นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “CAD Trust: ยกระดับมาตรฐานและความเชื่อมั่นด้านการเงินการบัญชี” เพื่อมอบนโยบายแก่บุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมประกาศขับเคลื่อน “CAD Trust” เป็นกรอบยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับมาตรฐานและความเชื่อมั่นด้านการเงินการบัญชีของสหกรณ์ไทย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็ง ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลให้กับระบบสหกรณ์ไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก จึงมอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ขับเคลื่อนนโยบาย “CAD Trust” ผ่าน 8 Flagship เพื่อยกระดับมาตรฐานและความเชื่อมั่นด้านการเงินของภาคสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยนโยบายดังกล่าวมุ่งยกระดับการกำกับดูแลสหกรณ์เชิงรุก ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Data-driven) มาเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบบัญชี การเฝ้าระวัง และการเตือนภัยทางการเงิน พร้อมพัฒนาศูนย์ข้อมูลทางการเงินภาคสหกรณ์ไทย (CO-OP Financial Center) ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างสหกรณ์ และการตัดสินใจเชิงนโยบายของภาครัฐ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาระบบ โดยเร่งเสริมสร้างวินัยทางการเงินและองค์ความรู้ด้านบัญชีให้แก่เกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ และประชาชนทุกช่วงวัย เพื่อให้สามารถนำข้อมูลทางการเงินและการบัญชีมาใช้วิเคราะห์รายรับ-รายจ่าย วางแผนลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่ความมั่นคงและความยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาว
นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์พร้อมขานรับนโยบาย CAD Trust โดยเร่งดำเนินงาน 3 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่
- ปฏิบัติการหยุดโกงในสหกรณ์ จัดตั้ง War Room เพื่อตรวจสอบเชิงลึกในสหกรณ์ขนาดใหญ่ 500 แห่ง พร้อมจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาสหกรณ์ทุจริต หรือ “Fast CAD” เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- แก้ปัญหาสหกรณ์ตกค้างการปิดบัญชี ผ่านการสร้าง Hub ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้จัดทำบัญชีสหกรณ์ เพื่อให้ความรู้ทางการบัญชีอย่างทั่วถึง พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือและแนะนำด้านการทำบัญชี จำนวน 77 ศูนย์ทั่วประเทศ
- สร้างศูนย์ข้อมูลทางการเงินการบัญชีภาคสหกรณ์ไทย (CO-OP Financial Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลทางการเงินและระบบเตือนภัยเชิงรุกของประเทศ

พร้อมกันนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะเร่งขับเคลื่อนอีก 5 ประเด็นเน้นหนัก ได้แก่ ยกระดับการกำกับดูแลสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยี โดยนำระบบ CCS และ AI Auditing มาช่วยในการตรวจสอบและกำกับดูแลสหกรณ์ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและบุคลากรภาคสหกรณ์ผ่านการ Reskill และ Upskill ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนภาคเกษตร โดยผลักดันการใช้ SmartMe Plus สร้างศูนย์ข้อมูลบัญชีต้นทุนอาชีพภาคเกษตร เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง และบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านโครงการ Think and Do Together ได้แก่ กรรมการ ฝ่ายจัดการ ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบกิจการ และผู้ตรวจการสหกรณ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล
นอกจากนี้ ภายหลังการมอบนโยบาย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อน 1 ใน 8 Flagship สำคัญของ CAD Trust ด้านการ Reskill และ Upskill บุคลากรด้านการเงินการบัญชี โดยร่วมพัฒนา “Cooperative Financial Learning Space” พื้นที่การเรียนรู้ด้านการเงินการบัญชีภาคสหกรณ์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับประเทศ

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจะสนับสนุนแพลตฟอร์มการเรียนรู้และระบบรับรองสมรรถนะ ขณะที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะพัฒนาองค์ความรู้และหลักสูตรเฉพาะด้าน เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรภาคสหกรณ์อย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้เปิดตัว “CAD Learning Series” หลักสูตรเรียนรู้ออนไลน์ด้านการเงินการบัญชี จำนวน 4 ชุดวิชา เปิดให้ผู้ทำบัญชีสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร และประชาชนทั่วไปเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมรับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยกระดับทักษะด้านการเงินการบัญชีและต่อยอดสู่การรับรองสมรรถนะตามระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างระบบการเรียนรู้ด้านการเงินการบัญชีภาคสหกรณ์ระดับประเทศ ขณะที่การขับเคลื่อน “CAD Trust” ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการยกระดับงานตรวจบัญชีสหกรณ์เท่านั้น หากแต่เป็นการวางรากฐานระบบการเงินและการบัญชีของภาคสหกรณ์แห่งอนาคต ด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และการพัฒนาคน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และความเข้มแข็งให้แก่สหกรณ์ไทยอย่างยั่งยืน
