ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายสุนัน พงศ์ประยูร ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เยี่ยมชมบูธและร่วมพูดคุยกับลูกค้าเกษตรกรหัวขบวนจังหวัดชุมพร ที่นำผลิตภัณฑ์มาร่วมออกบูธในกิจกรรมการยกระดับธนาคารต้นไม้ไปสู่โครงการ BAAC Carbon Credit มาร่วมเปลี่ยนอากาศให้เป็นเงินกับ ธ.ก.ส. จำนวน 5 บูธ ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจขันเงิน BCG ผู้ผลิตน้ำมังคุดแบรนด์มังชาที่มีคุณภาพดี ปลอดสารเคมี มีกระบวนการผลิตตามหลักแนวคิด BCG Model และนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริม เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าจนสามารถจำหน่ายส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรยั่งยืน อินทนิลออแกนิกฟาร์ม สวนเกษตรอินทรีย์มาตรฐานออร์แกนิก แหล่งเรียนรู้การผลิตพืชผัก ผลไม้อินทรีย์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนทำการเกษตรกรรมแบบยั่งยืน ซึ่งปัจจุบัน ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนศูนย์ ผ่านโครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทอดมันปลาเจ๊จัน-องุ่น ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูป เช่น ผลิตภัณฑ์ทอดม
ธ.ก.ส. ร่วมเครือข่ายธนาคารต้นไม้ จังหวัดชุมพร ผลักดันการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit พร้อมขยายผลไปยังธนาคารต้นไม้อีกกว่า 6,800 ชุมชนทั่วประเทศ ตั้งเป้าสร้างคาร์บอนเครดิตสะสม 5.10 แสนตันคาร์บอน ภายในปี 2571 และสร้างรายได้ให้ชุมชน มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท พร้อมเชิญชวนหน่วยงานรัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาโลกร้อน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ขับเคลื่อนภารกิจด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกป่าตามพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” และยกระดับไปสู่โครงการธนาคารต้นไม้และชุมชน ไม้มีค่าจนปัจจุบันมีชุมชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 6,814 ชุมชน มีต้นไม้ขึ้นทะเบียนกว่า 12.4 ล้านต้น มีสมาชิก 124,071 คน มูลค่าต้นไม้ในโครงการกว่า 43,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมี
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน และให้กำลังใจการปฏิบัติงานของพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้แก่ สาขานาแก สาขาธาตุพนม สาขาเรณูนครสาขาเมืองนครพนม และสาขาย่อยนาถ่อน โดยติดตามการดำเนินโครงการสินเชื่อ เงินด่วนคนดี ที่สนับสนุนให้กลุ่มสมาชิก อสม. และ อสส. ได้มีเงินทุนสำหรับนำไปใช้จ่ายและแบ่งเบาภาระของครอบครัวแทนการกู้เงินนอกระบบ รายละไม่เกิน 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.67 ต่อเดือน ผ่อนชำระเพียงเดือนละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 48 เดือน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยสินเชื่อเงินด่วนคนดี อสม. กึ่งแสน และ อสส. สำหรับลูกค้ารายเดิมที่ชำระเงินตรงงวดครบ 4 เดือน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท ผ่อนชำระ 600 บาทต่อเดือน 123 งวด เริ่มวันที่ 9 กันยายนนี้ ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ โครงการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2567 และการฟื้นฟูศักยภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้มาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย และพบปะพูดคุยกับลูกค้า เพื่อสอบถามความคิดเห็นในการใช้บริการและ
ธ.ก.ส. เตรียม 20,000 ล้านบาท ขยายวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลให้แก่สมาชิก อสม. และ อสส. ที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อเงินด่วนคนดี และมีการชำระเงินตรงงวดครบ 4 เดือน สามารถเพิ่มวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท ผ่อนชำระ 600 บาทต่อเดือน 123 งวด นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ต่อยอด โครงการสินเชื่อเงินด่วนคนดี (เพื่อสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน : อสม. และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร : อสส.) ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารสนับสนุนและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นกลไกสำคัญของประเทศในการดูแลสุขภาพและช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ชุมชน และที่ห่างไกลชนบทได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ลดปัญหาการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยขยายวงเงินกู้ให้กับลูกค้า อสม. และ อสส. ที่มีการกู้เงินตามโครงการไปแล้ว และมีการผ่อนชำระเงินตรงตามเวลาทุกงวดติดต่อครบ 4 เดือน และมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนหรือลงทุนประกอบอาชีพ ด้วยการขยายวงเงินจากเดิมกู้ได้ไม่เกิน 20,000 บาท เป็นไม่เกิน 50,000 บาท และขยายเวลาการชำ
