ธ.ก.ส.
บอร์ด ธ.ก.ส. อนุมัติเดินหน้ามาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวหัวมันสดในช่วงฤดูแล้งที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำและราคาตกต่ำออกไปอีก 6 เดือน หวังเพิ่มผลผลิตต่อไร่และผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการเพาะปลูก โดยเกษตรกรยังคงมีเงินหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในระหว่างการรอเก็บเกี่ยว วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 เป้าหมายเกษตรกรกว่า 65,000 ครัวเรือน พื้นที่กว่า 1.3 ล้านไร่ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ได้มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปีการผลิต 66/67 ตามนโยบายรัฐบาล วงเงินรวม 3,255 ล้านบาท เพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวหัวมันสดในช่วงฤดูแล้งที่มีปริมาณเปอร์เซ็นต์แป้งลดต่ำลง โดยเฉลี่ยเหลือเพียง 10-15% จากเดิมที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งอยู่ที่ 25-30% ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายลดต่ำลงและไม่คุ้มค่ากับการเพาะปลูก โดยมีเป้าหมายพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 1,302,000 ไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั่วปร
ธ.ก.ส. เผย สินเชื่อดอกเบี้ยล้านละร้อย เหลือวงเงินกู้อีก 1.5 หมื่นล้าน ยื่นกู้ได้จนถึง 30 พฤศจิกายน 2568 เฟสแรกปล่อยกู้ไปแล้ว 3 หมื่นล้าน หนี้เสียต่ำ 0.1% เฟสสองอนุมัติใหม่ 5.8 พันล้าน ชี้หากวงเงินกู้เต็มและมีผู้ยื่นกู้คุณสมบัติพร้อมอีกหลายราย เล็งเสนอขอขยายเฟส 3 วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า หนึ่งในผลิตภัณฑ์เรือธงของ ธ.ก.ส. ที่เกษตรกรสนใจขณะนี้คือ โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย หรือสินเชื่อดอกเบี้ยล้านละร้อย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ 2 ประเภท คือ 1. เพื่อค่าใช้จ่ายในการทำการผลิต และ 2. เป็นเงินเทอมโลนระยะยาวไม่เกิน 10 ปี ซึ่งรัฐบาลให้วงเงินสินเชื่อ ธ.ก.ส. ทั้งสิ้น 50,000 ล้านบาท โดยให้ ธ.ก.ส. คิดดอกเบี้ยเกษตรกร 0.01% ในระยะเวลา 3 ปีแรก เพื่อให้ชุมชนหรือผู้ประกอบการพัฒนาตัวเองได้ และ ธ.ก.ส. ลดดอกเบี้ย MRR สำหรับเกษตรกรรายบุคคล อยู่ที่ 6.975% และลดดอกเบี้ย MLR สำหรับกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน อยู่ที่ 6.125% โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรและ ธ.ก.ส. ช่วง 3 ปีแรก ประมาณ 3-3.5% เบื้องต้นโครงการนี้ในเฟสแรกดำเน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ส.ป.ก. ได้แต่งตั้งคณะทำงาน ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อวางระเบียบขั้นตอนการใช้ “โฉนดเพื่อการเกษตร” เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตัวบุคคล ในชั้นสอบสวนได้ทุกกรณี ยกเว้นบางกฎหมาย เช่น กฎหมายยาเสพติด การพนัน ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ ทั้งนี้ ส.ป.ก. คาดว่าจะสามารถลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ “โฉนดเพื่อการเกษตร” เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตัวบุคคลได้จริงภายใน 3 เดือนนี้ ในอดีต ที่ดิน ส.ป.ก. เป็นเอกสารสิทธิที่ดินของรัฐ อาจไม่มีมูลค่า ทำให้เกษตรกรที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. ไม่มีหลักทรัพย์ใดๆ ในการค้ำประกันตน หลังจาก ส.ป.ก. ปรับปรุงเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ตามนโยบายของรัฐบาล จึงเร่งเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าโฉนดเพื่อการเกษตรให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อให้เกษตรกรใช้ “โฉนดเพื่อการเกษตร” เป็นภูมิคุ้มกันช่วยเหลือตัวเองได้ นอกจากนี้ ส.ป.ก. ได้แสวงหาพันธมิตรรายใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับโฉนดเพื่อก
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมวันสงกรานต์ ประจำปี 2567 เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย สร้างสิริมงคลและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีไทย โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ การทำบุญถวายเพลพระสงฆ์ พิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลอดีตพนักงานผู้ล่วงลับ กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูปและรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดก่อเจดีย์ทราย การประกวดเทพีสงกรานต์ ซุ้มเกมมหาสนุก ซุ้มอาหาร และตลาดนัดสินค้ามือสองและผลิตภัณฑ์ลูกค้า ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
ธ.ก.ส. โอนเงินไร่ละพัน รอบที่ 9 เข้าบัญชีอีกกว่า 8,500 ครัวเรือน เป็นเงิน 60 ล้านบาท วันนี้ (10 เมษายน) สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ถึง 4.67 ล้านครัวเรือน เป็นเงิน 53,288 หมื่นล้านบาท วันที่ 10 เมษายน 2567 นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้โอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 กรอบวงเงินรวม 54,336 ล้านบาท ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาท เป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน โดยวันนี้เป็นการโอนรอบที่ 9 จำนวนกว่า 8,500 ครัวเรือน เป็นเงิน 60 ล้านบาท ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าว ธ.ก.ส. ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงไปแล้ว ได้แก่ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2566 รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 รอบที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 รอบที่ 4 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 รอบที่ 5 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 รอบที่ 6 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2
