น้ำท่วม
วันที่ 6 ตุลาคม 2560 หลังเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรีและมีน้ำป่าไหลหลากจากตอนล่างของ จ.อุทัยธานี ได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง ล่าสุดได้ทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ ต.หัวเขา และ ต.วังศรีราช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ทำให้เกิดความเสียหายบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ และน้ำยังไหลเชี่ยวซัดถนนทันที ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และยังท่วมบ้านเรือนประชาชนอีกกว่า 300 หลังคาเรือน โดยขณะนี้ได้มีหน่วยงาน อบจ.สุพรรณบุรี นำโดยนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายก อบจ.สุพรรณบุรี และปลัดวิทยา บุญยพัชรินทร์ ผู้ประสานงาน อบจ. ได้เร่งเข้าไปช่วยเหลือ พูดคุยกับชาวบ้านถึงปัญหาที่ได้รับผลกระทบและความช่วยเหลือเบื้องต้น โดยล่าสุดได้นำกระสอบกว่า 50,000 ใบวางสกัดกั้นน้ำในพื้นที่ ต.กระเสียว อ.สามชุก และ ต.หัวเขา อ.เดิมบางนางบวช พร้อมกับได้นำเครื่องสูบน้ำอีกกว่า 6 เครื่องใหญ่ กระจายในหลายจุดตามอำเภอที่ได้ผลกระทบ เพื่อเข้าช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ที่หมู่บ้าน ต.วังศรีราช อ.เดิมบางนางบวช จำนวน 2 หมู่บ้าน และ ต.หัวเขา ต.หนองกระทุ่ม อ.เดิมบางนางบวช ต.กระเสียว อ.สามชุก น้ำป่ายังได้ท
น้ำท่วมอีสานกระทบหนัก ภาคเอกชนชี้มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอียังไม่โดน ติดเงื่อนไขเยอะ หากยังไม่แก้ไขเศรษฐกิจจะเรื้อรังข้ามปี ภาคเกษตรอ่วม ร้อยเอ็ดนาข้าวเสียหายประมาณ 7.2 แสนไร่ มูลค่ากว่า 3 พันล้าน คาดทำราคาข้าวสูงขึ้นไม่เกิน 10% ด้านนครพนมประเมินความเสียหายภาคเกษตร-ปศุสัตว์-ประมงกว่า 4-5 พันล้าน เตรียมมอบข้าวเหนียวช่วยเกษตรกรประทังช่วงไม่มีรายได้ พร้อมหารือสนับสนุนพันธุ์พืชอื่นทดแทน ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ระบุความเสียหายจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2560 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 44 จังหวัด 302 อำเภอ 1,724 ตำบล 14,105 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 609,425 ครัวเรือน 1,898,322 คน ผู้เสียชีวิต 37 ราย บ้านเรือนเสียหาย 2,931 หลัง ถนน 2,401 สาย คอสะพาน 111 แห่ง สะพาน 207 แห่ง ฝายและทำนบ 8,753 แห่ง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,960,000 ไร่ บ่อปลา 7,797.23 ไร่ ปศุสัตว์ 43,137 ตัว ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 39 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี และพระนครศรีอยุธยา สินเชื่อไม่โดน-เงื่
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม หลังสถานการณ์ น้ำก่ำที่เอ่อล้นมานานนับเดือน ส่งผลให้น้ำท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน รวมพื้นที่การเกษตรเสียหาย หลังน้ำลดชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบนาข้าวเสียหาย ต่างเร่งปรับเตรียมพื้นที่ เพื่อลงทุนใหม่ทำการปักดำนารอบสอง เนื่องจากนาข้าว ที่เพิ่งปักดำได้ประมาณ 2 เดือน ถูกน้ำท่วม เน่าเสียหายหมด สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านต้องประสบปัญหาขาดทุนหนัก บางรายต้องยอมไปกู้ยืมเงินนอกระบบ มาลงทุนทำนารอบสอง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีผลผลิตข้าวไว้กินในระยะยาว ยอมเสียดอกเบี้ยนอกระบบ ดีกว่าไปซื้อข้าวกิน ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ ไม่เพียงพอ เนื่องจากมีการพิจารณาจ่ายเพียงไร่ละ ประมาณ 1,100 บาท แต่ต้นทุนที่ปักดำไป ตกไร่ละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท นอกจากนี้ในส่วนของการช่วยเหลือด้านสินเชื่อจากธนาคาร พบว่า มีขั้นตอนยุ่งยาก และให้วงเงินต่ำ ไม่เพียงพอใช้จ่าย ต้องรอขั้นตอนการตรวจสอบ พิจารณา หลายขั้นตอน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยอมกู้เงินนอกระบบ รวมถึงนำทรัพย์สินบางส่วนไปขายมาลงทุน เช่นเดียวกับชาวบ้าน ในพื้นที่ บ้านพิมานท่า และบ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก จ.นคพ
กยท. ลงพื้นที่เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน ผสานหน่วยทหารพัฒนาการเคลื่อนที่ 26 สำนักงานพัฒนาภาค 2 กองบัญชาการกองทัพไทย และ อสมท. MCOT โมเดิร์นไนน์ ลุยน้ำท่วมช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เมื่อเร็วๆ นี้ ดร. ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ นายวัฒนา คงแก้ว ผอ.กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมพนักงาน กยท. เจ้าหน้าที่ทหาร และเครือข่ายสถาบันเกษตรกร ชาวสวนยาง ร่วมกันแจกถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่มสะอาด ยารักษาโรค อุปกรณ์รองเท้ากันน้ำจากยางพารา รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ผลิตจากยางพารา จากนโยบายการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราในประเทศ มอบให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่โรงเรียนช้างมิ่งพิทยานุกูล และหมู่บ้านโนนสวรรค์ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุโซนร้อนเซินกา ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดจากพายุที่พัดผ่านมาในบริเวณพื้นที่ภาคอีสาน และมีปริมาณน้ำฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังสร้างความเสียหายต่อสวนยางพาราและชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยาง
ดร.บุญร่วม คำจันทราช เกษตรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยหน.กลุ่มฝ่ายฯพร้อมจนท.ประชุมตามระบบส่งเสริมการเกษตรT&V System เพื่อรายงานผล-แผนการปฏิบัติราชการ และฟังการประชุมถ่ายทอดระบบVDO Conference การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 38 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ โดยการเยียวยาและให้การช่วยเหลือในระยะยาวการผู้ที่ประสบภัย มีหน.กลุ่ม/ฝ่ายฯเข้าประชุม 20 คน และมอบเงินให้นายสุจินต์ มูลแอด และครอบครัว ซึ่งเป็นขรก.สนง.กษจ.สน.ที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลสกลนคร..โดยรับเงินบริจาคของเกษตรอำเภอ 18 อำเภอ และเกษตรจังหวัด หน.กลุ่ม ฝ่ายไปในส่วนแรกก่อน..โดยทำพิธีมอบที่ห้องประชุมสนง.กษจ.สกลนคร
