ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน และให้กำลังใจการปฏิบัติงานของพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้แก่ สาขานาแก สาขาธาตุพนม สาขาเรณูนครสาขาเมืองนครพนม และสาขาย่อยนาถ่อน โดยติดตามการดำเนินโครงการสินเชื่อ เงินด่วนคนดี ที่สนับสนุนให้กลุ่มสมาชิก อสม. และ อสส. ได้มีเงินทุนสำหรับนำไปใช้จ่ายและแบ่งเบาภาระของครอบครัวแทนการกู้เงินนอกระบบ รายละไม่เกิน 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.67 ต่อเดือน ผ่อนชำระเพียงเดือนละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 48 เดือน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยสินเชื่อเงินด่วนคนดี อสม. กึ่งแสน และ อสส. สำหรับลูกค้ารายเดิมที่ชำระเงินตรงงวดครบ 4 เดือน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท ผ่อนชำระ 600 บาทต่อเดือน 123 งวด เริ่มวันที่ 9 กันยายนนี้ ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ โครงการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2567 และการฟื้นฟูศักยภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้มาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย และพบปะพูดคุยกับลูกค้า เพื่อสอบถามความคิดเห็นในการใช้บริการและ
ธ.ก.ส. เตรียม 20,000 ล้านบาท ขยายวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลให้แก่สมาชิก อสม. และ อสส. ที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อเงินด่วนคนดี และมีการชำระเงินตรงงวดครบ 4 เดือน สามารถเพิ่มวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท ผ่อนชำระ 600 บาทต่อเดือน 123 งวด นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ต่อยอด โครงการสินเชื่อเงินด่วนคนดี (เพื่อสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน : อสม. และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร : อสส.) ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารสนับสนุนและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นกลไกสำคัญของประเทศในการดูแลสุขภาพและช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ชุมชน และที่ห่างไกลชนบทได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ลดปัญหาการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยขยายวงเงินกู้ให้กับลูกค้า อสม. และ อสส. ที่มีการกู้เงินตามโครงการไปแล้ว และมีการผ่อนชำระเงินตรงตามเวลาทุกงวดติดต่อครบ 4 เดือน และมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนหรือลงทุนประกอบอาชีพ ด้วยการขยายวงเงินจากเดิมกู้ได้ไม่เกิน 20,000 บาท เป็นไม่เกิน 50,000 บาท และขยายเวลาการชำ
ธ.ก.ส. ร่วมกับเกษตรกรหัวขบวนและชุมชน นำผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรคุณภาพ ผลิตภัณฑ์แปรรูป และอาหารพร้อมรับประทาน กว่า 60 บูธ มาให้เลือกชม ชิม ช้อป ในงาน ตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. ประจำเดือนสิงหาคม 2567 ภายใต้ Theme: BAAC Food Fair ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคมนี้ ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ ในฐานะโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้จัดงาน ตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. ประจำเดือนสิงหาคม 2567 ภายใต้ Theme “BAAC Food Fair” เพื่อเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าของเกษตรกร ผู้ประกอบการลูกค้า ให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้อยู่ดี กินดี อย่างยั่งยืน โดยภายในงานรวบรวมอาหารพร้อมรับประทานจาก 4 ภาค สินค้าเกษตร ผักผลไม้อินทรีย์นานาชนิด และผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพได้มาตรฐานจากฟาร์มเกษตรกรโดยตรงกว่า 60 ร้านค้า อาทิ กาแฟชายเก๋ จังหวัดชุมพร กะหรี่ปั๊บตามเอก จังหวัดเพชรบุรี น้ำพริกหนุ่มแม่ศรีนวล จังหวัดลำพูน เจ๊ติ้งซาลาเปาทับหลี จังหวัดระนอง น้องแหวนขนมไทยโบราณ กรุงเทพฯ เฮียเคี้ยง เฉาก๊วย จังหวัด
ธ.ก.ส. เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ จัดถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้วกว่า 10,000 ถุง ส่งมอบน้ำดื่ม ธ.ก.ส. และจัดทำอาหารกล่องสนับสนุนหน่วยบรรเทาสาธารณภัยและผู้ประสบภัย พร้อมจัดมาตรการฟื้นฟูและเสริมสภาพคล่องเกษตรกร วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ผ่านสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน 67/68 วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR-2 พร้อมมอบหมายให้ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ประสบภัยสำรวจความเสียหายลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางความช่วยเหลืออื่นๆ ต่อไป นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกร ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว ธ.ก.ส. จัดมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูลูกค้า เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดน่าน เดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.จังหวัดน่าน พร้อมด้วยสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดน่าน จำกัด เข้าเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเวียงสา จำนวน 600 ถุง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยในส่วนของพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ได้ร่วมกำลังส่งน้ำดื่ม ธ.ก.ส. และจัดทำอาหารกล่อง เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรวมถึงผู้ประสบภัยด้วย ทั้งนี้ ธนาคารจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เพิ่มเติมผ่านมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูลูกค้า สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงมาตรการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-555-0555
