นวัตกรรมงานวิจัย
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “วันนักประดิษฐ์” เป็นประจำทุกปี เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ของการจดทะเบียนและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และเป็นครั้งแรกของโลก รวมทั้งทรงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักประดิษฐ์ไทย ในการสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ในปีนี้ วช. ได้จัดงานวันนักประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งที่ 22 ระหว่าง วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ พัฒนาก้าวไกล นวัตกรรมไทยยั่งยืน” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม สอดคล้องกับแผนการขับเคลื่อนของประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ช
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม โดยกอ.รมน.และวช.ร่วมจัดกิจกรรม Kick-off เปิดตัว”โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน โดยการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 1” เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองบัวดง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ในการนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม Kick-off ร่วมกับ พลตรีกฤษณะ วัชรเทศ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1 กอ.รมน. โดยมี นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ พร้อมผู้
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำนวัตกรรมงานวิจัยมาใช้พัฒนายกระดับการผลิตหน่อกะลา ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านของเกาะเกร็ด ตั้งแต่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยียืดอายุวัตถุดิบ การใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร และการจัดจำหน่าย เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหน่อกะลาในชุมชนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หน่อกะลา หน่อกะลา เป็นพืชท้องถิ่นของเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นชุมชนชาวมอญ เดิมสันนิษฐานว่า คนมอญที่อพยพมาจากพม่า ได้นำต้นหน่อกะลาติดตัวมาด้วย คนไทยเชื้อสายมอญส่วนใหญ่นิยมนำหน่อกะลามารับประทานในรูปแบบผักสด ต้มกะทิจิ้มน้ำพริก เนื่องจากหน่อกะลาเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยขับลม จากการสำรวจเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ พบว่า หน่อกะลา เป็นพืชที่ขึ้นง่ายตามบริเวณริมน้ำ มีราคาต่อกิโลกรัมที่สูง ถือเป็นพืชอนุรักษ์ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพร
ปลาสลิดแดดเดียว จัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น รสชาติอร่อย ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในชื่อ “ปลาสลิดบางบ่อ” จังหวัดสมุทรปราการ ปลาสลิดแดดเดียวบางบ่อมีคุณภาพและรสชาติอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากที่อื่น “ปลาสลิดแห้งรสดี” จึงกลายเป็นหนึ่งในคำขวัญของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ เป็นเขตเมืองอุตสาหกรรม การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมาได้รุกขยายเข้าสู่พื้นที่ภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่การเลี้ยงปลาสลิดลดลง ปริมาณการเลี้ยงปลาสลิดน้อยลง ขนาดปลาสลิดก็เล็กลงเช่นกัน ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดประสบภาวะขาดทุน จนเลิกอาชีพเลี้ยงปลาสลิดเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณปลาสลิดที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการสำหรับการแปรรูป จึงต้องนำปลาสลิดจากพื้นที่อื่นมาแปรรูปที่อำเภอบางบ่อแทน ส่งผลทำให้เอกลักษณ์ที่แท้จริงของปลาสลิดบางบ่อนั้นสูญหายไป ม.หัวเฉียว พัฒนางานวิจัยเพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ก่อตั้งโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเป็นสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ทางมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นถึงปัญหาปลาสลิดที่เกิดขึ้นในชุมชนท
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนให้ทุนวิจัยของประเทศ ให้เกิดความก้าวหน้าด้านสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมงานวิจัย รวมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ในโอกาสคล้ายวันสถาปนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 วช.ได้คัดเลือกผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เข้ารับรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมดีเด่น 60 ปี วช. จำนวน 12 ผลงาน ได้แก่ มันสำปะหลัง “ห้วยบง 60” ของ รองศาสตราจารย์ ดร. วิจารณ์ วิชชุกิจ และคณะ ห้วยบง 60 เป็นชื่อพันธุ์มันสำปะหลัง ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้เพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2546 โดย คำว่า “ห้วยบง” มาจากชื่อตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา และเป็นมันสำปะหลังเพื่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย เกิดจากความร่วมมือของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย มันสำปะหลัง
