ผึ้ง
อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำผึ้ง คือของดีมีประโยชน์ จะนำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาคุณค่าก็สูงทั้งนั้น แต่น้ำผึ้งแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนในปัจจุบันหากินยากขึ้นทุกที สาเหตุหลักคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ประกอบกับมีผู้รู้วิธีการเลี้ยงและดูแลผึ้งโพรงป่าที่ถูกต้องมีจำนวนน้อย ดังนั้น ตอนนี้หากใครกำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก การเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย วิธีการเลี้ยงดูแลไม่ยาก ลงทุนน้อยเปรียบเสมือนคนเลี้ยงเป็นเจ้าของบริษัท ตื่นเช้ามาลูกน้องตื่นออกไปทำงาน ไม่ต้องมีโบนัส สวัสดิการ เพียงดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด ผลตอบแทนที่ได้คุ้ม คุณสยาม สกุณนา หรือ อาจารย์สยาม ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งโพรงป่า เล่าว่า กว่าจะเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ได้ ตนลองผิดลองถูกมานานกว่า 4 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรกรรมอยู่ที่ กศน. จังหวัดพะเยา ต่อมาได้ลาออกไปทำงานบริษัทปุ๋ย หลังจากนั้นลาออกจากบริษัทปุ๋ยอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าเบื่องานประจำ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร จึงกลับมาอยู่บ้านที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เช่าที่ทำนาจำนวนกว่าร้อยไร่ แรกๆ
ไม่มีใครไม่รู้จัก น้ำผึ้ง สิ่งมหัศจรรย์จากผึ้งน้อยแสนขยันที่สะสมน้ำหวานจากเกสรดอกไม้นานาพรรณมาไว้ในที่เดียวจนสามารถเลี้ยงทุกชีวิตในรังผึ้งนับพันนับหมื่นตัว มนุษย์เรามี การศึกษาและเรียนรู้ผึ้งกันมาเป็นเวลานาน และนำประโยชน์จากผึ้งมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภค บริโภค หรือทางการแพทย์อีกด้วย มาเรียนรู้ประโยชน์จากผึ้งในส่วนต่างๆ กันเถอะ น้ำผึ้ง คือ ของเหลวรสหวานจากดอกไม้หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นไม้ที่ผ่านขบวนการเก็บและผลิตจากผึ้งงาน สะสมเป็นอาหารสำรองไว้ในรวงผึ้ง ในน้ำฝึ้งมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยบำรุงสมอง นิยมนำมาใช้ผสมในเครื่องต่างๆ เช่น นม ชา กาแฟ โยเกิร์ต น้ำมะนาว หรือแม้กระทั่งเบียร์หรือไวน์ เกสรผึ้ง คือ ละอองเกสรดอกไม้นานาชนิด ที่ผึ้งเก็บรวบรวมสะสมไว้ในรวงรังผึ้ง เกสรผึ้ง ประกอบด้วยโปรตีน เป็นส่วนใหญ่ วิตามินเกลือแร่ กรดอะมิโน เอนไซม์ และแร่ธาตุต่างๆ ทางสมุนไพรสามารช่วยบรรเทาโรคภูมิแพ้ ไซนัส ไข้หวัดใหญ่ ไมเกรน ปวดกระดูก นอนไม่หลับ ฯลฯ นมผึ้ง หรือ รอยัลเยลลี่ คือ อาหารที่ผึ้งงานวัยอ่อนผลิตจากต่อมในส่วนหัว เพื่อป้อนนางพญาผึ้งเท่านั้น มีลักษณะ
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่อาคารเคเอกซ์ ศูนย์ HATCH มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดงาน “pathway to digital innovation” เปิดตัวนักศึกษา มจธ.ที่ผ่านเข้ารอบและได้รับรางวัลต่างๆ จากศูนย์ HATCH รวมถึงกิจกรรมเสวนาย่อย ในหัวข้อ “ภาคอุตสาหกรรมให้การสนับสนุนนวัตกรรมระดับนักศึกษาอย่างไร” โดยมี รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล รองคณบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์, นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ ดิจิทัล เวนเจอร์ส, นางสาวศิริพร พัชรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด, นางสาวชลธิชา นิลตระการกุล Marketing Communication Manager จาก G-ABLE, นพ.พีรุทย์ เชียรวิชัย อาจารย์คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนายสัญญา จินดาประเสริฐ Digital Manager บริษัท เอสซีจี เคมิคอลล์ จำกัด ร่วมเสวนา งานนี้มีนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเปิดตัวนักศึกษาจาก มจธ.ที่ผ่านเข้ารอบและไ
