ประมง
กรมประมง-ศปมผ. เผยครึ่งปีเศษจับกุมผู้กระทำผิดกว่า 254 คดี “อดิศร” ขู่เอาจริงเรือประมงผิดประเภทแอบจับปลา ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รวบรวมข้อมูลคดีเรือประมงผิดกฎหมายจากหน่วยตรวจระบบติดตามเรือประมง จึงประสานความร่วมมือร่วมกับ PIPO และ ศรชล. ในการจับกุมเพื่อดำเนินคดี พบรายงานผลการจับกุมผู้กระทำความผิด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559-ปัจจุบัน มีผู้กระทำความผิดแล้ว 254 คดี จำนวนผู้กระทำความผิดทั้งหมด 534 ราย ทั้งสิ้น 23 จังหวัด และพบว่า จังหวัดสงขลากระทำผิดมากที่สุด ถึง 26 คดี 21 ราย ฐานความผิดพระราชบัญญัติการประมง (พ.ร.ก.การประมง 2558) หากแยกตามข้อกล่าวหา (ทะเล) ในห้วงระยะเวลา 6 เดือน ปีงบประมาณ 2560 พบว่า ส่วนใหญ่กระทำผิด ตาม พ.ร.ก.การประมง 2558 แบ่งเป็น ความผิดฐานต่างๆ โดยตรวจยึดเครื่องมือลอบพับ 43 คดี ตรวจยึดเครื่องมือโพงพาง 33 คดี ใช้เครื่องมืออวลลากประกอบเรือยนต์ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง 26 คดี ตรวจยึดเครื่องมืออวนรุน 22 คดี เครื่องมืออวนรุนประกอบเรือยนต์ 21 คดี ใช้เครื่องอวนล้อมจับประกอบเรือยนต์ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง 15 คดี นอกจากนี้ ยังมีก
วันที่ 21 เมษายน 2560 ชาวประมงที่เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังริมคลองเทพา ซึ่งเชื่อมต่อกับอ่าวไทยในพื้นที่การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและท่าเรือน้ำลึกสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา หมู่ 4 บ้านคลองประดู่ ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ต่างกังวลถึงความพยายามในการผลักดันโครงการนี้ของส่วนราชการและรัฐบาล ซึ่งหากเกิดโครงการนี้ขึ้นมา ชาวประมงเหล่านี้เชื่อว่าอาชีพที่ทำกินอยู่ทั้งการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง การทำประมงในคลองทะเลและอ่าวไทยก็จะต้องล่มสลายไปอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ที่สำคัญทำให้ไม่มีรายได้ โดยปัจจุบันนี้การออกไปทำการประมงในระยะใกล้ชายฝั่งก็สร้างรายได้ให้อย่างน้อยวันละ 500 บาท แต่หากถูกเปลี่ยนแปลงไป จะทำให้ชาวประมงที่มีอยู่แถวนี้หลายร้อยคนได้รับความเดือดร้อน กลุ่มชาวประมงจึงเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าเทพา เพื่อให้ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติยังคงอยู่ในพื้นที่นี้ต่อไป ทั้งนี้ บริเวณชุมชนชาวประมงที่เป็นที่ตั้งของโครงการนั้นมีการติดธงสีเขียวและแผ่นป้ายข้อความคัดค้านโครงการ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามารวมถึงหน่วยข่าวหรือส่วนราชการได้รับทราบความเห็นของช
นายธีรภัทธ ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังจากการเปิดงานการประชุมระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำร่าง นโยบายประมงร่วมอาเซียน (ASEAN Common Fisheries Policy) ณ โรงแรมวินเซอร์ สวีท แอนด์ คอนเวนชั่น ว่า การจัดงานดังกล่าว เป็นการต่อยอดจากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (อามาฟ) ครั้งที่ 38 ณ ประเทศสิงคโปร์ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งกรมประมงในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบหลัก ได้รับหน้าที่ป็นเจ้าภาพในการระดมความคิดเห็น ประสบการณ์ ข้อมูลวิชาการและแนวทางการบริหารจัดการประมงจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมของกลุ่มประเทศอาเซียน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักเลขาธิการอาเซียน และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) จัดเป็นแผนงานเพื่อเตรียมนำไปเสนอต่อที่ประชุมอามาฟ ครั้ง 39 ซึ่งจะจัดขึ้นที่จ.เชียงใหม่ ในช่วงเดือนกันยายน 2560 เพื่อนำสู่การดำเนินงานของภาคประมงอาเซียนให้เกิดประสิทธิภาพ และความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป นายธีรภัทธ กล่าวว่า โดยประเด็นหลักที่จะมีการแลกเปลี่ยนกันเบื้องต้น ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก คือ 1.การบริหารจัดการประมงอย่าง