ความเดิมตอนที่แล้ว(เทคโนโลยีชาวบ้านฉบับที่ 705)รองศาสตราจารย์ดร.เอกรัฐ บุญภูงา ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หัวหน้าโครงการการพัฒนาระบบเรดาร์เพื่อการจัดทำแผนที่ใต้ดินสำหรับการเกษตร ได้อธิบายที่มาที่ไปรวมถึงวิธีการทำงานของเครื่องตรวจสภาพดิน เพื่อนำไปประเมินว่ามีดินดานอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังหรือไม่ เป็นการช่วยให้เกษตรกร “รู้เรา” ปรับปรุงที่ดินก่อนการเพาะปลูก ช่วยเพิ่มคุณภาพและผลผลิตของมันสำปะหลัง ด้วย “เทคโนโลยีเรดาร์ทะลุพื้นดิน” หรือ Ground Penetrating Radar (GPR) หลักการทำงาน ใช้วิธีส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลงไปใต้พื้นดิน และรอคลื่นที่สะท้อนกลับมา เอาคุณสมบัติของคลื่นที่สะท้อนกลับมาตีความสร้างเป็นภาพเพื่ออธิบายถึงคุณสมบัติของดิน โดยมีแนวคิดว่า การสะท้อนของคลื่นที่มีตัวกลางต่างกัน (ในกรณีนี้คือ ดินกับดินดาน) จะมีคุณสมบัติต่างกัน ภาพใต้ดินที่ได้จะเห็นเป็นชั้นๆ ส่วนการระบุว่า เป็นดินดานหรือไม่นั้น ปัจจุบันนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเห็นภาพและบอกได้ชัดเจนว่าคือ ดินดาน จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเอาสัญญาณมาประมว
วช. นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทยเข้าร่วมงาน “The 71st International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2019) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) โดย ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทยเข้าร่วมประกวดและนำเสนอผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในงาน “The 71st International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2019) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562 งาน iENA 2019 ถือเป็นการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของสหภาพยุโรป ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งมีนักวิจัยจากทั่วโลกนำผลงานเข้าประกวดและจัดแสดงกว่า 800 ผลงาน จากกว่า 30 ประเทศ ในปีนี้ วช.ได้นำนักวิจัย/นักประดิษฐ์มากกว่า 70 คน ในหลากหลายความเชี่ยวชาญ ร่วมนำเสนอผลงานภายในงาน iENA 2019 ในด้านต่างๆ ได้แก่ -Medical or veterinary science;Hygiene -Chemistry,metallurgy -Electricity -Performing operations,t
จังหวัดปทุมธานี โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ยกขบวนสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารนับ 100 รายการ โชว์ศักยภาพเมืองนวัตกรรมอาหาร ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารของจังหวัดปทุมธานี ผ่านการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมจัดแสดงนวัตกรรมอาหารต้นแบบ 10 รายการ และประกาศผลพร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดนวัตกรรมอาหารปทุมธานี 2562 จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ปทุมธานี เมืองนวัตกรรมอาหาร” เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ณ ชั้น G เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ ว่าจังหวัดปทุมธานีในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตค่อนข้างมากจากหัวเมืองเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมที่โดดเด่น สู่เมืองแห่งการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมสะอาด และการตลาดของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และยังเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีของภูมิภาคด้วย ปัจจุบันปทุมธานีเป็นทั้งแหล่งผลิตสินค้าเกษตร และแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลาย มีโรงงานอุตสาหกรรมด้านอาหารอยู่มากกว่า 300 แห่ง และมีผู้ประกอบการรายย่อยอีกมากกว่า 100 ราย ซึ่งทางจังหวัดพร้อมให้การส่งเสริ
วช. ยกระดับนวัตกรรมหนุนอาชีวะสร้างงานด้วยวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้่ร่วมจัดประชุมเชิงปฏิบัติ เรื่อง “Meet the Trainers : Invention & Innovation สายอาชีวศึกษา” ภายใต้แนวคิด Change for the Future อาชีวะก้าวไกล ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายน 2562 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมารวย การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยมีบุคลากรระดับผู้บริหาร อาจารย์ สายอาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม จำนวน 350 คน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งพัฒนากำลังคนสายอาชีวศึกษาให้เป็นทรัพยากรบุคคลคุณภาพด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “อาชีวะพันธุ์ใหม่ ก้าวสู่ Thailand 4.0” กล่าวว่า การจัดงานระดมสมองแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ มุ่งพัฒนารูปแบบและเนื้อหาการบ่มเพาะนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาให้สอดคล้องตามทิศทางก
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.) เร่งขับเคลื่อนการส่งเสริมนวัตกรรมในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ชี้กลุ่มธุรกิจและรูปแบบนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ นวัตกรรมอุตสาหกรรมฮาลาล นวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นวัตกรรมด้านช่องทางการค้า และนวัตกรรมด้านการเกษตร นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย NIA ได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.) เดินหน้ายุทธศาสตร์การส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมภาคใต้ชายแดน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ด้วยการต่อยอดงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมจากหน่วยงานต่างๆ เช่น องค์กรภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักพัฒนาไปสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจชุมชน โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในแง่ของชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา สาธารณสุข การอำนวยความสะดวกสบาย ตลอดจนพั
