น้ำท่วม
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559/60 โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 งบกลาง กรอบวงเงิน 2,055.72 ล้านบาท ภายใต้ 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1. มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559/60 กรณีได้รับผลกระทบ 2. มาตรการพักชำระหนี้และขยายเวลาการรับชำระหนี้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559/60 และ 3. มาตรการฟื้นฟูอาชีพสนับสนุนปัจจัยการผลิตและองค์ความรู้เพื่อการปรับตัวต่อภัยพิบัติ นั้น เบื้องต้นกรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการตามมาตรการแรก คือ แนวทางการดำเนินงานตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559/60 กรณีได้รับผลกระทบ ซึ่งได้กำหนดคุณสมบัติเกษตรกรไว้โดยจะต้องเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ตามประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 – 28 กุมภาพันธ์ 2560 และได้ขึ้นทะเบียนประกอบกิจกรรมเกษตรในช่วงที่ผ่านมากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ได้รับการช่วยเหลือเพียง 1 ด้าน และเ
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 10 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวในหลายพื้นที่ของ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เกษตรกรยังคงประสบปัญหาข้าวล้มและจมน้ำกันอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่เขตติดต่อ 2 ตำบลคือ ต.หนองยาง และ ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรล้มจมน้ำไปแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน ทำให้เกษตรกรต้องเร่งสูบน้ำออกเพื่อไม่ให้ข้าวที่จมน้ำนั้นเน่าเสียหาย และทำการใช้เคียวเกี่ยวข้าวที่ล้มอยู่นั้นขึ้นมาตากไว้เพื่อให้เมล็ดนั้นไม่เน่าหรือและยังคงสามารถนำไปขายได้ จากการสอบถามเกษตรกร รายหนึ่ง ในพื้นที่หมู่3 ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เล่าว่า ได้ทำการปลูกข้าวหอมปทุมไว้ จำนวน 10 ไร่ และในช่วงนี้ก็ได้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวข้าว แต่ดันมาเจอฝนทำให้ข้าวนั้นล้มและจมลงไปในน้ำหลายจุด ทำให้ต้องเร่งช่วยกันเกี่ยวข้าวนั้นขึ้นมาตากไว้และรอนำไปใส่ในรถเกี่ยวอีกครั้ง เพื่อให้ไม่ให้เมล็ดข้าวนั้นเน่าหรือดำ เพราะถ้าใช้รถเกี่ยวจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวที่ล้มและจมน้ำได้เพราะรถจะเหยียบข้าวจนหมดทำให้ต้องเสียข้าวไปจำนวนมาก ซึ่งน่าเสียดายหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 กันยายน หลังจากช่วงระยะนี้มีฝนตกชุกตลอดสัปดาห์ทั้งใน จ.พิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง เช่นที่ จ.สุโขทัย ส่งผลทำให้ระดับน้ำของแม่น้ำยมสายเก่าที่ไหลผ่านคลองบางแก้วบ้านบางแก้ว หมู่ 3 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีระดับน้ำสูงขึ้นกว่า 5 เมตร หลังจากพายุฝนเข้ามาติดต่อกันเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้นก็ทำให้แม่น้ำยมสายเก่าแห่งนี้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่พื้นที่ต่ำริมตลิ่งบางส่วน แต่ก็มีชาวบ้านในพื้นที่ได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาสออกจับปลาแม่น้ำมาที่ว่ายมาจาก จ.สุโขทัย มาตามลำน้ำยมสายเก่าสู่ จ.