วันที่ 22 มีนาคม ดร.อัตรา ไชยมงคล นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 สงขลา เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงที่ปลามีการเจริญเติบโตดี การควบคุมในเรื่องอาหารเป็นสิ่งสำคัญ และเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาควรระวังอย่างยิ่งในเรื่องของปลาขาดออกซิเจน ตั้งแต่เดือนมี.ค.-ก.ค. พบว่ามีปัญหาปลาตายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการหมุนเวียนของน้ำค่อนข้างนิ่ง หากปลากะพงขาวทีเลี้ยงในกระชัง มีจำนวนมากจะมีปัญหาในเรื่องออกซิเจนไม่พอ จึงจำเป็นที่จะต้องลดปริมาณอาหารลง ดร.อัตราเปิดเผยว่าในช่วงหน้าร้อนอุณหภูมิในน้ำสูงขึ้น ทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารของสัตว์น้ำมากขึ้น ออกซิเจนในน้ำก็ถูกใช้มากขึ้น จึงต้องระวังเรื่องการให้อาหาร ความหนาแน่นของปลาและระดับน้ำในกระชัง ต้องคอยตรวจสอบกระชังว่ามีสาหร่ายเกาะกระชังปลา เพื่อให้น้ำไหลผ่านกระชังได้สะดวก ให้เศษอาหารเหลือน้อยที่สุด
หวั่นหลังเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ขาดแคลนแรงงานประมงหนัก เรือมีสิทธิจอดตายออกหาปลาไม่ได้เกินครึ่งของเรือประมงพาณิชย์ ส่งผลกระทบปลาขาดแคลนและราคาสูงลิ่ว สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหา พร้อมเสนอทางออกให้อธิบดีกรมประมงเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอีกรอบแทนกระทรวงแรงงาน นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานทำประมงว่า จากการสำรวจของสมาคมประมงจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ 21 จังหวัดถึงจำนวนเรือประมงพาณิชย์ที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ และจำนวนแรงงานที่ขาดแคลนที่ส่งตัวเลขมาที่สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยในช่วงวันที่ 6-7 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่าเรือประมงขาดแคลนแรงงาน 50,995 คน มีจำนวนเรือประมงที่จอดแล้ว 1,836 ลำ และคาดว่าจะจอดเพิ่มอีก 1,907 ลำ หากภาครัฐไม่มีการแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน เพราะมีเรืออีกจำนวนมากขาดแคลนแรงงาน แต่ยังพอเอาเรือออกทำการประมงได้ เช่น ต้องการ 30 คนต่อลำ แต่มี 22 คนต่อลำก็พอเอาเรือออกได้ ดังนั้น หากไม่มีการแก้ไข เรือประมงพาณิชย์จะไม่สามารถออกทำการประมงได้อีกมากจ
กรมประมง ยอมออกประกาศคุมเข้มการใช้งานระบบ VMS เพื่อติดตามเรือประมงจัดทีมลุย! เช็กสภาพอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ 1-30 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์แจ้งเข้า-แจ้งออกเรือประมง (PIPO) ก่อนออกทำการประมง หนุนแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ชี้ที่ผ่านมาระบบมีปัญหามาจากบริษัทเอกชนและกรมประมง 90% ทำให้ อียู คลางแคลงใจสินค้าที่นำเข้า รายงานข่าวจากกรมประมง เปิดเผยว่า พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 กำหนดให้เรือประมงขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ที่ออกทำการประมงพาณิชย์ ต้องดำเนินการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง (VMS) และดูแลรักษาระบบดังกล่าวให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา เพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจสอบ ควบคุม เฝ้าระวัง ร่วมกับกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ในการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ประกาศจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2560 นี้ กรมประมงจึงขอให้เจ้าของหรือผู้ควบคุมเรือ ขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป นำเรือประมงและเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ เร่งเข้าตรวจสอบอุปกรณ์ VMS ภายในระยะเวลาตามที่ประกาศกำหนดไว้ ซึ่ง
นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยในงานเสวนา “แนวทางการปฏิรูปกองเรือประมง เครื่องมือทำการประมงและการใช้แรงงานในเรือ เพื่อก้าวเข้าสู่การทำประมงอย่างยั่งยืนในยุค Thailand 4.0” ว่า จากการจัดเก็บตัวเลขเรือประมงไทยถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พบว่าปัจจุบันมีเรือประมงพาณิชย์และเรือประมงพื้นบ้านรวมกว่า 39,466 ลำ แบ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านประมาณ 27,000 ลำและเรือประมงพาณิชย์ประมาณ 10,967 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือที่ทำการประมงที่มีเครื่องมือในการจับ 82% และอีก 12% เป็นเรือสนับสนุน หรือเรือปั่นไฟที่ไม่มีเครื่องมือจับปลา นายศรศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรือประมงไทยมีความสามารถจับปลาเกินกว่าปริมาณที่อนุญาตให้จับ จากปกติจะต้องจับ 90% ดังนั้นเพื่อให้ปริมาณสัตว์น้ำสอดคล้องกับเรือประมง จึงมีความจำเป็นต้องลดวันทำการประมง เพื่อให้การจับปลาเป็นไปตามสัดส่วนที่อนุญาต ขณะเดียวกันตั้งเป้าหมายลดปริมาณเรือประมงให้ได้10% ของปริมาณเรือประมงทั้งหมดภายในปีนี้ เพื่อให้ประมงไทยมีความยั่งยืน นายศรศักดิ์ กล่าวอีกว่า กรมฯ ยังตั้งเป้าหมายปี 2565 จะบริหารจัดการเรือให้พอเหมาะและสอดคล้องกับเครื่องมือทำการประมงและปริมาณปลาที่
