นวัตกรรมการเกษตร
(26 ก.ย. 2565) บริษัท ซาลัส ไบโอซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตและสกัด สารสกัด CBD หรือสารสกัดกัญชง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นำโดย นายวิธวินท์ วิทยานนท์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการ ร่วมประกาศความร่วมมือกับ บริษัท อโกรว์พลัส จำกัด และกลุ่มบริษัทในเครือ นำโดย นายตะวัน น้อยมีธนาสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในงานเปิดตัว “AgrowPlus นวัตกรรมการเกษตร เพื่อคนไทย” เพื่อยกระดับการเกษตรสมัยใหม่ ด้วยแนวทางการทำการเกษตรแบบประณีตของพืชกัญชง สู่สารสกัด CBD หรือสารสกัดกัญชงพรีเมี่ยม พร้อมด้วย วิลลี่ แมคอินทอช, “เสนาหอย” เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และคณะกรรมการผู้บริหารบริษัท อโกรว์พลัสจำกัด ร่วมแถลงข่าว นายวิธวินท์ วิทยานนท์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการ บริษัท ซาลัส ไบโอซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจหลักของซาลัสฯ ให้ความสำคัญไปที่การเพาะปลูก การสกัด การผลิต การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ และการทำการตลาดเกี่ยวกับสารสกัดกัญชง สินค้าและบริการได้แก่ CBD Oil, CBD Isolate, CBD Isolate water soluble, CBD Extract, Hemp extract และ Medical Cannabis ในการสกัดจะใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย และห้องปฏิบัติการเพื่อการวิเคราะห์ส
กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน 2565 – บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย นำโดย นายธีรพันธ์ มหาวนา ผู้จัดการทั่วไป Solution Provider ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร เปิดสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช จังหวัดกาญจนบุรี ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เข้าเยี่ยมชมและศึกษาเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูก อาทิ โรงเรือนและการเพาะปลูกพืชภายในโรงเรือน เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้านการเกษตร และเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และพัฒนาการเกษตรของไทยต่อไป สถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชเจียไต๋ จังหวัดกาญจนบุรี นับว่าเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่สำคัญ และเป็น 1 ใน 10 สถานีวิจัยของเจียไต๋ ซึ่งเป็นสถานที่คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช เพื่อขานรับพันธกิจของเจียไต๋ในการเสาะหาเทคโนโลยีที่จะช่วยพัฒนาการเกษตรของไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนผ่านการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ
จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดพิธีลงนาม “พิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดำเนินโครงการความร่วมมือพัฒนาด้านเกษตรและโครงการพัฒนาชุมชนจังหวัดนครสวรรค์” เตรียมผลักดัน 3 โครงการ ตั้งเป้านำความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลการเกษตร และนวัตกรรมการเกษตร ผสานกับองค์ความรู้การเพาะปลูกพืชสมัยใหม่ของสยามคูโบต้าเข้ามาบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน มุ่งพัฒนาการบริหารจัดการภาคการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรในจังหวัดนครสวรรค์ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า จากข้อมูลของจังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่ทางการเกษตร จำนวน 4,700,565 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 78.36 ของพื้นที่จังหวัด และจากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2562 พบว่า จังหวัดนครสวรรค์มีผลิตภัณฑ์มวลรวม 117,685 ล้านบาท เป็นรายได้จากภาคเกษตรกรรมเพียง 35,991 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30.56 จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดนครสวรรค์จะต้องทำการปฏิวัติการทำการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยปรับเปลี่ยนการทำนามาปลูกพืชไร่ทดแทน มีการจัดทำระบบโซนนิ่งพื้นที่
