นวัตกรรมการเกษตร
กรุงเทพฯ 10 กุมภาพันธ์ 2565 – ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตในหลากหลายมิติ พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจต่างๆ และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงก็คืออุตสาหกรรมการเกษตรที่เปิดรับและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและส่งมอบผลิตผลที่ปลอดภัยสู่มือผู้บริโภค เทคโนโลยีการเพาะปลูกมีหลายประเภท เริ่มตั้งแต่ระบบน้ำ ระบบปุ๋ย เครื่องจักรทุ่นแรงขนาดเล็กและใหญ่ โรงเรือนเพาะปลูก รวมถึงระบบเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ที่ช่วยควบคุมการทำงานต่างๆ ในแปลงเพาะปลูก เป็นต้น บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย หนึ่งในผู้พัฒนาวงการเกษตรไทยมายาวนานกว่า 100 ปี ได้สรรหานวัตกรรมเกษตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องและได้นำเสนอทางเลือกในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ อาทิ การใช้โรงเรือนเพาะปลูกและติดตั้งระบบภายในโรงเรือน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ดียิ่งขึ้น สร้างรายได้และเส้นทางอาชีพที่มั่นคงให้กับเกษตรกร รวมถึงสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับผู้บริโภค สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะนำผลงานเทคโนโลยีพร้อมใช้ ช่วยเพิ่มมูลค่า “มังคุด” มุ่งแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรล้นตลาดและปัญหาส่งออกมังคุดจากผลกระทบสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระบุพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สังคมและเชิงพาณิชย์ เพื่อความเข้มแข็ง มั่นคงของเศรษฐกิจประเทศ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ปัญหาผลิตผลการเกษตรล้นตลาดในฤดูกาลที่มีผลผลิตออกมามากในระยะเวลาเดียวกัน ส่งผลให้มีราคาตกต่ำ รวมทั้งผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่ไม่สามารถส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศได้ อันเป็นปัญหาที่ประเทศไทยประสบในปัจจุบัน โดย “มังคุด” เป็นผลผลิตการเกษตรที่มีบทบาททางเศรษฐกิจในระดับแถวหน้าของประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว วว. จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้เข้ามาช่วยในการตอบสนองความต้องการ ตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ OTOP SMEs Startup ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีในรูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเชิง
กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้มาจากพลังงานฟอสซิส (น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน) ซึ่งเชื้อเพลิงดังกล่าว นับวันจะมีปริมาณน้อยลงทุกทีและมีโอกาสหมดไปในอนาคต ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงกลุ่มดังกล่าวมีความผันผวนสูงขึ้นตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก ขณะเดียวกันเชื้อเพลิงกลุ่มนี้ยังปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แถมสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พอห่อหุ้มโลกหนาเข้าๆ ก็กลายเป็นสภาวะเรือนกระจก แสงแดดที่ส่องเข้ามาจากดวงอาทิตย์ถูกกักความร้อนเอาไว้ ไม่สะท้อนออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่กว่าเดิมถึง 5 เท่า อีกด้วย หากประเทศไทยพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงกลุ่มเดิมๆ แต่เพียงอย่างเดียว ก็เสี่ยงเจอปัญหาขาดแคลนพลังงานได้ และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการพัฒนาของประเทศไทยได้ในระยะยาว ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาของไทยจึงพยายามนำพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล น้ำขึ้น-น้ำลง พลังงานไฮโดรเจน ฯลฯ นำมาใช้เป็น
