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เตรียมปล่อยตัวออกวิ่งพร้อมกันในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ผ่าน https://race.thai.run/baacrun2024 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จัดงานวิ่งครั้งใหญ่แห่งปี BAAC Charity Run 3rd 2024 ฉลองเนื่องในโอกาสวันสถาปนาธนาคารปีที่ 59 ในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพฯ โดยเปิดรับสมัครการวิ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะ Fun Run 5 กิโลเมตร และระยะ Mini Marathon 10.5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 600 บาท และ VIP ค่าสมัคร 1,000 บาท พร้อมรับของที่ระลึกจาก ธ.ก.ส. อาทิ เสื้อวิ่ง BIB กระเป๋าสะพายข้าง Magnet และหมวกผ้าร่ม สำหรับประเภทการแข่งขันระยะ 10.5 กิโลเมตร แบ่งรุ่นอายุเป็น 5 กลุ่ม ชายและหญิง ได้แก่ 1) รุ่นอายุไม่เกิน 29 ปี 2) รุ่นอายุ 30-39 ปี 3) รุ่นอายุ 40-49 ปี 4) รุ่นอายุ 50-59 ปี และ 5
นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติ Association of Insurers and Reinsurers of Developing Countries: AIRDC ครั้งที่ 23 ในหัวข้อ “Creating Opportunity Amid Challenges & Turmoil (CO-ACT)” เพื่อสร้างโอกาสท่ามกลางความท้าทายในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดงานดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) สมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีในการพัฒนาและขยายความร่วมมือระหว่างกันในด้านการประกันภัย พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ของตลาดประกันภัยในประเทศที่กำลังพัฒนา และส่งเสริมความร่วมมือของอุตสาหกรรมประกันภัยระหว่างภูมิภาคต่อไป โดยมี นางปาวีนา ปิยะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินฝากเพื่อสงเคราะห์ชีวิต และพนักงาน ธ.ก.ส. เข้าร่วม ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567
นายไพศาล หงษ์ทอง และ นายเชษฐา แหล่ป้อง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมส่งมอบรางวัลกระบะ Toyota Hilux Revo Z edition จำนวน 30 รางวัล ให้ผู้โชคดีจากการจับรางวัลโครงการชำระดีมีโชค ครั้งที่ 3 และ 4 เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพด้านการเกษตร และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรลูกค้า เพื่อนำมาลดภาระหนี้สิน โดยมีลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ในการลุ้นโชค ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 3 ที่ชำระหนี้ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2567 และผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในการลุ้นโชคระดับประเทศที่สะสมการชำระหนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 รวมจำนวน 2.7 ล้านราย รางวัลจำนวน 16,568 รางวัล มูลค่ารวม 256 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการชำระดีมีโชค จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจลูกค้าที่ชำระหนี้ได้ก่อนหรือตามกำหนดเวลา และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างวินัยในการชำระหนี้ ที่นำไปสู่การลดปัญหาหนี้สินครัวเรือนอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับลูกค้าเอง ซึ่งจากการจัดโครงการชำระดีมีโชคครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 3
นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 11 “Money Expo Udonthani 2024” โดยปีนี้ ธ.ก.ส. นำผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ให้ทั้งผลตอบแทนและบัตรเดบิตที่มาพร้อมประกันภัย รวมทั้งการลุ้นโชคพร้อมบริการทางการเงินแบบครบวงจรมาให้บริการลูกค้าถึงที่ อาทิ บัตรเดบิตใหม่ บัตรเดบิตพลอยไพฑูรย์ วงเงินคุ้มครองประกันภัยสูงสุด 1,000,000 บาท เมื่อประสบอุบัติเหตุฉุกเฉิน ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน สมัครบัตรใหม่พร้อมค่าธรรมเนียม 1,234 บาทต่อปี เฉพาะในงานนี้ เมื่อสมัครบัตรพลอยไพฑูรย์ ฝากเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป และคงยอดไว้ 6 เดือน รับกระเป๋าเดินทาง ขนาด 17 นิ้ว จำนวน 1 ใบ และเงินฝากเอาใจวัยเลอค่ากับ เงินฝากแก้วนพรัตน์ สำหรับผู้เกษียณอายุ หรือ Early Retire ภายในปีนี้ และบุคคลธรรมดาที่อายุ 55 ปีขึ้นไป เริ่มเปิดฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลา 3 ปี รับดอกเบี้ยเป็นรายเดือนร้อยละ 2.10 ต่อปี และอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ให้ทั้งผลตอบแทนที่ดี ไปพร้อมกับการวางแผนการ