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินหน้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยฉับพลันอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดเชียงราย สาขาเวียงชัย ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเวียงชัย และจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้ครบทั้ง 9 อำเภอ ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้เบื้องต้น จำนวนกว่า 2,000 ราย
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ได้มอบหมายให้สาขาในพื้นที่ประสบภัยลงพื้นที่เยี่ยมเยือนให้กำลังใจและจัดถุงยังชีพ ส่งมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ อาทิ อำเภอปัว จังหวัดน่าน อำเภอพญาเม็งราย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ในแต่ละพื้นที่ได้ตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ สาขาปราณบุรี สาขาสามร้อยยอด สาขากุยบุรี สาขาอ่าวน้อย สาขาเมืองประจวบคีรีขันธ์ สาขาเกาะยายฉิม และสาขาทับสะแก โดยได้พบปะพูดคุยกับลูกค้า เพื่อสอบถามความคิดเห็นในการใช้บริการ รวมถึงได้ให้กำลังใจการปฏิบัติงานของพนักงาน ธ.ก.ส. ในการเปิดจำหน่ายสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต ซึ่งได้เปิดรับฝากผ่านสาขาเป็นวันที่ 3 โดยมียอดรับฝากผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคารและแอปพลิเคชัน BAAC Mobile แล้วกว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมชวนออมและลุ้นรวยเหลือแจกกับสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต หน่วยละ 500 บาท ที่ให้ผลตอบแทน 0.30% ต่อปี และร่วมลุ้นโชคใหญ่ถึง 20 ล้านบาทและรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่า 159 ล้านบาททุกเดือน และเมื่อฝากสลากฯ 500,000 บาทขึ้นไป การันตีผลตอบแทน 400 บาทต่อเดือน ผลตอบแทนรวมเมื่อครบกำหนด 12,600 บาท รีบฝากเลยช้าหมดอดรวย! นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการสินเชื่อเงินด่วนคนดี ที่สนับสนุนให้กลุ่มสมาชิก อสม. และ อสส. ได้มีเงินทุนสำหรับนำไปใช้จ่ายและแบ่งเบาภาระของครอบครัวแทนการกู้
นายสุนัน พงศ์ประยูร ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมในงาน “Thailand Smart Money สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 10” โดย ธ.ก.ส. นำผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ให้ทั้งผลตอบแทนและการลุ้นโชคพร้อมบริการทางการเงินแบบครบวงจรมาให้บริการลูกค้าถึงที่ อาทิ สลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต หน่วยละ 500 บาท มอบโชคแบบรวยเหลือแจก 20 ล้านบาท และรางวัลอื่นรวมมูลค่าจำนวน 634,020 รางวัล เป็นเงิน 159,100,000 บาทต่อเดือนทุกเดือน และเมื่อฝากครบรับผลตอบแทน ร้อยละ 0.30 ต่อปี นอกจากนี้ เมื่อฝากสลากฯ 500,000 บาทขึ้นไป การันตีผลตอบแทน 400 บาทต่อเดือน ผลตอบแทนรวมเมื่อครบกำหนด 12,600 บาท สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดถุงเงิน ที่เพิ่มโอกาสในการออมและการลุ้นโชค แบบรวยถ้วนหน้า หน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัลทุกเดือน และรางวัลพิเศษ มูลค่า 1,000,000 บาท ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งหมด 3 ครั้ง รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 3,243 ล้านบาท สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดขวัญถุง สนับสนุนการออมแบบระยะยาวให้เยาวชนอายุ 7-18 ปี หน่วยละ 20 บาท อายุรับฝาก 6 ปี เมื่อฝากครบกำหนดรับดอกเบี้ย
ธ.ก.ส. ! เตือนภัยลูกค้าและประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกลวงติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชัน ดูดเงิน ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้รับแจ้งเรื่องเหตุภัยทางการเงินจากรูปแบบดังกล่าวตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2567 ไปแล้วกว่า 70 ครั้ง นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อลูกค้าของธนาคารจำนวนมาก โดยช่วงเดือนมิถุนายน – 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักจัดการและป้องกันการกระทำทุจริต ได้มีการรายงานพบผู้เสียหายจากรูปแบบการหลอกลวงในลักษณะติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในโทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชันดูดเงินมีจำนวน 76 ครั้ง ซึ่งการหลอกลวงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ส่วนใหญ่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แจ้งว่าได้รับเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าคืน เมื่อลูกค้าหลงเชื่อ จะมีการส่งข้อความให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Line จากนั้น มิจฉาช
