ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ธ.ก.ส. ผลักดัน 9 ชุมชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สู่การซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit พร้อมขยายผลไปยังธนาคารต้นไม้อีกกว่า 6,800 ชุมชนทั่วประเทศ ตั้งเป้าสร้างคาร์บอนเครดิตสะสม 5.10 แสนตันคาร์บอน ภายในปี 2571 และสร้างรายได้ให้ชุมชน มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท นายเกียรติศักดิ์ พระวร ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เร่งขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้และชุมชนไม้มีค่าจนปัจจุบันมีชุมชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 6,814 ชุมชน มีต้นไม้ขึ้นทะเบียนกว่า 12.4 ล้านต้น มีสมาชิกกว่า 120,000 คน มูลค่าต้นไม้ในโครงการกว่า 43,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการนำต้นไม้ที่ปลูกมาแปลงเป็นสินทรัพย์ เพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินและนำมาใช้เป็นหลักประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส. ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากต้นไม้/ป่าไม้ ปีละ 116 ล้านบาท และเพื่อเป็นการต่อยอดการดำเนินงานให้ตอบโจทย์เป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ในปี ค
ธ.ก.ส. เปิดตัว 2 เงินฝากสำหรับวัยเลอค่า ทั้งเงินฝากแก้วนพรัตน์ สำหรับผู้เกษียณอายุ หรือ Early Retire ภายในปี 2567 และบุคคลธรรมดาที่อายุ 55 ปีขึ้นไป ฝาก 1 แสน รับดอกเบี้ย 2.10% ทุกเดือน และเงินฝากพลอยน้ำงาม สำหรับผู้อายุ 50 ปีขึ้นไป ฝาก 1 แสน รับดอกเบี้ย 2.05% ฝาก 3 ปี รับดอกเบี้ยคงที่รายเดือนตลอดอายุการฝาก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. จัด 2 โครงการเงินฝากวัยเลอค่า ประกอบด้วย เงินฝากแก้วนพรัตน์ วงเงินรับฝาก 20,000 ล้านบาท สำหรับบุคคลธรรมดาที่ เกษียณอายุ หรือ Early Retire ภายในปี 2567 และบุคคลธรรมดาที่อายุ 55 ปีขึ้นไป เปิดฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ระยะเวลา 3 ปี รับดอกเบี้ยเป็นรายเดือนร้อยละ 2.10 ต่อปี จำกัด 1 คนต่อ 1 บัญชี เงินฝากพลอยน้ำงาม วงเงินรับฝาก 30,000 ล้านบาท สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ฝากขั้นต่ำ 100,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินรับฝาก ระยะ 3 ปี รับดอกเบี้ยรายเดือนร้อยละ 2.05 ต่อปีจำกัด 1 คนต่อ 1 บัญชี โดยทั้ง 2 โครงการเปิดรับฝากตั้งแต่ 1-31 ตุลาคม 2567 หรือธนาคารรับฝากเต็มวงเงิน ครบก
ธ.ก.ส. เปิดแคมเปญ ธกส HUG 10/5 หนุนวินัยการออมอย่างมีแบบแผนและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ได้รับความคุ้มครองชีวิต ฝากเริ่มต้น 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ส่งชำระเพียง 5 ปี รับความคุ้มครองถึง 10 ปี พร้อมรับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญา สูงสุดถึง 582% รับเงินคืนตั้งแต่ปีแรก ปีละ 3-6% และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เปิดรับฝาก 1 ตุลาคมนี้ ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนการออมเงินอย่างมีแบบแผนและการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับลูกค้า ธ.ก.ส. จัดโครงการ ธกส HUG (ฮัก) 10/5 ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิตที่ให้ความคุ้มครองชีวิต สำหรับเกษตรกรหรือครอบครัวเกษตรกร อายุ 20-65 ปีบริบูรณ์ ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ โดยลูกค้าสามารถเลือกฝากเริ่มต้น 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อราย โดยชำระเงินฝากเป็นรายปี ระยะเวลาส่งชำระ 5 ปี และระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี ซึ่งลูกค้าจะได้รับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญากว่า 582% ของเงินทุนสงเคราะห์ ดังนี้ รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 505% ในปีที่ 5-10 และคุ้มโดนใจ รับเงิน
ธ.ก.ส. เดินหน้ามาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อยตามนโยบายรัฐบาล ระยะที่ 2 ให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการในระยะที่ 1 จำนวนกว่า 1.41 ล้านราย ทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมศักยภาพในการสร้างรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ผ่านมาตรการฟื้นฟูทักษะในการประกอบอาชีพ โดยใช้หลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เพื่อเสริมสร้างงาน สร้างรายได้ เปิดแจ้งความประสงค์ โดยการใช้บัตรประชาชนในการตรวจสอบข้อมูลและสอบทานการประเมินศักยภาพในการชำระหนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคคม 2567 – 31 มกราคม 2568 ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ลูกหนี้รายย่อย ในระยะที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 เพื่อลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ยังไม่ฟื้นตัวและบรรเทาภาระด้านหนี้สินให้แก่ลูกหนี้ โดยผลการดำเนินงานมาตรการฯ ในระยะที่ 1 มีผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้งสิ้น 1.41 ล้านราย ต้นเงินคงเป็นหนี้ 210,191 ล้านบาท ซึ่ง ธ.ก.ส. เปิดรับแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วมมาตรการฯ ระยะที่ 2 ตั
