ปลาดุก
ในพื้นที่บ้านท่าเตียน ตำบลแหลม อำเภอหัวไทร มีหลากหลายอาชีพที่เกิดขึ้นมาหลังจากโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงอาชีพการเพาะเลี้ยงปลาดุก ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงปี 45 ส่งผลทำให้ราคาปลาเริ่มตกลงตามไปด้วย อีกทั้งยังถูกผูกมัดเรื่องราคารับชื้อจากพ่อค้าแม่ค้า ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องเผชิญกับปัญหาขาดทุนกันทั่วหน้าปัญหาดังกล่าวเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในหมู่บ้านจึงได้รวมกลุ่มระดมความคิดเห็น หาทางแก้ไปปัญหา โดยการนำมาแปรรูปทำเป็นปลาดุกร้าส่งจำหน่ายภายในชุมชนและต่างจังหวัด ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ปลาดุกร้า 2 รส บ้านท่าเตียน” รวมกลุ่มแปรรูปเพิ่มมูลค่า ติดตลาด ขยายการผลิต กลุ่มปลาดุกร้า 2 รส บ้านท่าเตียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 โดยมี คุณลุงช่วง ชูเมือง เป็นประธานกลุ่ม คุณลุงช่วง เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ประสบปัญหาราคาปลาตกต่ำ โดยเริ่มมีสามาชิกเข้าร่วมกลุ่ม12 คน “การนำปลาดุกมาแปรรูปเป็นปลาดุร้า ทำกันมานานกว่า 20 ปี โดยแต่ละบ้านที่เลี้ยงปลาดุกจะนิยมนำมาแปรรูปเก็บไว้บริโภคภายในครอบครัว จนทำให้มีความรู้ความชำนาญในการแปรรูปปลาดุกพอส
คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ประสบผลสำเร็จมากว่า 20 ปี โดยเขาได้ใช้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำให้เกิดประโยชน์ ด้วยการมาเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อดีคือกระชังของเขาอยู่เหนือเขื่อนจึงทำให้มีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี ทำให้เวลานี้จากงานที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริม กลายเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากแค่คิดทดลองเลี้ยง จนกลายเป็นอาชีพ คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง เล่าให้ฟังว่า ช่วงสมัยก่อนนั้นมีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมทั่วไปคือ ปลูกพืช ต่อมาได้รู้สึกว่าอยากจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม โดยเห็นว่าบริเวณที่ดินอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำ มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี จึงมีแนวคิดว่าการเลี้ยงปลาน่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ จึงได้ทดลองเลี้ยงแบบจำนวนน้อยๆ โดยเริ่มเลี้ยงในช่วงแรก ประมาณ 2 กระชัง “ช่วงนั้นเริ่มจากทีละน้อยก่อน เพราะว่าเรื่องการตลาดเรายังไม่มีความรู้มากนัก พอเลี้ยงแล้วเริ่มประสบผลสำเร็จ ก็ขยับขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ ซึ่งปลาที่เลี้ยงอยู่ในกระชังก็มี 3-4 ชนิด คือ ปลาดุก ปลาทับทิม ปลาก
หากเอื้อนเอ่ยถึงปลาดุกย่างที่สามารถกินได้กับข้าวเหนียว หรือกินกับข้าวสวยพร้อมน้ำพริกเผารสเด็ดแล้ว เมื่อได้หลับตานึกภาพตาม หลายๆ คนคงจะน้ำลายสอไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านการหมักด้วยซอสที่ผสมเข้ากับตัวปลาอย่างดี จึงอาจเป็นปลาย่างที่หาซื้อกินได้ทั่วไปตามตลาดนัดทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบัน ปลาดุก มีการเลี้ยงกันหลายพื้นที่ เพราะเป็นปลาที่มีความอดทน เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว ต้านทานโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี จึงนับว่าเป็นปลาที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะราคาไม่แพงและทำอาหารได้หลากหลายเมนู ปลาดุก มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกยักษ์ หรือปลาดุกรัสเซีย ปลาดุกบิ๊กอุย ฯลฯ จึงทำให้เกษตรกรมีความสนใจเลี้ยงปลาดุกกันมาก ซึ่งการเลือกพันธุ์เลี้ยงก็ขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่นั้นๆ ว่านิยมสายพันธุ์ใด คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยจนประสบผลสำเร็จ นับว่าเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงที่บอกสอนให้กับผู้ที่สนใจอยากมีอาชีพอีกด้วย เริ่มจากเลี้ย