กรุงเทพฯ 10 กุมภาพันธ์ 2565 – ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตในหลากหลายมิติ พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจต่างๆ และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงก็คืออุตสาหกรรมการเกษตรที่เปิดรับและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและส่งมอบผลิตผลที่ปลอดภัยสู่มือผู้บริโภค เทคโนโลยีการเพาะปลูกมีหลายประเภท เริ่มตั้งแต่ระบบน้ำ ระบบปุ๋ย เครื่องจักรทุ่นแรงขนาดเล็กและใหญ่ โรงเรือนเพาะปลูก รวมถึงระบบเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ที่ช่วยควบคุมการทำงานต่างๆ ในแปลงเพาะปลูก เป็นต้น บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย หนึ่งในผู้พัฒนาวงการเกษตรไทยมายาวนานกว่า 100 ปี ได้สรรหานวัตกรรมเกษตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องและได้นำเสนอทางเลือกในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ อาทิ การใช้โรงเรือนเพาะปลูกและติดตั้งระบบภายในโรงเรือน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ดียิ่งขึ้น สร้างรายได้และเส้นทางอาชีพที่มั่นคงให้กับเกษตรกร รวมถึงสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับผู้บริโภค สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะนำผลงานเทคโนโลยีพร้อมใช้ ช่วยเพิ่มมูลค่า “มังคุด” มุ่งแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรล้นตลาดและปัญหาส่งออกมังคุดจากผลกระทบสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระบุพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สังคมและเชิงพาณิชย์ เพื่อความเข้มแข็ง มั่นคงของเศรษฐกิจประเทศ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ปัญหาผลิตผลการเกษตรล้นตลาดในฤดูกาลที่มีผลผลิตออกมามากในระยะเวลาเดียวกัน ส่งผลให้มีราคาตกต่ำ รวมทั้งผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่ไม่สามารถส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศได้ อันเป็นปัญหาที่ประเทศไทยประสบในปัจจุบัน โดย “มังคุด” เป็นผลผลิตการเกษตรที่มีบทบาททางเศรษฐกิจในระดับแถวหน้าของประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว วว. จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้เข้ามาช่วยในการตอบสนองความต้องการ ตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ OTOP SMEs Startup ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีในรูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเชิง
กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้มาจากพลังงานฟอสซิส (น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน) ซึ่งเชื้อเพลิงดังกล่าว นับวันจะมีปริมาณน้อยลงทุกทีและมีโอกาสหมดไปในอนาคต ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงกลุ่มดังกล่าวมีความผันผวนสูงขึ้นตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก ขณะเดียวกันเชื้อเพลิงกลุ่มนี้ยังปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แถมสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พอห่อหุ้มโลกหนาเข้าๆ ก็กลายเป็นสภาวะเรือนกระจก แสงแดดที่ส่องเข้ามาจากดวงอาทิตย์ถูกกักความร้อนเอาไว้ ไม่สะท้อนออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่กว่าเดิมถึง 5 เท่า อีกด้วย หากประเทศไทยพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงกลุ่มเดิมๆ แต่เพียงอย่างเดียว ก็เสี่ยงเจอปัญหาขาดแคลนพลังงานได้ และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการพัฒนาของประเทศไทยได้ในระยะยาว ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาของไทยจึงพยายามนำพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล น้ำขึ้น-น้ำลง พลังงานไฮโดรเจน ฯลฯ นำมาใช้เป็น
กรุงเทพฯ 11 พฤษภาคม 2563 – ปุ๋ยตรากระต่าย โดย บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “มรดก” สะท้อนความเป็นผู้นำปุ๋ยคุณภาพดี การันตีด้วยระบบบริหารคุณภาพ ISO9001:2015 ที่เกษตรกรไทยไว้วางใจ ด้วยคุณภาพครบสูตร ให้ผลิตผลคุ้มค่า ตอกย้ำบทพิสูจน์ความยั่งยืนที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมมุ่งเป้าขยายความแข็งแกร่งสู่ทุกกลุ่มเกษตรกร ปุ๋ยตรากระต่าย ให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งเสมอมา ด้วยเชื่อว่าการบำรุงพืชพันธุ์ด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วนและสมบูรณ์จะนำไปสู่ผลิตผลที่ดีและมั่นคง ปุ๋ยตรากระต่าย เข้าใจดีถึงความต้องการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรไทย จึงคัดสรรปุ๋ยคุณภาพดีจากแหล่งผลิตชั้นนำทั่วโลก ให้เหมาะสมกับพืชแต่ละประเภท ทั้งนาข้าว พืชไร่ ไม้ผล เพื่อเพิ่มผลิตผลที่มีคุณภาพให้เกษตรกรไทย และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกร ส่งผ่านความไว้วางใจจากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนผ่านภาพยนตร์โฆษณาในชื่อเรื่อง “มรดก” ที่ปุ๋ยตรากระต่าย ได้จัดทำขึ้นล่าสุด “มรดก” ถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่ ที่ได้รับโฉนดที่ดินการเกษตรต่อจากพ่อ เขาตั้งใจจะนำความเปลี่ยนแปลงมากมายมาสู่ที่ดินผืนน
