น้ำท่วม
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขง ยังเพิ่มระดับต่อเนื่องในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา หลังมีฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 10 -15 เซนติเมตร ล่าสุดระดับน้ำโขงยังจ่อวิกฤติอยู่ที่ระดับประมาณ 11.55 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 1.45 เมตร คือที่ระดับประมาณ 13 เมตร แต่ยังคงเกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำลงน้ำสาขาได้ช้า ส่งผลให้บางพื้นที่ติดกับลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม และลำน้ำก่ำ ที่รองรับน้ำมาจากหลายพื้นที่ ก่อนลงแม่น้ำโขง ยังคงมีปัญหาเอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร โดยจากการสรุปข้อมูลล่าสุดของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม พบว่า มีพื้นที่ประกาศประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งจังหวัด รวม 12 อำเภอ 94 ตำบล 908 หมู่บ้าน 17,454 ครัวเรือน รวมชาวบ้านได้รับผลกระทบ 51,080 คน มีถนนได้รับความเสียหาย กว่า 111 สาย และมีพื้นที่การเกษตร ได้รับผลกระทบ เกือบ 2 แสนไร่ อยู่ระหว่างการสำรวจเร่งการช่วยเหลือ ตามระเบียบทางราชการ ขณะเดียวกันทางจังหวัดนครพนม ยังคงประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำโขงเอ่อท่วมซ้ำอีกรอบสอง เนื่องจากยัง
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวว่า กอปภ.ก. ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ในช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก ดินเริ่มชุ่มน้ำ อาจก่อให้เกิดดินโคลนถล่ม กอปรกับประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า พายุโซนร้อน “เบบินคา” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศลาว ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 15-18 สิงหาคม 2561 บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมทะเลสูง 2-4 เมตร กอปภ.ก. จึงได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัย แยกเป็น พื้นที่เฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา พื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยและดินโคลนถล่ม 54 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหน
ที่โรงสูบน้ำกรมชลประทาน หมู่ 2 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นายประกอบ เผ่าพงศ์ สหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายสรนันท์ ทนทาน อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 2 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง รองประธานสหกรณ์ผู้ใช้น้ำหนองเตียน จำกัด และ ตัวแทนชาวนาที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้ใช้น้ำ หนองเตียนจำกัด และสหกรณ์ผู้ใช้น้ำแม่ประจันต์ จำกัด ลงมือสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีที่ไหลมาจากเขื่อนแก่งกระจาน มีที่ตั้งและพื้นที่อยู่เหนือเขื่อนเพชร เข้าสู่พื้นที่นาของสมาชิกสหกรณ์ผู้ใช้น้ำหนองเตียน จำกัด และสหกรณ์ผู้ใช้น้ำ แม่ประจันต์ จำกัดกว่า 2,000 ไร่ ในพื้นที่ตำบลท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อลดมวลน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานที่จะไหลเข้าสู่ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ด้านนายประกอบ กล่าวว่า สหกรณ์จังหวัดเพชรบุรีได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยขอความร่วมมือจากสหกรณ์ผู้ใช้น้ำหนองเตียนจำกัด และสหกรณ์ ผู้ใช้น้ำแม่ประจันต์ จำกัด เป็นเครือข่ายที่ตั้งอยู่เหนือเขื่อนเพชร การติดตังเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้าที่สามารถสูบน้ำต่อวินาทีได้ในปริมาณ 1.5 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หรือ 130,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน จำนวน 3 ตัว ซึ่งจะมีอัตราการสูบรวมประมาณ 450,000
ที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 5 วันใน จ.ชุมพร โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมพรตอนล่าง ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาใน อ.พะโต๊ะ ไหลบ่าลงสู่พื้นราบจนสร้างความเสียหายในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.พะโต๊ะ และ อ.หลังสวน โดยตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 สิงหาคม 2561 น้ำป่าได้ไหลบ่าลงมายังแม่น้ำหลังสวน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของ อ.พะโต๊ะ และ อ.หลังสวน ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีทีท่าว่าจะเอ่อเข้าท่วมตัวเมืองหลังสวน ที่เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญรองจาก อ.