วันนี้ (27 กันยายน 2567) นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมกิจกรรม “KickOff 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร”โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบป้ายและโล่ตราสัญญาลักษณ์ 30 บาท รักษาทุกที่ ให้แก่ผู้แทนหน่วยบริการนวัตกรรม ซึ่งงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดตัวให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดนำร่องที่ 46 ของโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่ และสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์ใหม่ของ 30 บาท รักษาทุกที่ ตลอดจนให้ประชาชนใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ภายในงาน ธ.ก.ส. ได้ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Digital Healthcare) และผลงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมีผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. เข้าร่วม ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ธ.ก.ส. มุ่งพัฒนาการให้บริการสู่ความเป็นเลิศด้วยการหนุนยกระดับสาขาทั่วประเทศเข้าสู่มาตรฐาน GECC (Government Easy Contact Center) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้เข้ารับบริการของธนาคาร โดยในปี 2567 ธ.ก.ส. ได้รับการตรวจประเมินและให้การรับรองเพิ่มอีก จำนวน 169 สาขา นายโกเมนทร์ โคตรศรีวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. มุ่งมั่นพัฒนาการบริการสู่ความเป็นเลิศด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยเข้าร่วมตรวจประเมินตามโครงการศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าถึงบริการต่างๆ ของธนาคารได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียม และเป็นมาตรฐานเดียวกัน มีการสนับสนุน พัฒนาปรับปรุง และรักษามาตรฐานการให้บริการประชาชนตามมาตรฐาน GECC อย่างต่อเนื่อง ในทุกกระบวนการ ด้วยการลดขั้นตอน ลดเอกสาร ลดระยะเวลา ลดค่าใช้จ่าย การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน เพื่อยกระดับการบริการที่ “สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย” ซึ่งในปี 2567 ธ.ก.ส. มีสาขาที่ผ่านเกณฑ์การรับรองมาตรฐาน จำนวน 169 สาขา แบ่งเป็นระดับก้าวหน้า 19 สาขา และร
ธ.ก.ส. ร่วมกับเกษตรกรหัวขบวน ชุมชน และเกษตรกรคนรุ่นใหม่จากโครงการ New Gen Hug นำทัพสินค้าเกษตร ผัก ผลไม้อินทรีย์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปเกรดพรีเมียมกว่า 60 ร้านค้า มาให้เลือกชม ชิม ช้อป ในงาน ตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. ประจำเดือนกันยายน 2567 ภายใต้ Theme “BAAC Market + New Gen Hug บ้านเกิด” ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายนนี้ ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ ในฐานะโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้จัดงาน ตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. ประจำเดือนกันยายน 2567 ภายใต้ Theme “BAAC Market + New Gen Hug บ้านเกิด” ที่รวบรวมสินค้าเกษตร ผักผลไม้อินทรีย์นานาชนิด ผลิตภัณฑ์แปรรูป สินค้า SME และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ A-Product ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานจากฟาร์มเกษตรกรโดยตรงกว่า 50 ร้านค้า เช่น กาแฟถ้ำสิงห์ จังหวัดชุมพร วิเศษศิลป์ “โตกใบบัว ทองเหลือง” จังหวัดอ่างทอง ผลิตภัณฑ์จากนมแพะ จังหวัดนนทบุรี ผลิตภัณฑ์ชุมชนกลุ่มเรือต๊อกแต๊ก จังหวัดสมุทรสาคร Farm Kao จังหวัดปทุมธานี เฮียเคี้ยง เฉาก๊วย จังหวัดภูเก็ต โจ๊กแดดเดียว จังหวั
คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติแต่งตั้งให้ นางสาวเสาวณีย์ แร่ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการบัญชี ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นางสาวเสาวณีย์ แร่ทอง เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2508 เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มทำงานกับ ธ.ก.ส. เมื่อปี 2532 ในตำแหน่งพนักงานการเงิน สาขาอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จากนั้นก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ โดยดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการบัญชี ผู้อำนวยการฝ่ายการบัญชี และผู้ช่วยผู้จัดการในปัจจุบัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกำกับดูแลสายงานตรวจสอบ คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติแต่งตั้งให้ นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ลูกค้า ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2511 เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษาระดับป
คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติแต่งตั้งให้ นายทองคำ เกตุโชติ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการ ธ.ก.ส. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นายทองคำ เกตุโชติ เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2515 เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และระดับปริญญาโท ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เริ่มทำงานกับ ธ.ก.ส. เมื่อปี 2544 ในตำแหน่งพนักงานระบบเครือข่ายสื่อสาร แผนกบริการและบำรุงรักษา จากนั้นก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ โดยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบงานและสารสนเทศ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบงานและสารสนเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบงานและสารสนเทศ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานพัฒนาระบบและธุรกิจดิจิทัล และรองผู้จัดการ ในปัจจุบัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติแต่งตั้งให้ นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการ ธ.ก.ส. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นายไพศาล หงษ์ทอง เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2513 เป็นชาวจังหวัดลพบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต (ศึกษาศาสตร์-เกษตร) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระดับปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (การจัดการสิ่งแวดล้อม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เริ่มทำงานกับ ธ.ก.ส. เมื่อปี 2536 ในตำแหน่งพนักงานสินเชื่อที่สาขาพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี จากนั้นก้าวหน้าขึ้นตามลำดับโดยดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อเกษตรกร ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและกลยุทธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานธุรกิจสินเชื่อ สายงานธุรกิจธนาคาร และรองผู้จัดการในปัจจุบัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกำกับดูแลงานด้านธุรกิจ ที่ดูแลบริหารงานธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจธนาคาร งานกิจการนโยบายรัฐ และงานกลยุทธ์ลูกค้า