ธ.ก.ส. ชวนหนีร้อนมาชม ชิม ช้อป เตรียมรับสงกรานต์กับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐาน A-Product กว่า 50 ร้านค้าทั่วประเทศ ในงาน BAAC Farmers Market : Happy Summer ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2567 ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตลาด BAAC Farmers Market รับลมร้อนในแบบ Happy Summer พบสินค้าเกษตรคุณภาพดีระดับ A-Product จากผู้ประกอบการและเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 50 ร้านค้า ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค อาทิ ผลิตภัณฑ์กาแฟแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนลองเลย จังหวัดเลย ผลิตภัณฑ์เนื้อวัวแปรรูป จากวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารฮาลาลเนื้อสัตว์เพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ผลิตภัณฑ์ขิงแปรรูปจากแบรนด์นวลอนันต์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรจากแบรนด์ภูมันตรา จังหวัดกระบี่ ผลิตภัณฑ์ชุดผ้าฝ้ายจากแบรนด์แสงแก้วล้านนา จังหวัดลำพูน และผลิตภัณฑ์กระยาสารทแสนอร่อยจากวิสาหกิจชุมชนกระยาสารทสามอ่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่พร้อมจำหน่ายเป็น Gift set สำหรับส่งมอบเป็นของขวัญพิเศษเตร
วันนี้ ธ.ก.ส. โอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ไร่ละพัน) ปีการผลิต 2566/67 เป็นรอบที่ 6 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1.9 หมื่นครัวเรือน เป็นเงินกว่า 121 ล้านบาท นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า วันนี้ ธ.ก.ส. ได้โอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต รอบที่ 6 จำนวน 1.9 หมื่นครัวเรือน เป็นเงิน 121 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 กรอบวงเงินรวม 54,336 ล้านบาท ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาท เป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน โดยเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงมาแล้ว จำนวน 5 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2566 รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 รอบที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 รอบที่ 4 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 และรอบที่ 5 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 โดยการโอนเงินดังกล่าว สามารถให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้แล้วถึง 4.64 ล้านครัวเรือน
ธ.ก.ส. พร้อมมุ่งสู่แกนกลางการเกษตร ยกระดับ SME และเกษตรกรหัวขบวน โดยเติมองค์ความรู้ด้านการผลิตสู่เกษตรมูลค่าสูง และการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน พร้อมเชื่อมโยงการเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ ภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ในการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ พัฒนาศักยภาพการผลิตและเชื่อมโยงการตลาด อันนำไปสู่การสร้างรายได้และช่วยให้เกษตรกรสามารถหลุดพ้นกับดักหนี้อย่างยั่งยืน วันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2567) นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในการเปิดงานเสวนาโครงการ “การยกระดับ SME เกษตรหัวขบวน สู่แกนกลางเกษตรไทย เพื่อการฟื้นฟูเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้” ภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยนำเกษตรกรหัวขบวน และผู้ประกอบการ SME เกษตรในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ มาร่วมสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ ให้สามารถฟื้นฟูการประกอบอาชีพ มีศักยภาพในการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและมีรายได้เพิ่มขึ้น อันนำไปสู่การหลุดพ้นกับดักหนี้อย่างยั่งยืน โดยมีคณะผ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวโครงการ “New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2” ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 1” เพื่อส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้เกิดแรงบันดาลใจในการเข้าสู่ธุรกิจการเกษตร และยกระดับไปสู่เกษตรมูลค่าสูง รวมถึงการต่อยอดธุรกิจไปสู่การทำธุรกิจแบบ Next Normal ด้วยการเฟ้นหา “เกษตรกรต้นแบบ” ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ ผ่านการแข่งขันในรูปแบบรายการ REALITY และ PITCHING SHOW สุดเข้มข้น โดยเปิดรับสมัครเกษตรกรยุคใหม่จากทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 มกราคม 2567 เพื่อเข้าร่วมแข่งขันชิงรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 โดยมี “นายฉัตรชัย ศิริไล” ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย “นายมนูญ ทนะวัง” ผู้ชนะสาขาเกษตรท่องเที่ยวชุมชน และ Best of the Best ประเภทเดี่ยว โครงการ “New Gen Hug บ้านเกิด (ซีซั่น 1)” มาร่วมแชร์ความสำเร็จในการทำธุรกิจการเกษตรมูลค่าสูง พร้อมเปิดตัวคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รายการ New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2 ได้แก่ “ดร.ศิริกุล เลา
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังรับทราบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งมีมติเห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/2567 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ว่า “กรมส่งเสริมสหกรณ์ เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา โดยเฉพาะเรื่องการถูกกดราคารับซื้อข้าวเปลือกต่ำกว่าราคาที่เป็นธรรม พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/2567 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา ด้วยวิธีการดูแลราคาข้าวเปลือกผ่านโครงการสำคัญ 2 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม” โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป็นโครงการที่ต้องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลผลิตข้าวเปลือกออกสู่ตลาดพร้อมกันในฤดูเก็บเกี่ยว จนเป็นต้นเหตุของปัญหาราคาข้าวถูกกดต่ำลงอย่างไม่เป็นธรรม จึงต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางของตนเองไว้รอราคาที่หมาะสม ซ
