ธ.ก.ส.
DITTO คว้า บิ๊กโปรเจกต์ ธ.ก.ส.มูลค่าแตะ 200ล้านบาท พัฒนาระบบงานรองรับการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ ยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพและลดการสูญเสีย ตั้งเป้าลดหนี้เสียและจัดการลูกค้าผิดนัดชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)หรือ DITTOเปิดเผยว่า บริษัท DITTO ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านระบบจัดการเอกสารและข้อมูลเป็นระบบดิจิทัลแบบครบวงจร ได้รับสัญญาจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ให้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบงานรองรับการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ มูลค่าโครงการ 198.5 ล้านบาท สำหรับโครงการพัฒนาระบบงานรองรับการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ ประกอบด้วย ระบบย่อยต่างๆ 4ระบบ ดังนี้ 1) ระบบวิเคราะห์หนี้ เพื่อตรวจสอบและแยกหนี้ดีและหนี้เสียออกจากกัน 2) ระบบติดตามและการแจ้งเตือน เพื่อใช้ในการติดตามและเร่งรัดหนี้ของทางธนาคาร 3) ระบบปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการหนี้ ทั้งในการเร่งรัดหนี้ หรือ การผ่อนชำระของลูกหนี้ ให้มีประสิทธิภาพและ 4) ระบบกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการทางกฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นายฐกร กล่าวอีกว่า สำหรับซ
ธ.ก.ส. ร่วมกับ 14 หน่วยงาน นำโดย ธปท. บูรณาการฐานข้อมูลเกษตกรเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างตรงจุดและยั่งยืน รวมถึงยกระดับการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะร่วมกัน นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไทย ร่วมกับผู้บริหารจาก 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรไทยที่สามารถสะท้อนสถานภาพทางการเงินและศักยภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จากการรวบรวมและเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่สำคัญของประเทศ ทำความเข้าใจและแยกแยะปัญหาหนี้สินของครัวเรือนเกษตรแต่ละกลุ่ม แล้วนำไปออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะร่วมกัน โดย ธปท. จะเป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาฐานข้อมูลดังกล่าว ซึ่งข้อมูล 5 ประเภทที่ทุกฝ่ายตกลงพัฒนาร่วมกัน ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานครัวเรือน ข้อมูลรายได้และสวัสดิการ ข้อมูลหนี้สินและทรัพย์สิน ข้อมูลควา
เกษตรสีเขียว ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากภาคเกษตรของประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในปัจจัยของการขับเคลื่อนภาคธุรกิจในองค์รวม ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้สู่ประชาชนจำนวนมาก นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นภาคที่สร้างรายได้ให้กับประชากรผู้มีฐานะยากจนโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง และมีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร ซึ่งจะตั้งอยู่บนพื้นฐานเกษตรอุตสาหกรรมที่เน้นไปที่การใช้ปัจจัยภายนอก การผลิตที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่นการใช้พลังงาน เครื่องจักร ฯลฯ เพื่อให้ไล่ตามการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ให้ทัน “Smart Farming” หรือเกษตรอัจฉริยะ ก็เป็นเรื่องที่เกษตรกรยุคใหม่กำลังเรียนรู้ และปรับตัว เพื่อเรียนรู้เรื่องการฉลาดใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และยั่งยืน รวมไปถึงแต้มต่อในด้านการลงทุนด้านสินเชื่อเกษตรอีกด้วย ซึ่งก็มีหลายภาคส่วนให้ความสำคัญและให้การสนับสนุน โดย ไม่นานมานี้ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ก็ได้ลงนามร่วมกับ ธ.ก.ส. เพื่อร่วมกันแสวงหาพื้นที่เกษตรกรรม ที่จะ