กรมส่งเสริมสหกรณ์ สั่งสหกรณ์จังหวัดภาคอีสานสำรวจผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม พบว่ามีสหกรณ์ได้รับความเสียหาย 300 แห่ง สมาชิกสหกรณ์ 60,000 ราย เบื้องต้นระดมความช่วยเหลือจากสหกรณ์ภาคต่าง ๆ จัดหา ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคและมอบเงินบริจาคให้สหกรณ์ในพื้นที่น้ำท่วม พร้อมเตรียมมาตรการระยะยาวเสนอครม. ขอพักชำระหนี้ให้สมาชิกสหกรณ์ที่ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเวลา 1 ปี พร้อมจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ 300 ล้านบาท ให้สหกรณ์กู้ยืมไปช่วยเหลือสมาชิกในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด เพื่ออบรมและให้บริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ติดตามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร นครพนม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้มี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร นครพนม มหาสารคาม ร้อยเอ็ดและมุกดาหาร ซึ่งอยู่ในแถบบริเวณเทือ
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ตรวจสอบสถานการณ์ในลุ่มเจ้าพระยาพบว่า ปริมาณน้ำป่าจากภาคเหนือที่หลากท่วมพื้นที่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และ จ.นครสวรรค์ ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ที่จุดวัดน้ำหน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ในรอบ 24 ชั่วโมง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวัดได้ 1,747 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำมากขึ้นจาก 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเช้าวันนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น 10 ซม. โดยวัดได้ 3.25 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เปิดเผยว่า จากแนวโน้มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอีก 10-15 ซม. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงริมตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ในตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จัง
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เมื่อคืนที่ผ่านมาเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 699 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไปที่ 714 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำรับสถานการณ์ฝนตกชุกและน้ำป่าไหลหลากทางภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน ที่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำก้อนใหม่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งล่าสุดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น 8 เซนติเมตร โดยวัดได้ 16.78 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนทางด้านท้ายเขื่อนระดับน้ำสูงขึ้นเช่นกันโดยวัดได้ 10.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากปริมาณฝนจากทางตอนบนของประเทศประกอบกับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาที่ปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาทลงไป ถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 5-10 เซนติเมตร ดังนั้นพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะบริเวณ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล และ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ควรเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ที่มา มต
วันที่ 3 มิถุนายน 60 นายโบแดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พร้อมสั่งการด่วน ให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะใน 5 อำเภอ ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแปลงข้าวนาปรัง ถูกน้ำฝนท่วมขัง พร้อมย้ำว่ารัฐบาล มีความเป็นห่วงใยชาวนา ด้วยหากข้าวนาปรังอายุ 1 เดือนไม่เน่าตายในช่วงนี้ และครบกำหนดเก็บเกี่ยว ที่ไม่เกินเดือนกันยายนปีนี้ จะให้ผลผลิตรวม 250-300 ล้านบาท ทั้งนี้แนวทางแก้ไข คือเร่งสูบน้ำจากลำคลองกลางทุ่งนา ลงแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย อีกทั้งเร่งผลักดันน้ำลงทะเล ซึ่งล่าสุดช่วยเหลือไปได้แล้วกว่า 120,000 ไร่ คงเหลืออีกกว่า 20,000 ไร่เท่านั้น คาดว่าภายใน 3-4 วันนี้จะแล้วเสร็จ นอกจากนี้หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังต้องเร่งสำรวจเกษตรกรที่ทำนา เลี้ยงปลากระชัง และพืชสวน ว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด จากภาวะฝนตกหนักติดต่อกัน และผลกระทบจากการพร่องน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ทั้งนี้ได้ชมเชยการกำหนดโซนนิ่งและเวลาเพาะปลูกทำนาปรัง พร้อมกันทั้งจังหวัด ทำให้การบริหารจัดการน้ำในทุ่งนาง่ายมากขึ้น ที่มา
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ทำให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์น้ำกับสำนักงานชลประทานที่ 12 คาดว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ถึงบริเวณตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยควบคุมปริมาณการไหลของน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เข้าสู่พื้นที่ชลประทานฝั่งตะวันตกและตะวันออกของเขื่อนเจ้าพระยา อาจส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสาน 7 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่ง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว และเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วย