ปิดอ่าวไทยให้ปลาวางไข่กลายเป็นศึกบาดหมาง 2 ฝ่าย กลุ่มเรือประมงพาณิชย์เสนอรัฐมนตรีเกษตรฯห้ามเรือประมงพื้นบ้านใช้อวนลอย อวนจมจับปลาทูที่ใกล้สูญพันธุ์ ฝ่ายประมงพื้นบ้านดันภาคีเครือข่าย เร่งหารือภาคธุรกิจสากลหยุดซื้อสินค้าประมงจากเรืออวนลาก ล่าสุดแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายแห่ลงเรือประมงพื้นบ้านแทนเรือใหญ่ แหล่งข่าวจากกลุ่มเรือประมงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีการปิดอ่าวไทยห้ามเรือประมงพาณิชย์ทำการประมงช่วงวันที่ 15 ก.พ. 2560-15 พ.ค. 2560 เพื่อให้ปลาวางไข่ว่า ทางกลุ่มเรือประมงพาณิชย์จะเสนอ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาตัดสินใจห้ามเรือประมงพื้นบ้านขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ใช้เครื่องมือประมงประเภทอวนลอยและอวนจมในการจับปลาทูช่วงฤดูวางไข่ เนื่องจากปลาทูในอ่าวไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแทบจะสูญพันธุ์ เนื่องจากมีการใช้อวนทั้ง 2 ประเภทจับปลาทูที่ว่ายเข้าฝั่งเพื่อวางไข่ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี กันจำนวนมาก เมื่อเปิดอ่าวอีกครั้งปลาทูจึงแทบไม่เหลือ “เขาใช้ตะกั่วใหญ่ขึ้นถ่วงตาข่ายอวนให้จม เมื่อพ่อแม่พันธุ์ปลาทูว่ายเลาะหน
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 นายอัตรา ชัยมงคล นักวิชาการประมงชำนาญการ สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา เปิดเผยว่าสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลาเพาะพันธุ์ลูกปลาขี้ตังและลูกปลากะพงขาวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงนี้จะมีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังและเลี้ยงปลาขี้ตังในกระชังที่ประสบอุกทกภัยในพื้นที่จ.สงขลา ปัตตานีและ จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้สั่งจองพันธุ์ปลาเข้ามาเป็นจำนวนมากจนผลิตไม่ทัน นายอัตราเปิดเผยว่า สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา เร่งผลิตลูกปลาขี้ตังและลูกปลากะพงขาวสนองความต้องการตลาด ขณะนี้มีลูกปลาสามารถออกสู่ตลาดจำหน่ายหลายแสนตัว หากเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยต้องการจองคิวลูกปลา ทางสถาบันฯจะพิจารณาจัดคิวให้ได้รับปลาในคิวต้นๆก่อน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้รับลูกปลาไปเลี้ยง “จากนี้อีก 10 วัน จะมีลูกปลากะพงขาวที่จะออกได้ประมาณ 5 – 6 แสนตัว และเพาะสำรองไว้ 1.6 ล้านตัว ส่วนปลาขี้ตังมีอยู่ประมาณ 5 แสนตัว ประมาณ 20 วัน พร้อมจำหน่ายได้” นายอัตรา กล่าว
คุณฤชัย วงศ์สุวัฒน์ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุงจำนวนหนึ่งได้รวมกลุ่มกันดำเนินการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง โดยมี คุณศักดิ์นรินทร์ ทองสีดำ เป็นประธานกรรมการ และทางวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง ทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง โดยจะใช้พื้นที่ทางการศึกษา ของสาขาวิชาประมง ซึ่งมีอาคารโรงเพาะฟักสัตว์น้ำ แปรรูป บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้กับนักศึกษาและประชาชนโดยทั่วไป จะก่อให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างมากทางด้านการศึกษา ด้านอาชีพ และรายได้ให้กับประชาชน และนักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรกรรม ที่เมื่อเรียนจบแล้ว ก็จะเข้าทำงานในวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง และประกอบอาชีพได้ คุณฤชัย กล่าวอีกว่า จะเกิดผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงทางภาคใต้ ซึ่งเดิมจะต้องสั่งลูกปลามาจากจังหวัดนครนายกและจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต เพราะค่าขนส่งเป็นเงินจำนวนมา
