น้ำท่วม
กรมส่งเสริมสหกรณ์ สั่งสหกรณ์จังหวัดภาคอีสานสำรวจผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม พบว่ามีสหกรณ์ได้รับความเสียหาย 300 แห่ง สมาชิกสหกรณ์ 60,000 ราย เบื้องต้นระดมความช่วยเหลือจากสหกรณ์ภาคต่าง ๆ จัดหา ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคและมอบเงินบริจาคให้สหกรณ์ในพื้นที่น้ำท่วม พร้อมเตรียมมาตรการระยะยาวเสนอครม. ขอพักชำระหนี้ให้สมาชิกสหกรณ์ที่ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเวลา 1 ปี พร้อมจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ 300 ล้านบาท ให้สหกรณ์กู้ยืมไปช่วยเหลือสมาชิกในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด เพื่ออบรมและให้บริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ติดตามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร นครพนม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้มี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร นครพนม มหาสารคาม ร้อยเอ็ดและมุกดาหาร ซึ่งอยู่ในแถบบริเวณเทือ
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ตรวจสอบสถานการณ์ในลุ่มเจ้าพระยาพบว่า ปริมาณน้ำป่าจากภาคเหนือที่หลากท่วมพื้นที่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และ จ.นครสวรรค์ ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ที่จุดวัดน้ำหน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ในรอบ 24 ชั่วโมง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวัดได้ 1,747 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำมากขึ้นจาก 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเช้าวันนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น 10 ซม. โดยวัดได้ 3.25 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เปิดเผยว่า จากแนวโน้มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอีก 10-15 ซม. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงริมตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ในตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จัง
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เมื่อคืนที่ผ่านมาเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 699 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไปที่ 714 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำรับสถานการณ์ฝนตกชุกและน้ำป่าไหลหลากทางภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน ที่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำก้อนใหม่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งล่าสุดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น 8 เซนติเมตร โดยวัดได้ 16.78 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนทางด้านท้ายเขื่อนระดับน้ำสูงขึ้นเช่นกันโดยวัดได้ 10.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากปริมาณฝนจากทางตอนบนของประเทศประกอบกับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาที่ปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาทลงไป ถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 5-10 เซนติเมตร ดังนั้นพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะบริเวณ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล และ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ควรเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ที่มา มต
วันที่ 3 มิถุนายน 60 นายโบแดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พร้อมสั่งการด่วน ให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะใน 5 อำเภอ ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแปลงข้าวนาปรัง ถูกน้ำฝนท่วมขัง พร้อมย้ำว่ารัฐบาล มีความเป็นห่วงใยชาวนา ด้วยหากข้าวนาปรังอายุ 1 เดือนไม่เน่าตายในช่วงนี้ และครบกำหนดเก็บเกี่ยว ที่ไม่เกินเดือนกันยายนปีนี้ จะให้ผลผลิตรวม 250-300 ล้านบาท ทั้งนี้แนวทางแก้ไข คือเร่งสูบน้ำจากลำคลองกลางทุ่งนา ลงแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย อีกทั้งเร่งผลักดันน้ำลงทะเล ซึ่งล่าสุดช่วยเหลือไปได้แล้วกว่า 120,000 ไร่ คงเหลืออีกกว่า 20,000 ไร่เท่านั้น คาดว่าภายใน 3-4 วันนี้จะแล้วเสร็จ นอกจากนี้หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังต้องเร่งสำรวจเกษตรกรที่ทำนา เลี้ยงปลากระชัง และพืชสวน ว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด จากภาวะฝนตกหนักติดต่อกัน และผลกระทบจากการพร่องน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ทั้งนี้ได้ชมเชยการกำหนดโซนนิ่งและเวลาเพาะปลูกทำนาปรัง พร้อมกันทั้งจังหวัด ทำให้การบริหารจัดการน้ำในทุ่งนาง่ายมากขึ้น ที่มา
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ทำให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์น้ำกับสำนักงานชลประทานที่ 12 คาดว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ถึงบริเวณตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยควบคุมปริมาณการไหลของน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เข้าสู่พื้นที่ชลประทานฝั่งตะวันตกและตะวันออกของเขื่อนเจ้าพระยา อาจส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสาน 7 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่ง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว และเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารไซเอนติฟิกส์ รีพอร์ตส์ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากภาวะโลกร้อน อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณเมืองชายฝั่งที่บ่อยขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเขตร้อนชื้น ผลการศึกษายังเตือนด้วยว่า ภายในปี ค.ศ.2050 ระดับน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มขึ้นอีก 10-20 เซนติเมตร และเขตพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลจะยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขึ้น 2 เท่า ขณะที่เมืองตามชายฝั่งของอเมริกาเหนือ อย่างแวนคูเวอร์ , ซีแอตเติล , ซานฟรานซิสโก และลอสแองเจลิส รวมทั้งชายฝั่งแอตแลนติกในยุโรป ที่จะมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น ขณะที่บรรดาเกาะเล็กเกาะน้อยจะมีความเสี่ยงถูกน้ำท่วมเช่นกัน นายฌอน วิทูเซค นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาวะอากาศ จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า จากผลการศึกษาทำให้เชื่อมั่นได้ 95 เปอร์เซ็นต์ว่า จะเกิดน้ำท่วมบ่อยมากขึ้น ขณะที่บรรดาประเทศเกาะเล็กๆ ทั้งหลายซึ่งเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้ว จะเจอกับปัญหาน้ำท่วมที่เลวร้ายลงไปอีก