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมแสดงความยินดีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เนื่องในโอกาสวันสถาปนา สคร. ครบรอบ 22 ปี และได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้แก่กองทุนสวัสดิการ สคร. เพื่อนำไปใช้ในการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อไป โดยมี นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการ สคร. เป็นผู้รับมอบ ณ ชั้น 15 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567
ธ.ก.ส. จัดโปรแซ่บ แคมเปญเด็ดในงาน Money Expo Udonthani 2024 นำโดยบัตรเดบิต 3 แบบ 3 สไตล์ที่มาพร้อมประกันภัย พร้อมกับเอาใจวัยเลอค่ากับเงินฝากแก้วนพรัตน์ และเงินฝากพลอยน้ำงาม ฝาก 1 แสน รับดอกเบี้ยทุกเดือน สูงสุดถึง 2.10% ต่อปี หรือ ธกส HUG 10/5 ส่งชำระ 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี พร้อมรับเงินคืนทุกปี และรับผลประโยชน์รวมสูงสุดถึง 582% พร้อมจัดโปรพิเศษ! เมื่อฝากเงินบัญชีออมทรัพย์ตั้งแต่ 58,000 บาทขึ้นไป คงยอดไว้ 3 เดือน รับฟรีสิทธิ์จุ่มมังแมว 1 สิทธิ์ หรือฝากสลาก 5 แสนบาทขึ้นไป รับเลยมังแมวครบเซ็ต และเลือกช้อปผลิตภัณฑ์ลูกค้า ธ.ก.ส. A-Product และสินค้าจากโครงการ New Gen ฮักบ้านเกิด Season 2 อีกมากมายได้ที่บูธ ธ.ก.ส. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดร 4-6 ตุลาคมนี้ นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จัดแคมเปญพิเศษเข้าร่วมงาน Money Expo Udonthani 2024 นำโดยบัตรเดบิตใหม่ 3 สไตล์ ที่มาพร้อมกับประกันอุบัติเหตุ เลือกความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ได้ถึง 3 ระดับ ประกอบด้วย บัตรเดบิตเขียวส่อง สำหรับลูกค้าทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 99 ปี วงเงินคุ้มค
ธ.ก.ส. ผลักดัน 9 ชุมชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สู่การซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit พร้อมขยายผลไปยังธนาคารต้นไม้อีกกว่า 6,800 ชุมชนทั่วประเทศ ตั้งเป้าสร้างคาร์บอนเครดิตสะสม 5.10 แสนตันคาร์บอน ภายในปี 2571 และสร้างรายได้ให้ชุมชน มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท นายเกียรติศักดิ์ พระวร ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เร่งขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้และชุมชนไม้มีค่าจนปัจจุบันมีชุมชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 6,814 ชุมชน มีต้นไม้ขึ้นทะเบียนกว่า 12.4 ล้านต้น มีสมาชิกกว่า 120,000 คน มูลค่าต้นไม้ในโครงการกว่า 43,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการนำต้นไม้ที่ปลูกมาแปลงเป็นสินทรัพย์ เพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินและนำมาใช้เป็นหลักประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส. ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากต้นไม้/ป่าไม้ ปีละ 116 ล้านบาท และเพื่อเป็นการต่อยอดการดำเนินงานให้ตอบโจทย์เป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ในปี ค
ธ.ก.ส. เปิดตัว 2 เงินฝากสำหรับวัยเลอค่า ทั้งเงินฝากแก้วนพรัตน์ สำหรับผู้เกษียณอายุ หรือ Early Retire ภายในปี 2567 และบุคคลธรรมดาที่อายุ 55 ปีขึ้นไป ฝาก 1 แสน รับดอกเบี้ย 2.10% ทุกเดือน และเงินฝากพลอยน้ำงาม สำหรับผู้อายุ 50 ปีขึ้นไป ฝาก 1 แสน รับดอกเบี้ย 2.05% ฝาก 3 ปี รับดอกเบี้ยคงที่รายเดือนตลอดอายุการฝาก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. จัด 2 โครงการเงินฝากวัยเลอค่า ประกอบด้วย เงินฝากแก้วนพรัตน์ วงเงินรับฝาก 20,000 ล้านบาท สำหรับบุคคลธรรมดาที่ เกษียณอายุ หรือ Early Retire ภายในปี 2567 และบุคคลธรรมดาที่อายุ 55 ปีขึ้นไป เปิดฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลา 3 ปี รับดอกเบี้ยเป็นรายเดือนร้อยละ 2.10 ต่อปี จำกัด 1 คนต่อ 1 บัญชี เงินฝากพลอยน้ำงาม วงเงินรับฝาก 30,000 ล้านบาท สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก ระยะ 3 ปี รับดอกเบี้ยรายเดือนร้อยละ 2.05 ต่อปีจำกัด 1 คนต่อ 1 บัญชี โดยทั้ง 2 โครงการเปิดรับฝากตั้งแต่ 1-31 ตุลาคม 2567 หรือธนาคารรับฝากเต็มวงเงิน ครบก