ธ.ก.ส. จับมือ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ยกระดับภาคเกษตรไทยไปสู่ความยั่งยืนภายใต้ BCG Modelโดยเติมความรู้ในการวางแผนการผลิต เพื่อตอบโจทย์ทำการเกษตรอย่างมืออาชีพผ่านการนำเทคโนโลยีนวัตกรรม รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตรมาขับเคลื่อนการผลิตไปสู่เกษตรมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานระดับสากล การเชื่อมโยงการตลาด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ พร้อมเติมทุนผ่านสินเชื่อนวัตกรรมดีมีเงินทุน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรการเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง” เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในภาคเกษตรกรรม การเติมองค์ความรู้ในการวางแผนการผลิตที่สามารถสร้างกำไร พร้อมสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและเสริมศักยภาพการแข่งขันสินค้าเกษตรไทยไปสู่ตลาดโลก ณ ห้องโถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธนาคารเพื่อการ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาทุ่งใหญ่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช พื้นที่ทุ่งใหญ่ ได้ให้ความสำคัญด้านการเงินของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตและช่องทางการทำมาหากินที่ดีขึ้น ผ่านการจัดโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงิน และฟื้นฟูลูกค้าปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนและลูกค้าหนี้นอกระบบ ผศ. สมคิด ชัยเพชร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตนครศรีธรรมราช อาจารย์สมยศ ศรีเพิ่ม ผู้ช่วยอธิการบดีประจำวิทยาเขตนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย ผศ. ธรรมศักดิ์ พุทธกาล คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ และคณาจารย์ เข้าร่วมโครงการและรับฟังการบรรยายถ่ายทอดความรู้ทางการเงิน ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีแก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมอบรม นอกจากนี้ คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเกษตรอัจฉริยะให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมการอบรม โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและมากความสามารถทางการเกษตร ทั้งทางด้านพืช สัตว์ รวมไปถึงธุรกิจเกษตร ซึ่งภายในงานเกษตรกรยังได้ศึกษาดูงานฐานเรียนรู้สาธิตผ่านการจัดบูธนิทรรศการถ่ายทอดความรู้ อาทิ นิทรรศการโคหนุ่มเนื้อนุ่ม นิทรรศการการผลิตอา
“จังหวัดสมุทรสงคราม” แม้เป็นเมืองที่มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดในประเทศ แต่เป็นพื้นที่การเกษตรที่มีศักยภาพสูง ในฐานะ “เมืองสามน้ำ” ทั้ง น้ำจืด-น้ำกร่อย-น้ำเค็ม ผักผลไม้ที่ปลูกในโซนนี้มีรสชาติหวานหอม กรอบ อร่อย ใครได้ชิมก็ต้องติดใจ ผลไม้สมุทรสงครามที่มีรสชาติอร่อยสุดๆ เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศ เช่น ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ มะพร้าวน้ำหอม ลิ้นจี่ค่อมแม่กลอง กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าเขียว ฯลฯ ปัจจุบัน เกษตรกรจำนวนมากในจังหวัดสมุทรสงครามนิยมปลูกกล้วยน้ำว้าเขียวกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า พื้นที่อำเภอเมือง มีแหล่งน้ำค่อนข้างจะเค็มหรือกร่อยกว่าอำเภออื่น แต่ต้นกล้วยน้ำว้าเขียวเป็นไม้ผลที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามได้อย่างดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตสูง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ของการปลูก กล้วยน้ำว้าเขียว ของจังหวัดสมุทรสงครามมีลักษณะเด่นคือ ลำต้นไม่ใหญ่ แต่เครือใหญ่ หวีโต ผลใหญ่ เปลือกสีเขียว ปลายจุกแหลม เนื้อกล้วยมีรสหวาน เมล็ดไม่ใหญ่ ไม่มีปัญหาโรคตายพราย กล้วยน้ำว้าเขียว เข้าข่ายสำนวนไทยที่ว่า