ผึ้งโพรงไทย แหล่งรายได้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย ปัจจุบันในจังหวัดพัทลุงมีผึ้งโพรงกว่า 3,000 รัง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรสูงถึงปีละกว่า 9 ล้านบาท แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาด ต้องผลิตเพิ่มอีกปีละ 1,000 กิโลกรัม (กก.) ขณะเดียวกันก็แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายทำยอดขายกระฉูด ทั้งสบู่ก้อน โลชั่น ลิปสติก เครื่องดื่ม ฯลฯ “วีรยา สมณะ” เลขานุการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรงปันแต และนักวิชาการผึ้งโพรงไทย จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีเครือข่ายการเลี้ยงผึ้งโพรงรวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 รัง ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่ภาพรวมการเลี้ยงผึ้งโพรงไทยในจังหวัดพัทลุงยังมีอนาคตสดใส โดยมีผึ้งโพรงกว่า 3,000 รัง ให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 18,000 ขวด/ปี หรือ 18,000 กก. โดยราคาขายต้นทางอยู่ท่ี่ขวดละประมาณ 500 บาท โดย 1 ขวดมีน้ำหนักราว 1 กก. ขณะที่ราคาปลายทางในบางพื้นที่อยู่ที่ขวดละ 800 บาท ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จแล้วจะมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้ไม่ต่ำกว่า 9 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้การเลี้ยงผึ้งโพรงมีทั้งรูปแบบทั่วไป และรูปแบบการเลี้ยงนวัตกรรมซึ่งการเลี้ยงผึ้งแบบนวัตกรรม
รั้วรังผึ้ง กรมอุทยานฯป้องกันช้างบุกบ้าน นักวิจัย ลุ้นระทึก ช้าง 60 ตัวออกจากป่าบุกบ้านชาวบ้านแก่งหางแมว แต่ต้องถอยกลับหมด เพราะโดนผึ้งไล่ เผย บ้าน 5 หลังเลี้ยงผึ้งรอบบ้าน 2 ปีมาแล้ว ช้างไม่กล้าเข้าใกล้เลย เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายจิระชัย อาคะจักร หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า สถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง ได้นำต้นแบบการใช้ผึ้งมาป้องกันช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้านมาจากประเทศเคนยา โดยเบื้องต้นนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ติดกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง และพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ช้างป่ามักจะออกจากป่ามาทำลายพื้ชผลของชาวบ้านเป็นประจำ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงผึ้งพันธุ์ในกล่อง แล้วแขวนทำเป็นรั้วล้อมรอบพื้นที่นาข้าว ปรากฏว่าได้ผลค่อนข้างดีมาก เพราะช้างไม่เข้ามารบกวนทำลายพืชผลของชาวบ้านเลย รั้วรังผึ้ง นางรชยา อาคะจักร นักวิจัยสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง หลักการของการเอาผึ้งไปป้องกันช้างป่าไม่ให้เข้ามาบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรม และบ้านเรือน คือ ให้ช้างกับผึ้งกับผึ้งมาเจอกัน
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะเลขานุการสภานโยบายวิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ มีภารกิจในการเสนอแนะนโยบายยุทธศาสตร์มาตรการและแนวทางการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน ติดตามและประเมินผลการวิจัยของประเทศ รวมทั้งกำหนดส่งเสริมและกำกับมาตรฐานการวิจัย ตลอดจนพัฒนาฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการวิจัยเพื่อให้เกิดผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ วช. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเกษตรกรในการสร้างอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับประชาชน โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้กล่องอนุบาลนางพญาผึ้ง และเครื่องเก็บพิษผึ้ง เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ วช.สนับสนุนทุนให้กับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยมี ดร.อุไรวรรณ อินต๊ะถา แห่งสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และคณะเป็นผู้ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว เนื่องจากพบว่า เกษตรกรมีการเพาะพันธุ์ผึ้งนางพญาเพื่อขยายจำนวนรังผึ้งยังประสบปัญหาในการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ทันสมัย หลังจากเพาะพันธุ์ผึ้งนางพญาแล้วยังคงมีการอนุบาลผึ้งต่อเนื่องในกล่องผึ้งขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของผึ้งในการขยายจำนวน