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และ กลุ่มเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ กำชับสหกรณ์จังหวัดส่งเจ้าหน้าที่บรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามมาตรการฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด บรรเทาปัญหาหนี้สินชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี พร้อมจัดอบรมซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้เกษตรกร ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เรียกประชุมสหกรณ์จังหวัดภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ระนอง ประจวบคีรีขันธ์และสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และผลกระทบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งในจังหวัดกระบี่พื้นที่ประสบภัยรุนแรงในอำเภอเมืองกระบี่ เขาพนม เหนือคลอง และปลายพระยา มีสมาชิกสหกรณ์ 8 แห่ง ได้รับผลกระทบจำนวน 167 ราย ความเสียหายต่อทรัพย์สินของสมาชิกสหกรณ์ 137 ราย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรของสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหาย เป็นสวนปาล์มน้ำมัน 380.5 ไร่และยางพารา 132 ไร่ รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรและของใช้ในครั
ปภ.เผย น้ำท่วมใต้สถานการณ์คงที่แล้ว ไร้ดับเพิ่ม แต่แจ้งเตือน 14-19 ม.ค. พายุโหมซ้ำ เตรียมรับมือระลอกใหม่ วันที่ 13 มกราคม 2560 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงปัจจุบันส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด รวม 119 อำเภอ 721 ตำบล 5,476 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 521,574 ครัวเรือน 1,603,541 คน ผู้เสียชีวิต 36 ราย สูญหาย 1 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 17 แห่ง ถนน 592 จุด คอสะพาน 106 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง ปัตตานี และนราธิวาส ยังคงมีสถานการณ์ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 76 อำเภอ 455 ตำบล 3,672 หมู่บ้าน โดย จ.พัทลุง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ, สงขลามีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ, ตรังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 4 อำเภอ, สุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 17 อำเภอ, นครศรีธรรมราช มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 23 อำเภอ, ช
วันที่ 11 ธันวาคม รายงานจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอระโนด 12 ตำบล มี ต.คลองแดน แดนสงวน ตะเครียะ บ้านขาว บ้านใหม่ ระโนด ปากแตระ ท่าบอน พังยาง บ่อตรุ วัดสน และ ต.ระวะ อ.กระแสสินธุ์ 3 ตำบล ต.กระแสสินธุ์ โรงและ ต.เชิงแส อ.สทิงพระ 2 ตำบล คือ ต.คลองรี และ ต.คูขุด นายสมพงศ์ หนูสง ส.อบจ.สงขลา เขต อ.สทิงพระ กล่าวว่า ระดับน้ำใน ต.คูขุด ต.คลองรี ลดระดับลงบ้าง แต่ยังท่วมขังในชุมชน บางแห่งระดับน้ำยังสูง 1 เมตร คาดว่าสถานการณ์น่าจะยืดเยื้อไปอีกหลายวัน เนื่องจากมวลน้ำจากทะเลสาบสงขลายังหนุนต่อเนื่อง ถนนภายในหมู่บ้านรถเล็กและจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ สัตว์เลี้ยงต้องหนีน้ำไว้บนถนนเป็นการชั่วคราว แต่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและมีโจรขโมยวัว ตนได้ติดต่อกับปศุสัตว์ขอหญ้าแห้งและตำรวจเข้ามาช่วยดูแล ทางด้าน นายทิวา สังขปุญญา นายก ทต.เชิงแส อ.กระแสสินธ์ กล่าวว่า น้ำท่วมเต็มพื้นที่ ต.เชิงแส ระดับน้ำในชุมชนสูงเฉลี่ย 1 เมตร ปัญหาที่ตามมาคือขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดและอาหาร เทศบาลเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นได้ระดับหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกหนักน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.เขาพนม จ.กระบี่ ต่อเนื่องกันมา 2-3 วัน ทำให้ได้รับผลกระทบแล้ว 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 1 , 2 , 4 , 5 และ 7 ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ รวมพื้นที่เกิดอุทกภัย 5 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน กว่า 100 คน หรือกว่า 20 ครัวเรือน ซึ่งล่าสุด นายอนุรักษ์ สุดสาย ปลัดอาวุโส อำเภอเขาพนม ได้นำข้าวสาร ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนแล้ว อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำยังคงปรับระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรแล้วกว่า 1 พันไร่ ส่วนถนนตามเส้นทางเข้าหมู่บ้านสายสินปุน ทุ่งใหญ่ ถูกตัดขาด มีระดับน้ำท่วมสะพานประมาณ 1.5 เมตร เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ชาวบ้านติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งใช้สั่งให้ขนย้ายข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสัตว์เลี้ยงออกไปอยู่บนที่สูง พร้อมทั้งได้ประสาน เจ้าหน้าที่ ปภ. และฝ่ายปกครอง รวมทั้ง อบต.ในพื้นที่เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้วในส่วนของอำเภออื่นๆในจังหวัดกระบี่เช่นอำเภอลำทับได้มีน้ำท่วมในหมู่ที่ 2 บ้านเสม็ดจวน ชาวบ้านเดือดร้อน จำนวน 4 ราย นายสมบูรณ์ เต็มชื่น นายอำเภอลำทับได้นำถุงยังชีพ ไปม