คุณพัชรี สิงห์สม ประมงอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ให้ข้อมูลว่า การทำประมงในพื้นที่เกษตรกรมีการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบประกอบอาชีพส่งจำหน่าย และบางส่วนเลี้ยงสำหรับเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ซึ่งการเลี้ยงแบบในครัวเรือนส่วนใหญ่เกษตรกรจะนำมาแปรรูปและจำหน่ายเอง โดยไม่ผ่านการค้าขายกับพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้รายได้ที่เกิดจากการทำประมงจึงได้ผลกำไรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมทั้งมีการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุน จึงทำให้การเลี้ยงปลามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงเกิดผลกำไรมากยิ่งขึ้น คุณวิภาลักษณ์ สุดสงวน อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 1 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ได้ปรับพื้นที่นาบางส่วนมาทำการเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ พร้อมทั้งปลูกพืชผักผสมผสานเข้ามาช่วย จึงทำให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทาง พร้อมทั้งหาวิธีการลดต้นทุนการเลี้ยงด้วยการคิดค้นสูตรอาหารต้นทุนต่ำ ส่งผลให้การลงทุนในเรื่องของการให้อาหารปลาจึงถูกลง เมื่อนำมาแปรรูปจำหน่ายเองทำให้มีผลกำไรจากการจำหน่ายได้เป็นเท่าตัว คุณวิภาลักษณ์ เล่าว่า เดิมทำงานบริษัทเอกชนเป็นเซลล์ขายของในห้างสรรพสินค้า จนถึงปลายปี 2559 มีความคิดอยากกลับมาประกอบอาชีพที่บ้าน ช่วยคุณพ่อคุ
จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหลายจังหวัด ที่ขาดแคลนน้ำสำหรับทำการประมง จึงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในการประกอบสัมมาอาชีพ การขาดแคลนน้ำมิได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพด้านประมงเพียงอย่างเดียว กลับส่งผลต่อการทำเกษตรในด้านอื่นๆ อีกด้วย เช่น การทำนา และปลูกพืชผักต่างๆ จึงทำให้ผักหลายชนิดมีราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐได้มีการสนับสนุนให้มีการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อเป็นการสร้างรายได้ในระหว่างนี้ของเกษตรกรที่ต้องหยุดทำไร่ ทำนา ซึ่งทางด้านกรมประมงเองก็มีการสนับสนุนให้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ใช้น้ำน้อย เช่น กบ และปลาดุก เป็นต้น คุณดอกรัก สุคนที ศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย มามากกว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นยุคที่มีน้ำเพียงพอหรือช่วงวิกฤตแล้งเกิดขึ้น กลับไม่ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลาของเขามากนัก และที่สำคัญเขาได้นำปลาที่เลี้ยงเองทั้งหมดมาแปรรูปสร้างมูลค่า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยทำเงินสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากเดิมเป็นพ่อค้าปลา ผันชีวิตสู่เกษตรกรเลี้ยงเอง คุณดอกรัก เ
คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยจนประสบผลสำเร็จ นับว่าเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงที่บอกสอนให้กับผู้ที่สนอยากมีอาชีพอีกด้วย คุณอรุณ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นช่างอู่ซ่อมรถมากว่า 10 ปี ซึ่งมีความคิดอยากมองหาอาชีพอื่นอยู่ในใจเสมอ จึงได้ทดลองเลี้ยงปลาสวยงามในระยะหนึ่ง จนสามารถจำหน่ายลูกพันธุ์ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำเป็นอาชีพอย่างจริงจังมากนัก จึงมีแนวคิดต่อไปว่าควรทำอะไรที่มีรายได้ดีกว่านี้ ที่เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้แบบยั่งยืน “ช่วงนั้นระหว่างที่ดูรายการทางโทรทัศน์ มีการพูดถึงเรื่องเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ก็เลยจดเบอร์โทรศัพท์เจ้าของฟาร์มไว้ แล้วติดต่อขอไปดูที่เขาเลี้ยงจริงๆ ว่าเขาทำอะไรบ้าง เมื่อเห็นก็คิดว่ามันก็ดีนะ ต้องลองทำน่าจะเป็นอาชีพที่ดี เพราะเห็นเขาทำเป็นล้ำเป็นสันเป็นอาชีพได้ จึงเกิดความคิดที่จะมาลองเลี้ยงดูบ้าง โดยเริ่มจากทีละเล็กละน้อยก่อน” คุณอรุณ เล่าถึงความเป็นมา ในช่วงแรกนั้นทดลองเลี้ยงประมาณ 4 บ่อ เมื่อปลาดุกบิ๊กอุยถึงช่วงอายุ
คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ประสบผลสำเร็จมากว่า 20 ปี โดยเขาได้ใช้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำให้เกิดประโยชน์ ด้วยการมาเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อดีคือกระชังของเขาอยู่เหนือเขื่อนจึงทำให้มีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี ทำให้เวลานี้จากงานที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริม กลายเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากแค่คิดทดลองเลี้ยง จนกลายเป็นอาชีพ คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง เล่าให้ฟังว่า ช่วงสมัยก่อนนั้นมีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมทั่วไปคือ ปลูกพืช ต่อมาได้รู้สึกว่าอยากจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม โดยเห็นว่าบริเวณที่ดินอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำ มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี จึงมีแนวคิดว่าการเลี้ยงปลาน่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ จึงได้ทดลองเลี้ยงแบบจำนวนน้อยๆ โดยเริ่มเลี้ยงในช่วงแรก ประมาณ 2 กระชัง “ช่วงนั้นเริ่มจากทีละน้อยก่อน เพราะว่าเรื่องการตลาดเรายังไม่มีความรู้มากนัก พอเลี้ยงแล้วเริ่มประสบผลสำเร็จ ก็ขยับขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ ซึ่งปลาที่เลี้ยงอยู่ในกระชังก็มี 3-4 ชนิด คือ ปลาดุก ปลาทับทิม ปลาก
การเพาะพันธุ์ปลาดุกในปัจจุบันนิยมใช้การผสมเทียม เพราะเป็นวิธีการที่ให้ผลผลิตได้ดีกว่า มีความชัดเจนมั่นใจได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการค้า ส่วนปลาดุกที่นิยมนำมาเพาะพันธุ์คือ บิ๊กอุย ซึ่งเป็นลูกผสมจากการดัดแปลงข้ามสายพันธุ์ ระหว่างแม่พันธุ์ปลาดุกอุย (ปลาดุกนา) กับพ่อพันธุ์ปลาดุกเทศ (ปลาดุกรัสเซีย) จึงทำให้ลูกปลาดุกบิ๊กอุยติดตลาดอย่างรวดเร็ว ด้วยลักษณะเฉพาะตัวที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ให้ปริมาณเนื้อสูงเหมือนพ่อ ประกอบกับคุณภาพเนื้อรสชาติดีเหมือนแม่ คุณสำเนา เกาะกาเหนือ คุณสำเนา เกาะกาเหนือ ชาวนครนายก เจ้าของฟาร์ม “สำเนาพันธุ์ปลา” เป็นอีกคนที่ยึดอาชีพเพาะ-จำหน่ายลูกพันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุย จนประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ด้วยแนวคิดการลดต้นทุนจากการใช้วิธีธรรมชาติเกื้อกูลโดยนำปลานิลมาช่วยบำบัดน้ำ สามารถใช้น้ำหมุนเวียนได้อย่างปลอดภัย และประหยัด รวมถึงยังใช้วิธีควบคุมการให้อาหารลูกปลาอย่างพอดี สร้างความสมดุล ลดการเน่าเสียของน้ำ ไม่สร้างปัญหาต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมคุณสำเนา เกิดและเติบโตที่จังหวัดนครนายก มีบ้านอยู่เลขที่ 250 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ภายหลังเรียนจบชาย
คุณประเทือง มานะกุล อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 3 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ก็ได้ริเริ่มเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเพื่อเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาด้วยเช่นกัน โดยเน้นการเลี้ยงแบบให้มีต้นทุนต่ำ จึงทำให้เมื่อเกิดสภาวะราคาตกลงที่ฟาร์มของเขาก็ยังคงสภาพการเลี้ยงที่สร้างกำไรอยู่ได้ คุณประเทือง เล่าให้ฟังว่า เขาเองประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพหลัก ต่อมาประมาณปี 2554 ได้มีโอกาสเห็นน้องเช่าบ่อสำหรับเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยอยู่บริเวณบ้าน จึงเกิดความสนใจที่อยากจะทดลองเลี้ยง จึงได้ขุดบ่อทดลองเลี้ยงในช่วงแรก 1 บ่อ เพื่อที่จะได้ศึกษาและทดลองว่าจะสามารถเลี้ยงปลาชนิดนี้ได้หรือไม่ ปรากฏว่าผลตอบแทนที่ได้รับค่อนข้างดี จึงเกิดกำลังใจที่จะทำต่อไปให้มากขึ้น ทำให้มีการขุดบ่อเลี้ยงเริ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเน้นนำกำไรที่ได้มาลงทุน “ช่วงแรกนี่ เราไม่ได้ทำอะไรแบบลงทุนครั้งเดียว แต่จะเน้นนำผลกำไรที่ได้มาขยับขยายการเลี้ยง ได้กำไรครั้งก็ขุดบ่อครั้ง จึงทำให้ไม่ได้ใช้ต้นมากในการเริ่มต้น ซึ่งช่วงนั้นดินที่นี่ค่อนข้างจะเป็นดินผสมลูกรัง จึงทำให้มีปัญหาในเรื่องของก้นบ่อ ช่วงนั้นเราก็ศึกษาอ่านหนังสือบ้าง ว่าวิธีการแก้ปัญหาเรื่อ
จากสภาวะเศรษฐกิจไม่กี่ปีมานี้ ส่งผลให้สินค้าเกษตรหลายชนิดราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้น โดยทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่เน้นทำเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนแล้ว ยังสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดทดแทน จึงช่วยเสริมรายได้สลับไปมาในแต่ละช่วงการผลิต จึงเกิดรายได้หลากหลายส่งผลให้ไม่มีหนี้สิน คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา อาชีพหลักทำนา เลี้ยงปลาดุกเสริมรายได้ คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว โดยยึดการทำนามานานหลายสิบปี แต่ด้วยบางปีราคาข้าวที่ได้ไม่แน่นอน จึงเกิดความคิดที่อยากจะเสริมรายได้ เห็นบ่อน้ำที่อยู่บริเวณบ้านว่าง