กรุงเทพฯ 11 พฤษภาคม 2563 – ปุ๋ยตรากระต่าย โดย บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “มรดก” สะท้อนความเป็นผู้นำปุ๋ยคุณภาพดี การันตีด้วยระบบบริหารคุณภาพ ISO9001:2015 ที่เกษตรกรไทยไว้วางใจ ด้วยคุณภาพครบสูตร ให้ผลิตผลคุ้มค่า ตอกย้ำบทพิสูจน์ความยั่งยืนที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมมุ่งเป้าขยายความแข็งแกร่งสู่ทุกกลุ่มเกษตรกร ปุ๋ยตรากระต่าย ให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งเสมอมา ด้วยเชื่อว่าการบำรุงพืชพันธุ์ด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วนและสมบูรณ์จะนำไปสู่ผลิตผลที่ดีและมั่นคง ปุ๋ยตรากระต่าย เข้าใจดีถึงความต้องการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรไทย จึงคัดสรรปุ๋ยคุณภาพดีจากแหล่งผลิตชั้นนำทั่วโลก ให้เหมาะสมกับพืชแต่ละประเภท ทั้งนาข้าว พืชไร่ ไม้ผล เพื่อเพิ่มผลิตผลที่มีคุณภาพให้เกษตรกรไทย และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกร ส่งผ่านความไว้วางใจจากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนผ่านภาพยนตร์โฆษณาในชื่อเรื่อง “มรดก” ที่ปุ๋ยตรากระต่าย ได้จัดทำขึ้นล่าสุด “มรดก” ถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่ ที่ได้รับโฉนดที่ดินการเกษตรต่อจากพ่อ เขาตั้งใจจะนำความเปลี่ยนแปลงมากมายมาสู่ที่ดินผืนน
กรุงเทพฯ 9 มีนาคม 2563 – สถานการณ์ภัยแล้งเป็นปัญหาน่าหนักใจสำหรับเกษตรกรไทยมานาน และในปีนี้ยิ่งเป็นที่น่ากังวลใจจากแนวโน้มที่คาดว่าภัยแล้งจะมาถึงเร็วและรุนแรงกว่าปกติ ดัชนี Southern Oscillation Index (SOI) บ่งชี้ว่าในปี 2563 ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ที่ส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้ง มีดัชนีติดลบรุนแรงในรอบ 17 ปี ปรากฏการณ์นี้กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคเกษตรกรรมของไทย โดยเฉพาะในการทำนาปรัง เนื่องจากต้องใช้น้ำในการทำนาปรังในปริมาณมาก เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจึงจำเป็นต้องปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการรับมือกับภัยแล้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการหันมาปลูกพืชผักที่ใช้น้ำน้อยเพื่อทดแทนการทำนา ช่วยเพิ่มรายได้ที่ขาดหายไป ปัจจุบัน แม้เกษตรกรจะมีทางเลือกในการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเลือกสายพันธุ์ที่ดี มีคุณภาพ ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศ ให้ผลผลิตดี และเก็บเกี่ยวได้เร็ว บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจเกษตรครบวงจรที่อยู่เคียงคู่วงการเกษตรไทยมากว่า 99 ปี มีความเข้าใจในความต้องการของเกษตรกรเป็นอย่างดี และมุ่งดำเนินการการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรได้มีเมล็ดพ
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ยกทัพสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยไปจัดแสดงในงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน หรือ China International Import Expo (CIIE) 2019 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมแห่งชาติ (NECC-National Exhibition and Convention Center) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงศักยภาพในการยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทยสู่ระดับสากล สอดคล้องกับพันธกิจองค์กร ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วน เจียไต๋ เป็นหนึ่งในบริษัทของไทยที่ได้นำสินค้าไปร่วมจัดแสดงในงานนี้ ภายในศาลาแสดงสินค้าร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในกลุ่มผู้จัดแสดงหมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยเจียไต๋ได้แนะนำผลิตภัณฑ์เกษตรในกลุ่มผักผลไม้สด อาทิ ฟักทอง พริก มะนาว และมะพร้าวน้ำหอม ให้กับนักธุรกิจและผู้บริโภคชาวจีน เพื่อขยายตลาดผลผลิตเกษตรของไทยสู่กลุ่มผู้บริโภคชาวจีน พร้อมแสดงศักยภาพในการส่งมอบผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัย และมีคุณภาพ พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค China International Import Expo (CIIE) 2
หลังจากผู้เขียนได้มีบทความผ่าน คอลัมน์ “คิดเป็นเทคโนฯ” ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ก็มีผู้อ่านหลายคน สอบถามมาว่า หากมีความสนใจจะนำเทคโนโลยีไปใช้ในงานเกษตร จะเริ่มต้นอย่างไร? และแพงไหม? แพงไหม? ตัวอย่าง “โดรนเพื่อการเกษตร” ปัจจุบัน ต้องตอบว่า ราคายังสูง แต่ก็ลดลงมาพอสมควรแล้ว อยู่ในระดับพอมีโอกาสจับต้องได้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบราคาเบื้องต้นในเว็บไซต์ (เข้ากูเกิล พิมพ์คำว่า ราคาโดรนเพื่อการเกษตร) หรืออาจจะทดลองโดยการเช่าใช้งานก่อน แล้วประเมินว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ จะเริ่มต้นอย่างไร? ความรู้ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้งานในแปลงเกษตรหรือคอกปศุสัตว์ มีอยู่ในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีคณะสาขาวิชาเปิดการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรม ผู้ที่มีความสนใจจะต้องลองติดต่อสอบถาม เพื่อค้นหาผลงานวิจัยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาตามที่ต้องการ อาจจะเป็นในรูปของอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในงานนั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นำเสนอเทคโนโลยีฟาร์มต้นทุนต่ำ “สมาร์ท ฟาร์ม คิท” (Smart Farm Kit) ชุดอุปกรณ์ควบ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จัดประชุมวิชาการ สวก. 2562 เปิดเวทีวิชาการด้านการเกษตรครั้งยิ่งใหญ่ เชิญนักวิจัยและนักวิชาการด้านการเกษตรจากทั่วประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ พร้อมโชว์งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตรกว่า 150 โครงการ ที่พร้อมนำไปขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้เข้มแข็งและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำการเกษตร ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “ประชุมวิชาการ สวก. 2562” ภายใต้แนวคิด “Beyond Disruptive Technology” จุดเปลี่ยนอนาคตไทย ด้วยงานวิจัยเกษตร จัดโดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานวิจัยด้านการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนการทำการเกษตรของประเทศสู่การทำการเกษตรที่ใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรของไทย รวมทั้งยังเป็นเวทีในการแลกเป
เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา บริษัท เจียไต๋ จำกัด จัดกิจกรรมเพื่อสังคม Grow Your Own Green สอนนักวิ่งปลูกผักในงานวิ่งการกุศล RUN 4 U ครั้งที่ 3 “วิ่งนี้เพื่อน้อง” ซึ่งจัดขึ้นโดย แสนสิริ และพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กิจกรรม Grow Your Own Green เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเจียไต๋ และแสนสิริ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักวิ่งที่มาร่วมในงานวิ่งการกุศลครั้งนี้ ได้มีความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักอย่างมืออาชีพ เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ การเลือกใช้วัสดุปลูกที่เหมาะสม ตลอดจนการดูแลรักษาต้นอ่อน เพื่อให้ได้ผักสวนครัวที่เจริญเติบโตอย่างสมบรูณ์ นอกจากจะได้เรียนรู้วิธีการปลูกผักผ่านการลงมือปฏิบัติจริงโดยมีผู้เชี่ยวชาญการปลูกจากเจียไต๋คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดแล้ว เหล่านักวิ่งที่มาร่วมงานยังจะได้โชว์ฝีมือในการออกแบบลวดลายบนกระป๋องปลูกผักของตัวเองอีกด้วย นางสาวดวงพร จิราพิพัฒนชัย ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจโฮมการ์เด้น กล่าวว่า “เจียไจ๋ มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรมการเกษตรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดีขึ้น โดยเน้นในการสร้างความ
สยามคูโบต้า เปิดตัวเลขยอดขายครึ่งปีแรก 27,000 ล้านบาท มั่นใจสามารถปิดปีได้ตามเป้าที่ 60,000 ล้านบาท เผยกลยุทธ์ นำนวัตกรรมการเกษตรแบบครบวงจรเป็นโซลูชั่นสำคัญในการตอบโจทย์ Smart Farmer ยุคดิจิทัล ควบคู่กับการรุกจัดกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง ตั้งเป้าแตะ 100,000 ล้านบาท ใน 5 ปี นายฮิโรโตะ คิมุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2562 สยามคูโบต้า มียอดขายอยู่ที่ 27,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 17,000 ล้านบาท และต่างประเทศ 10,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60:40 เติบโตขึ้นประมาณ 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เนื่องจากเกษตรกรมีกำลังซื้อเพิ่ม ราคาพืชหลักอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทดแทนแรงงานคนในภาคการเกษตร อีกทั้งบริษัทได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ แทรกเตอร์ ขนาด 57 แรงม้า รุ่น MU5702 ซึ่งเจาะกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ผสม ติดตั้งระบบคูโบต้า นวัตกรรมอัจฉริยะ KIS (KUBOTA Intelligence Solutions) และเครื่องหยอดข้าว รุ่น DS10 เพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ ในส่วนของตลาดต่างป