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรเเละสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาเงินทุนสนับสนุนของ (Grant agreement) ในโครงการ Thai Rice NAMA “เทคโนโลยีการทำนา และมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการทำนาที่ยั่งยืนและลดโลกร้อน” พร้อม นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรเเละสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เเละ นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยเเละประเทศมาเลเซีย องค์กรความร่วมมือประหว่างประเทศของเยอรมัน ณ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ตามที่ กรมการข้าว เเละองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอร์มัน (GIZ) มีความร่วมมือดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เเละลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Rice NAMA) ในพื้นที่เป้าหมาย 6 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เเละสุพรรณบุรี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถส่งผลต่อการลดภาวะโลกร้อนเเละเพิ่มประสิทธ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดงานสัมมนา “เปิดโลกการค้า เจรจาธุรกิจ พิชิตตลาดส่งออก 2022” (e – Commerce Episode) โอกาสนี้ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมี ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวถึงแนวทางความร่วมมือในฐานะ วว. เป็น 1 ใน 3 หน่วยงานหลัก ซึ่งมีความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ภาคการเกษตร ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้มากขึ้น และสร้างผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่ โดยงานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการ ได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และนำความรู้ไปขยายผลในทางการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างมีกระบวนการและรูปแบบที่เป็นระบบ ผ่านการถ่ายทอดความรู้โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะนำผู้ประกอบการไปสู่เส้นทางแห่งค
นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมลงนามและแถลงข่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ซื้อ-ขาย ผลผลิตการเกษตร ปีการผลิต 2564/65 ระหว่างสหกรณ์การเกษตร กับ ผู้ประกอบการโรงสี และผู้ประกอบการมันสำปะหลัง โดยมี นายวิฑูร อุศรัตนิวาส รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนล่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกรรมการสหกรณ์ ประธานกรรมการผู้ประกอบการโรงสี ผู้ประกอบการมันสำปะหลัง ร่วมในพิธีแถลงข่าวการลงนามในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุมเยาวมาลย์ โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ซื้อ-ขาย ผลผลิตการเกษตรในวันนี้ มีการลงนามร่วมกัน 18 คู่ ซึ่งเกิดขึ้นจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขากำแพงเพชร ได้บูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรครบวงจร
ในยุคที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดที่น่ากลัวอย่างไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในด้านเศรษฐกิจรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากขึ้น มีธุรกิจมากมายที่ต้องปิดกิจการลงเพราะพิษโควิด-19 ผู้คนตกงาน ต่างต้องกัดฟันสู้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มต้นอาชีพใหม่ ซึ่งมีอาชีพหนึ่งในระยะเวลาที่ผ่านมาหลายคนมองข้ามและเลือกให้เป็นอาชีพรั้งท้ายที่จะทำคือ อาชีพเกษตร กลับกลายมาเป็นอาชีพที่เข้ามาช่วยกอบกู้และเป็นอาชีพเริ่มต้นใหม่ให้ใครได้อีกหลายคน เพราะอาชีพเกษตรไม่ได้จำกัดการศึกษา ไม่จำกัดฐานะ ทุกคนสามารถเข้าถึงอาชีพนี้ได้ และเมื่อยิ่งมองลึกลงไปแล้ว อาชีพเกษตรคืออาชีพที่จะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้เป็นลำดับต้นๆ ด้วยซ้ำ หากใครยังมองไม่เห็นภาพว่าการเป็นเกษตรกรจะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้อย่างไรบ้าง เชิญพิสูจน์ความจริงได้จากโครงการเกษตรอินทรีย์ 459 ที่ทาง ธ.ก.ส. ได้ริเริ่มโครงการขึ้นมาเพื่อช่วยเกษตรกรให้หลุดพ้นจากหนี้สิน และเพื่อสร้างความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นทั้งในด้านความเป็นอยู่และด้านสุขภาพร่างกาย คุณประเสริฐ ปิ่นนาค พนักงานพัฒนาลูกค้า 8 ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนล่าง จากลูกชาวนาสู่การเ