เมืองชุมพร ระดับน้ำในจุดโทรมาตรวัดระดับน้ำบริเวณสะพานบ้านด่าน เขตเทศบาลเมืองหลังสวน เหลืออีกประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ก็จะถึงจุดวิกฤติที่น้ำจะทะลักเข้าท่วมเมืองหลังสวน ส่วนที่บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สวนสมเด็จย่า) ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ชุมพร ระดับน้ำได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบ จนทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมภายในบริเวณถ้ำเขาเงินภายในสวนสมเด็จย่าได้ สิ่งก่อสร้างหลายจุดในบริเวณสวนสมเด็จย่าที่เพิ่งได้รับการซ่อมบำรุงได้รับความเสียหาย น้ำป่าไหลด้วยความเชี่ยวกราก เพิ่มระดับสูงอย่างร
จากกรณีที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้ทำการระบายน้ำออกจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำแควน้อย มาตั้งแต่เดือน กรกฎาคม จากเดิมระบายน้ำอยู่ที่ 23 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพิ่มเป็น 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และ 31 ล้านลูกบาศก์ต่อวัน จนล่าสุดอยู่ที่ 43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดของการระบายน้ำ ทั้งนี้เพื่อให้ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ซึ่งการระบายน้ำดังกล่าวนั้น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ ได้แจ้งเตือนผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท รวมทั้งประชาชนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงปลากระชัง ให้ทราบมาโดยตลอด และที่ผ่านมายังไม่มีรายงานความเสียหายแต่อย่างใด ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายธนพล แก้วดอนหวาย อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 / 12 หมู่ 3 ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ว่ากระชังปลาได้หลุดลอยไปตามกระแสน้ำเสียหายทั้งหมด ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวนกว่า 10 ล้านบาท โดยนายธนพล กล่าวว่า ตนมีกระชังปลาทั้งหมด 96 กระชัง เมื่อประมาณวันที่ 24 กรกฎาคมตนได้รับหนังสือแจ้งเตือนว่า เขื่อนวชิราลงกรณ จะทำการระบายน้ำ ลงสู่แม่น้
โล่งใจได้ระดับหนึ่ง เขื่อนแก่งกระจาน น้ำเริ่มลด หลังผ่านจุดสูงสุดแล้ว คุมเข้มไม่ให้เข้าเมืองเพชร วันที่ 10 ส.ค. ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อม ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี โดยมี นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเกิดชัย ธัญวัฒนกุล ผู้อำนวยการชลประทานที่ 14 นายสันต์ จรเจริญ ชลประทานจังหวัดเพชรบุรี พร้อมส่วนราชการในสังกัด ให้การต้อนรับ ณ เขื่อนแก่งกระจาน ดร.ทองเปลว เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำในอ่าง 734 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 103 ของความจุอ่าง มีการระบายน้ำรวม 196 ลบ.ม.วินาที ปริมาณน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนแก่งกระจาน ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเกณฑ์ 210 ลบ.ม./วินาที เมื่อวันที่ 9 ส.ค.61 ซึ่งเป็นไปตามที่กรมชลประทานคาดการณ์ไว้ แนวโน้มปริมาณน้ำเริ่มลดลง ภาพมุมสูงเขื่อนแก่งกระจาน สำหรับระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนแก่งกระจานที่สถานี B.3 A บ้านสองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.83 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 175.15 ลบ.ม./วินาที สถานี B.9 บ้านสารเห็ด อ.แก่งกระจาน ระดับน้ำต่ำก
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหาราบที่ 15 ได้เข้าช่วยขนย้ายทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 4 ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ หลังระดับน้ำในคลองสินปุน ซึ่งรับน้ำมาจาก อ.ลำทับ และ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน จำนวนหลายหลัง และท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านหลายจุด ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนกว่า 30 ครัวเรือน ไม่สามารถเข้าออกหมู่บ้านได้ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านบางราโพ ต.สินปุน ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้มีฝนตกลงมาเพิ่ม ทำให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้น และขยายวงกว้างท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 600 ไร่ นายพินิจ เอ่งฉ้วน ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ปฐมพยาบาล เคลื่อนย้ายตัวนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน อายุประมาณ 30 ปี ส่งโรงพยาบาล ที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณเอวและหลัง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ขึ้นจากเรือสปีดโบ๊ตนำเที่ยว ที่บริเวณท่าเทียบเรืออุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ โดยนักท่องเที่ยวคนดังกล