กรุงเทพฯ 9 มีนาคม 2563 – สถานการณ์ภัยแล้งเป็นปัญหาน่าหนักใจสำหรับเกษตรกรไทยมานาน และในปีนี้ยิ่งเป็นที่น่ากังวลใจจากแนวโน้มที่คาดว่าภัยแล้งจะมาถึงเร็วและรุนแรงกว่าปกติ ดัชนี Southern Oscillation Index (SOI) บ่งชี้ว่าในปี 2563 ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ที่ส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้ง มีดัชนีติดลบรุนแรงในรอบ 17 ปี ปรากฏการณ์นี้กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคเกษตรกรรมของไทย โดยเฉพาะในการทำนาปรัง เนื่องจากต้องใช้น้ำในการทำนาปรังในปริมาณมาก เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจึงจำเป็นต้องปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการรับมือกับภัยแล้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการหันมาปลูกพืชผักที่ใช้น้ำน้อยเพื่อทดแทนการทำนา ช่วยเพิ่มรายได้ที่ขาดหายไป ปัจจุบัน แม้เกษตรกรจะมีทางเลือกในการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเลือกสายพันธุ์ที่ดี มีคุณภาพ ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศ ให้ผลผลิตดี และเก็บเกี่ยวได้เร็ว บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจเกษตรครบวงจรที่อยู่เคียงคู่วงการเกษตรไทยมากว่า 99 ปี มีความเข้าใจในความต้องการของเกษตรกรเป็นอย่างดี และมุ่งดำเนินการการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรได้มีเมล็ดพ
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ยกทัพสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยไปจัดแสดงในงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน หรือ China International Import Expo (CIIE) 2019 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมแห่งชาติ (NECC-National Exhibition and Convention Center) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงศักยภาพในการยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทยสู่ระดับสากล สอดคล้องกับพันธกิจองค์กร ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วน เจียไต๋ เป็นหนึ่งในบริษัทของไทยที่ได้นำสินค้าไปร่วมจัดแสดงในงานนี้ ภายในศาลาแสดงสินค้าร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในกลุ่มผู้จัดแสดงหมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยเจียไต๋ได้แนะนำผลิตภัณฑ์เกษตรในกลุ่มผักผลไม้สด อาทิ ฟักทอง พริก มะนาว และมะพร้าวน้ำหอม ให้กับนักธุรกิจและผู้บริโภคชาวจีน เพื่อขยายตลาดผลผลิตเกษตรของไทยสู่กลุ่มผู้บริโภคชาวจีน พร้อมแสดงศักยภาพในการส่งมอบผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัย และมีคุณภาพ พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค China International Import Expo (CIIE) 2
หลังจากผู้เขียนได้มีบทความผ่าน คอลัมน์ “คิดเป็นเทคโนฯ” ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ก็มีผู้อ่านหลายคน สอบถามมาว่า หากมีความสนใจจะนำเทคโนโลยีไปใช้ในงานเกษตร จะเริ่มต้นอย่างไร? และแพงไหม? แพงไหม? ตัวอย่าง “โดรนเพื่อการเกษตร” ปัจจุบัน ต้องตอบว่า ราคายังสูง แต่ก็ลดลงมาพอสมควรแล้ว อยู่ในระดับพอมีโอกาสจับต้องได้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบราคาเบื้องต้นในเว็บไซต์ (เข้ากูเกิล พิมพ์คำว่า ราคาโดรนเพื่อการเกษตร) หรืออาจจะทดลองโดยการเช่าใช้งานก่อน แล้วประเมินว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ จะเริ่มต้นอย่างไร? ความรู้ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้งานในแปลงเกษตรหรือคอกปศุสัตว์ มีอยู่ในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีคณะสาขาวิชาเปิดการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรม ผู้ที่มีความสนใจจะต้องลองติดต่อสอบถาม เพื่อค้นหาผลงานวิจัยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาตามที่ต้องการ อาจจะเป็นในรูปของอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในงานนั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นำเสนอเทคโนโลยีฟาร์มต้นทุนต่ำ “สมาร์ท ฟาร์ม คิท” (Smart Farm Kit) ชุดอุปกรณ์ควบ