ธ.ก.ส. ร่วมกับเกษตรกรหัวขบวนและชุมชน นำผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรคุณภาพ ผลิตภัณฑ์แปรรูป และอาหารพร้อมรับประทาน กว่า 60 บูธ มาให้เลือกชม ชิม ช้อป ในงาน ตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. ประจำเดือนสิงหาคม 2567 ภายใต้ Theme: BAAC Food Fair ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคมนี้ ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ ในฐานะโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้จัดงาน ตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. ประจำเดือนสิงหาคม 2567 ภายใต้ Theme “BAAC Food Fair” เพื่อเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าของเกษตรกร ผู้ประกอบการลูกค้า ให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้อยู่ดี กินดี อย่างยั่งยืน โดยภายในงานรวบรวมอาหารพร้อมรับประทานจาก 4 ภาค สินค้าเกษตร ผักผลไม้อินทรีย์นานาชนิด และผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพได้มาตรฐานจากฟาร์มเกษตรกรโดยตรงกว่า 60 ร้านค้า อาทิ กาแฟชายเก๋ จังหวัดชุมพร กะหรี่ปั๊บตามเอก จังหวัดเพชรบุรี น้ำพริกหนุ่มแม่ศรีนวล จังหวัดลำพูน เจ๊ติ้งซาลาเปาทับหลี จังหวัดระนอง น้องแหวนขนมไทยโบราณ กรุงเทพฯ เฮียเคี้ยง เฉาก๊วย จังหวัด
ธ.ก.ส. เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ จัดถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้วกว่า 10,000 ถุง ส่งมอบน้ำดื่ม ธ.ก.ส. และจัดทำอาหารกล่องสนับสนุนหน่วยบรรเทาสาธารณภัยและผู้ประสบภัย พร้อมจัดมาตรการฟื้นฟูและเสริมสภาพคล่องเกษตรกร วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ผ่านสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน 67/68 วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR-2 พร้อมมอบหมายให้ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ประสบภัยสำรวจความเสียหายลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางความช่วยเหลืออื่นๆ ต่อไป นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกร ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว ธ.ก.ส. จัดมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูลูกค้า เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดน่าน เดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.จังหวัดน่าน พร้อมด้วยสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดน่าน จำกัด เข้าเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเวียงสา จำนวน 600 ถุง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยในส่วนของพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ได้ร่วมกำลังส่งน้ำดื่ม ธ.ก.ส. และจัดทำอาหารกล่อง เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรวมถึงผู้ประสบภัยด้วย ทั้งนี้ ธนาคารจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เพิ่มเติมผ่านมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูลูกค้า สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงมาตรการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-555-0555
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินหน้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยฉับพลันอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดเชียงราย สาขาเวียงชัย ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเวียงชัย และจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้ครบทั้ง 9 อำเภอ ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้เบื้องต้น จำนวนกว่า 2,000 ราย
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ได้มอบหมายให้สาขาในพื้นที่ประสบภัยลงพื้นที่เยี่ยมเยือนให้กำลังใจและจัดถุงยังชีพ ส่งมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ อาทิ อำเภอปัว จังหวัดน่าน อำเภอพญาเม็งราย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ในแต่ละพื้นที่ได้ตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ สาขาปราณบุรี สาขาสามร้อยยอด สาขากุยบุรี สาขาอ่าวน้อย สาขาเมืองประจวบคีรีขันธ์ สาขาเกาะยายฉิม และสาขาทับสะแก โดยได้พบปะพูดคุยกับลูกค้า เพื่อสอบถามความคิดเห็นในการใช้บริการ รวมถึงได้ให้กำลังใจการปฏิบัติงานของพนักงาน ธ.ก.ส. ในการเปิดจำหน่ายสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต ซึ่งได้เปิดรับฝากผ่านสาขาเป็นวันที่ 3 โดยมียอดรับฝากผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคารและแอปพลิเคชัน BAAC Mobile แล้วกว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมชวนออมและลุ้นรวยเหลือแจกกับสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต หน่วยละ 500 บาท ที่ให้ผลตอบแทน 0.30% ต่อปี และร่วมลุ้นโชคใหญ่ถึง 20 ล้านบาทและรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่า 159 ล้านบาททุกเดือน และเมื่อฝากสลากฯ 500,000 บาทขึ้นไป การันตีผลตอบแทน 400 บาทต่อเดือน ผลตอบแทนรวมเมื่อครบกำหนด 12,600 บาท รีบฝากเลยช้าหมดอดรวย! นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการสินเชื่อเงินด่วนคนดี ที่สนับสนุนให้กลุ่มสมาชิก อสม. และ อสส. ได้มีเงินทุนสำหรับนำไปใช้จ่ายและแบ่งเบาภาระของครอบครัวแทนการกู้