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันนี้ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา ระบุว่าสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้าวันนี้ ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูงทำให้น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จ.ระนอง ซ้ำจุดเดิม เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่ในรอบนี้ระดับน้ำต่ำกว่าครั้งที่แล้ว แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนหลาย 10 หลังคาเรือน โดยมีอาสาสมัครเจ้าหน้าที่จะหารและฝ่ายปกครองเข้าดูแลให้การช่วยเหลือ นายเฉลิมพล ครุอำโพธิ์ นายอำเภอกะเปอร์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายซ้ำสองในรอบ 1 สัปดาห์ ให้กับพี่น้องประชาชน ทางอำเภอได้รับการแจ้งเตือนจากจังหวัดให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากน้ำท่วมฉับพลันในห้วงระยะเวลานี้ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ในขณะนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ออกมาจากบ้านทั้งหมดแล้ว และรอให้น้ำลดลงเพื่อจะได้เข้าช่วยเหลือต่อไป สถานการณ์ล่าสุด เวลา 12:00 น. น้ำได้ลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากฝนได้หยุดตกและน้ำทะเลเริ่มลดลง ประชาชนกลับเข้าสู่บ้านเรือนเพื่อทำคว
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำของเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่าการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนดังกล่าว เราใช้ 3 ช่องทาง คือ ประตูปิด-เปิดธรรมดา ช่องทางน้ำล้น (สปิลเวย์) และใช้เครื่องสูบน้ำออก โดยน้ำทั้งหมดจะลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งมวลน้ำใหญ่กำลังเคลื่อนตัวลงมา โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แยกมวลน้ำดังกล่าวให้ออกไปทางซ้ายและขวาของแม่น้ำเพชรบุรี ส่วนหนึ่งใช้เครื่องสูบน้ำเป็นทางลัดสู่อ่าวไทย อีกส่วนกำลังดูพื้นที่ว่างที่ยังไม่ทำเกษตรให้น้ำลงพื้นที่นั้น ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับที่ทำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องสูบน้ำและการผันน้ำออกทางซ้ายขวา ทำให้น้ำที่จะลงไปสู่ตัวเมืองเพชรบุรีลงไปช้าและมีปริมาณน้อยลง จึงมีเวลาให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมความพร้อม นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ในส่วนราชการทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลางนั้น จะพยายามเร่งระบายน้ำตามวิธีดังกล่าวให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในเมืองเพชรบุรีให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานล่าสุด เมื่อเวลา 07.00 น. ระดับน้ำยังอยู่ในระดับล่าง ไม่ขึ้นมาริม
กรมชลฯ เปิดโรดแมปแผนศึกษาพัฒนาแหล่งน้ำ จ.พัทลุง ตอนล่าง-สงขลา ตอนบน เตรียมเสนอของบประมาณกว่า 700 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพอ่าง-คลองส่งน้ำ เพิ่มพื้นที่ทำนาข้าว 10,000 ไร่ แถมเพาะปลูกพืชในฤดูแล้งได้อีก 8,700 ไร่ ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำแผนงานบริหารจัดการน้ำจังหวัดพัทลุง ระยะแรก งบประมาณรวม 744.7 ล้านบาท แบ่งเป็น การเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บน้ำคลองหัวช้าง อันเนื่องจากพระราชดำริ โดยสันฝายอาคารระบายน้ำที่สามารถเก็บกักเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตร เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำอีก 3 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปัจจุบันอยู่ที่ 30.339 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 33.339 ล้าน ลบ.ม. และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักฝายท่าเชียดอีก 300,000 ลบ.ม. ผ่านการเสริมสันฝายเพื่อยกระดับน้ำสูงขึ้นอีก 1 เมตร นอกจากนี้ มีโครงการต่อเนื่องในการปรับปรุงคลองส่งน้ำ จำนวน 8 สาย รวมความยาว 90.60 กิโลเมตร มีอาคารส่งน้ำ 564 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพัทลุง ตอนล่าง 5 อำเภอ จำนวน 8 ตำบล มี อ.เขาชัยสน บางแก้ว ตะโหมด ป่าบอน และปากพะยูน มีพื้นที่รับประโยชน์รวมทั้งหมด 108,513 ไร่ โดยแผนทั้งหมดเต
