น้ำท่วม
พล.ต. พิสิษฐ์ มหิงษ์ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 1 ตัวแทนแม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยผู้แทนเครือซีพี นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ รองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และคณะลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นจำนวน 500 ชุด และผ้าห่มกันหนาว จำนวน 1,000 ชุด ส่งเป็นกำลังใจและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่สร้างความเสียหายเป็นเวลานานหลายเดือน และต่อเนื่องกับภัยหนาว นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ รองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในฐานะผู้แทนเครือซีพี กล่าวว่า เครือซีพีได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา และมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ปีนี้นับว่าค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างหนักและกินระยะเวลานานหลายเดือน และต่อเนื่องกับภัยหนาวที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พึ่งฟื้นตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วม
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า การเกิดอุทกภัยใหญ่แต่ละครั้ง จะส่งผลให้ภาคเกษตรกรรมได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากทั้งนาข้าว พืชไร่และพืชสวน โดยเฉพาะในส่วนของไม้ผล/ไม้ยืนต้นถ้าถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานานจะทำให้ต้นตายได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ผล/ไม้ยืนต้นด้วย เช่น ชมพู่ พุทรา ละมุด มะขาม มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน จะทนต่อสภาพน้ำท่วมขังได้นานกว่ามะละกอ กล้วย ทุเรียน มะม่วง ส้ม มะนาว อย่างไรก็ตาม ถ้าระยะเวลาการท่วมขังไม่นาน ระดับน้ำที่ท่วมขังไม่สูงถึงระดับใบพืช และน้ำที่ท่วมขังมีการไหลไม่อยู่นิ่งและรากพืชไม่เน่า ต้นไม้จะมีชีวิตรอดได้ แต่จำเป็นต้องได้รับการดูแลฟื้นฟูอย่างถูกวิธีหลังน้ำลด ไม้ผล/ไม้ยืนต้น เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วมขังจะส่งผลกระทบต่อส่วนต่างๆ ดังนี้ ระบบรากขาดออกซิเจน ทำให้รากไม่สามารถดูดน้ำและแร่ธาตุต่างๆไปเลี้ยงลำต้นที่อยู่เหนือดิน อาการใบเหลือง จะพบในวันต่อมา ซึ่งมักเกิดกับใบแก่ที่อยู่ทางส่วนโคนของกิ่ง ส่วนอาการซีดเหลืองมักพบในต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่อง โดยอาจแสดงอาการทั่วทั้งต้น และอาจพบอาการใบลู่หรือห้อยลงด้วย อาการทิ้งใบ ดอก และผล เมื่อพืชอยู่ในสภาวะน้
นายอัมพร อัมพรพุทธิสกุล รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ทีมงานจิตอาสาจากศูนย์ตัดแต่งและแปรรูปสุกร แปดริ้ว เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กับ นายกวิรัตน์ ศรีอุไร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองนครเนื่องเขต และ นางเทียนทอง หนูชาวนา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล คลองนครเนื่องเขต ร่วมด้วย บริษัท ซีพีเอฟ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจ จำกัด (ฉะเชิงเทรา) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชน พร้อมมอบน้ำดื่มซีพี เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน จำนวน 50 ครัวเรือน ในพื้นที่ชุมชนคลองนครเนื่องเขต หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 7 อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา การเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ สร้างความประทับใจและทำให้ชาวชุมชนคลองนครเนื่องเขตมีกำลังใจในการก้าวผ่านวิกฤต และทุกคนต่างขอบคุณซีพีเอฟตลอดจนหน่วยงานราชการที่มามอบสิ่งของและให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ………………………………………. สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร
วันที่ 28 กันยายน 2565 ซึ่งเป็นวันที่สามของการจัดงาน Sustainability Expo 2022 หรือ SX 2022 มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่จะจัดไปถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังคงมีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าชมงานอย่างคับคั่ง หนึ่งในไฮไลต์ของ SX 2022 คือนิทรรศการบนชั้น G ที่องค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนต่างนำองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านความยั่งยืนมาจัดแสดงแบบไม่มีกั๊ก! อย่าง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ตั้งอยู่ในโซน SEP Inspiration ที่นอกจากนำระบบโทรมาตรอัตโนมัติ ใช้ตรวจวัดปริมาณฝน ระดับน้ำ และสภาพอากาศ มาให้ชมอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมี แอปพลิเคชั่น ThaiWater ที่เป็นประโยชน์กับทุกคน มาแนะนำให้รู้จักกันด้วย แอป ThaiWater เกิดขึ้นจาก สสน. ได้รวบรวมข้อมูลเรื่องน้ำจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 50 หน่วยงาน เมื่อมีคลังข้อมูลมหาศาลแล้วก็พัฒนาขึ้นเป็นแอป เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ติดตามสถานการณ์น้ำของประเทศไทย ทั้ง ข้อมูลฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน คลื่นลม และพายุ มีทั้งข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบัน และข้อมูลคาด
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำท่าถั่ว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมรับฟังการรายงานสรุปสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการระบายน้ำออกทางคลองแนวขวางทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ผ่านสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง ประกอบด้วย คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต และระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ผ่านสถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี, คลองหกวาสายล่าง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำสมบูรณ์, คลองบางขนาก ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำบางขนา
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งความห่วงใยเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่บางนา นำอาหารพร้อมรับประทานและน้ำดื่มซีพี ภายใต้โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” ส่งถึงมือพี่น้องประชาชนอาสาคลายทุกข์ในช่วงที่เดือดร้อน นายสรายุทธ สมประยูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ นำทีมซีพีเอฟจิตอาสา โรงงานผลิตอาหารสัตว์ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ร่วมกันปรุงอาหารพร้อมรับประทาน อาทิ ข้าวกะเพราหมู ไข่ดาว ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพของซีพีเอฟ ในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” พร้อมน้ำดื่มซีพี จำนวน 500 แพ็ก ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวชุมชนหลังโรงงานผลิตอาหารสัตว์ศรีราชา ในตำบลบางพระ มากกว่า 100 หลังคาเรือน ที่ได้รับผลกะทบจากกรณีที่ในพื้นที่อำเภอศรีราชา เกิดฝนกระหน่ำ ส่งผลทำให้น้ำไหลลงมาสะสมและระบายไม่ทัน จนเอ่อล้นเข้าท่วมขังหลายจุด บางจุดรถเล็กสัญจรไปมาลำบากและผ่านไม่ได้ ขณะที่ นายกังวาน จินตนา หน่วยงานมวลชนสัมพันธ์ (CSR) ซีพีเอฟ พร้อมด้วยจิตอาสาจากโรงงานอาหารแปรรูปสัตว์น้ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ระดมกำลังลงพื้นที่ให้ความ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน นางสาวชมพูนุช ชุมภูปฎิ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร (นวส.) ชำนาญการ และ นายสุรชัย ณ มา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ร่วมตรวจสภาพพื้นที่น้ำท่วมเบื้องต้นในตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นข้อมูลในการหาทางช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรต่อไป