พิษณุโลก เป็นรายได้จุนเจือครอบครัวได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดย นางยุพิน สบายจิต อายุ 57 ปี เจ้าของกระชังปลา ตั้งอยู่เลขที่ 9 หมู่ 3 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ กล่าวว่า หลังจากระดับน้ำของแม่น้ำยมสายเก่าสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงพากันออกจับปลามาขายให้กับร้านอาหาร และออกขายตามตลาดนัดต่างๆ โดยใช้อุปกรณ์จับปลา ลงข่าย ปักเบ็ด หรือเครื่องมือจับปลาพื้นบ้านอย่างลอบแดง เป็นต้น ทำให้ได้ปลาแม่น้ำหลากชนิดกันจำนวนมาก เช่น ปลากราย กก. ละ 250 บาท ปลาสามมุม (คล้ายปล
ในระยะนี้จะมีปริมาณฝนตกหนักเป็นแห่งๆ ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำไหลบ่า และดินพัง มีโอกาสเกิดขึ้น ขอให้เกษตรกรระวังดูแลพืชผลการเกษตรได้รับผลเสียหาย นายอดุลย์ศักดิ์ ไชยราช เกษตรอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งเตือนเกษตรกรให้ระวังผลกระทบจากสภาวะฝนตกหนัก น้ำท่วมขังพืชผลการเกษตร เกษตรกรต้องรู้จักวิธีการเตรียมการป้องกัน ซึ่งจะทำให้ลดผลเสียหายได้บ้าง โดยขอให้ปฏิบัติ ดังนี้ พื้นที่ปลูกไม้ผล ควรทำร่องระบายน้ำให้ทั่ว เมื่อฝนตกหนักน้ำจะไหลไปสู่แหล่งธรรมชาติอื่นๆ ลดปัญหาการท่วมขังได้ และควรมีการทำหลักยึดต้นกิ่งก้านต้นไม้ผล ลดความเสียหายจากพายุลมแรง โดยเฉพาะไม้ผลที่กำลังให้ผล เช่น ทุเรียน ลำไย ควรยึดโยงกิ่ง ช่อผลให้ดี และหลังจากฝนตกหนักมักจะมีน้ำท่วมขัง อย่ารีบเข้าไปเหยียบย่ำตรวจดูไม้ผล ควรปล่อยระยะเวลาไว้ระยะหนึ่งก่อน เพราะจะไปกระทบกระเทือนต่อระบบรากไม้ผลได้ พื้นที่ปลูกพืชผัก ควรมีการยกร่องแปลง เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังระยะสั้นๆ แต่ถ้าระยะยาว พืชผักมักเสียหาย 100เปอร์เซ็นต์ การยกร่องแปลงและขุดทำร่องระบายน้ำจะช่วยได้ดีที่สุด ควรหาช่องทางให้ระบายน้ำออกจากแปลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พืชไร่ ถ้าอยู่ในระยะแก่
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 ก.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเดือดร้อนของชาวนาศรีสะเกษได้ขึ้นแล้ว ที่บริเวณกลางทุ่งนาบ้านเขวา หมู่ 16 ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายธนาวรรณ สุระชาติ นายก อบต.กระแชง พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ วิมลสุข หัวหน้ากลุ่มอารักษ์ขาพืช สำนักงานเกษตร จ.ศรีสะเกษ นายสมจิตร สอนภักดี เกษตร อ.กันทรลักษ์ และคณะ ได้ออกไปสำรวจนาข้าวของชาวบ้านเขวา ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากว่า ได้ถูกโรคเชื้อราระบาดเข้าไปในนาข้าวของชาวบ้านและทำให้ต้นข้าวใบข้าวเหี่ยวเฉาและเน่าตายไปในที่สุด ซึ่งในช่วงเช้าได้ทำการอบรมให้ความรู้และรณรงค์การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว รวมทั้งแนะนำสารเคมีที่ใช้ในนาข้าวตามหลัก ไอพีเอ็ม โดยในเขต ต.กระแชง และเขตตำบลใกล้เคียงมีต้นข้าวเน่าตายเพราะโรคเชื้อราระบาดไปแล้วประมาณ 30,000 ไร่ นายธนาวรรณ สุระชาติ นายก อบต.กระแชง กล่าวว่า นาข้าวของชาวบ้านเขวา ได้ถูกโรคเชื้อราระบาดเข้าไปในนาข้าวมานานประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ตนจึงได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยัง นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตร จ.ศรีสะเกษ และได้สั่งการให้เกษตร อ.กันทรลักษ์ และเจ้าหน้าที่จาก สำน