ราคาข้าวหอมมะลิปี’62/63 ดีดขึ้นตันละ 3,000 บาท ข้าวเปลือกตันละ 19,000 บาท ข้าวสารตันละ 36,000 บาท หลังวิกฤตน้ำท่วมทับแล้งอีสาน คาดผลผลิตข้าวเปลือกมะลิวูบ30-40% หากน้ำยังสูงเกี่ยวยากผลผลิตออกล่าช้าครึ่งเดือน แถมข้าวป่นไม่สมบูรณ์ หลังจากเกิดภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อช่วงกรกฎาคม สร้างความเสียหายในพื้นที่ปลูกข้าวหลายจังหวัด เช่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น แต่ยังไม่ทันจะชดเชยความเสียหายก็เกิดวิกฤตน้ำท่วมอย่างรุนแรงในพื้นที่หลายจังหวัด เช่น กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ซึ่งแต่ละจังหวัดล้วนแต่เป็นพื้นที่หัวใจสำคัญในการปลูกข้าวหอมมะลินาปี 2562/2563 และพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวโดยเบื้องต้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางจังหวัดอุบลราชธานีประเมินความเสียหายพื้นที่ปลูกข้าว 4 แสนกว่าไร่ แหล่งข่าวจากกลุ่มโรงสีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เดิมจากภาวะภัยแล้งคาดว่าปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกจะเสียหาย 20% เพราะมีบางส่วนที่ยืนต้นเหลืองจะตายแต่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งขณะนี้ประเมินผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมยากเพราะปริมาณน้ำที่ท่วมสูง และตัดขาดเส้นทางคมนาคมในหลายจังหวัด ทำให้การติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างล่าช้
มมส เร่งผลิต “ข้าวเหนียวหมูย่าง สเตอริไลซ์” พร้อมรับประทาน เก็บได้นาน 2 ปี ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมส่งมอบพี่น้องชาวอุบล กินอาหารที่คุ้นเคยสร้างพลังใจสู้ชีวิต ที่ห้องปฏิบัติการภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์ ดร.อัศวิน อมรสิน อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมลูกศิษย์ กำลังเร่งผลิต “ข้าวเหนียวหมู่ย่าง สเตอริไลซ์” จำนวน 2,000 ชุด ภายใต้โลโก้ “กล่องข้าวน้อยให้แม่” เพื่อเตรียมนำส่งประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี ในวันพรุ่งนี้ 16 กันยายน 62 โดยกรรมวิธีการผลิตก็เหมือนกับการทำกับข้าวทั่วไป คือ นึ่งข้าวเหนียว ย่างหมู หั่นหมูเป็นชิ้น จากนั้นบรรจุข้าวเหนียวและหมูย่างใส่บรรจุภัณฑ์ ซีลปิดปากถุง เข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อ สเตอริไลซ์ และติดสติ๊กเกอร์เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะเตรียมส่งถึงมือผู้รับ อาจารย์ ดร.อัศวิน อมรสิน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทำ “กล่องข้าวน้อยให้แม่” หรือข้าวเหนียวหมูย่างสเตอริไลซ์ มาจากติดตามข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีที่ปีน
หลังจากราคามันสำปะหลังกลับมาตกต่ำและเกิดปัญหาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคใบด่าง ที่กำลังลุกลามอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้นาข้าวของเกษตรกรในภาคอีสานส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบางส่วนในพื้นที่ตำบลตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เริ่มหันมาทำข้าวไร่ แทนการปลูกมันสำปะหลัง เพื่อหวังที่จะมีข้าวไว้กิน และเชื่อว่า ข้าวในปีหน้าจะมีราคาที่แพงขึ้นจากผลกระทบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง จนอาจเกิดวิกฤติขาดแคลนข้าว นายช่ำ ชอนครบุรี อายุ 48 ปี ชาวบ้านบ้านหนองจาน ต.ตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเลือกปรับพื้นที่ที่เคยปลูกมันสำปะหลังรวมกว่า 10 ไร่ มาปลูกพืชผสมผสาน เช่น ถั่วดิน มะละกอ ผักชี รวมถึง ข้าวไร่ เนื่องจากปีนี้มันสำปะหลังมีการแพร่ระบาดของโรคใบด่างสร้างความเสียหาย อีกทั้งราคาก็ตกต่ำ จึงต้องปรับเปลี่ยนปลูกพืชที่อายุสั้น และหมุนเวียนการเก็บเกี่ยวกันไปเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยเลือกทดลองปลูกข้าวไร่เพิ่มเติมขึ้นมา 4 ไร่ เนื่องจากเห็นว่า พื้นที่ของตนมีน้ำใต้ดินให้ใช้ทำการเกษตรตลอดทั้งปี และมองว่า สถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ภ