การเข้าป่าหาน้ำผึ้งธรรมชาติเป็นเรื่องปกติของคนในเขตร้อนชื้น หรือในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในบางพื้นที่ เช่น อินโดนีเซีย มันมีเรื่องราวมากกว่านั้น สำหรับคนพื้นเมือง Olin-Fobia ในเขตอนุรักษ์ภูเขามูติส (Mount Mutis) ในติมอร์ตะวันตก เขตห่างไกลความเจริญเหลือเกินของอินโดนีเซีย การหาน้ำผึ้งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเก่าแก่ และมีพิธีกรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยหลายชั่วอายุคน ป่านี้ไม่มีต้นไม้มีค่าอย่าง ไม้สัก แต่เจ้าป่าเจ้าเขาก็ให้น้ำผึ้งอันอุดมสมบูรณ์มา ชนเผ่านี้จึงไม่ตัดไม้ (อินโดนีเซีย มีปัญหาตัดไม้ทำลายป่ามากเหลือเกิน จับกันไม่ไหว) การหาน้ำผึ้งของพวกเขาเป็นการทำงานร่วมกันของคนทั้งหมู่บ้าน ต้องหาด้วยกัน ไปพร้อมกัน และไปในเวลาที่มีฤกษ์ผานาทีชัดเจนจากผู้อาวุโส น้ำผึ้งที่ได้ต้องเอามาแบ่งกันอย่างเท่าเทียม พวกเขารอเมื่อดอกต้นยูคาลิปตัสบาน เป็นสัญญาณของฤดูกาลเก็บน้ำผึ้ง ก่อนจะเข้าป่าเขาจะมีพิธีกรรมไหว้ป่าเขา ผู้ชายทั้งหมู่บ้านจะร่ำลาครอบครัว เตรียมตัวสำหรับการเข้าไปอยู่ในป่าร่วมกัน 2-3 สัปดาห์ เตรียมข้าวปลาอาหารให้พร้อม และที่สำคัญ ทุกคนที่เข้าร่วมกระบวนการหาน้ำผึ้งจะต้องไม่มีเรื่องขัดแย้งกัน ห
เทย์เลอร์ ริกเก็ตส์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าสาเหตุหลักกว่าร้อยละ 39 ที่ประชากรผึ้งในสหรัฐอเมริกา ลดลงร้อยละ 25 ในช่วง 5 ปี ระหว่างปี 2551-2556 คือ “เชื้อเพลิงชีวภาพ” ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพต้องมีส่วนประกอบของ “เอทานอล” หรือเอทิลแอลกอฮอล์ อย่างน้อยร้อยละ 10 ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากหันมาปลูกข้าวโพด และพืชน้ำมัน ที่ไม่ต้องพึ่งพากลไกการผสมเกสรของผึ้ง ประชากรผึ้ง ซึ่งหาน้ำหวานจากดอกไม้ของพืชผลเหล่านี้ไม่ได้จึงมีจำนวนน้อยตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ทางการกำลังเร่งแก้วิกฤตดังกล่าว เพราะเมื่อผึ้งน้อยลง ระบบนิเวศ และการมีอยู่ของพืชพรรณต่างๆ ที่มีความหลากหลายจะถูกบั่นทอน และทำให้สิ่งแวดล้อมไม่สมดุล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เลยต้องลงพื้นที่แนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชดอกที่พึ่งพาการผสมเกสรของผึ้งควบคู่ไปกับไร่พืชน้ำมัน เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างแหล่งหากินของผึ้งสำหรับกระตุ้นการขยายพันธุ์ในระยะยาว ที่มา : คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในจังหวัดพิษณุโลกหนาวเย็นมาก โดยเฉพาะในตอนเช้าอุณหภูมิเฉลี่ย 19-20 องศาเซลเซียส อาหารที่ให้ความอบอุ่นคลายความหนาว เริ่มมีมาวางขายกันแล้วในช่วงนี้ โดยผู้สื่อข่าวไปสำรวจที่ตลาดใต้หรือตลาดเทศบาล 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร้านเจ๊ยงค์ หรือนางลำยงค์ เพ็ญวิจิตร ร้านค้าที่ขายแอ่บผึ้ง หรือรังผึ้งหลวงห่อใบตองมากว่า 20 ปี ได้รับความสนใจจากประชาชน มาอุดหนุนกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอาหารกินที่ให้พลังงานและเพิ่มความอบอุ่น มีรสชาติที่อร่อย กลิ่นหอมจากการห่อใบตองย่าง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า โดยในช่วงฤดูหนาวนี้ ทุกเช้าเจ๊ยงค์จะมานั่งขายรังผึ้งหลวงหั่นเป็นชิ้นพอเหมาะ โรยด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย จากนั้นห่อด้วยใบตอง นำไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ พอใบตองไหม้ รังผึ้งข้างในร้อนระอุจนสุกเป็นอันใช้ได้ รสชาติออกเค็มนิดๆและมันๆ ด้วยตัวอ่อนของผึ้ง วางขายชุดละ 80 บาท นางลำยงค์ กล่าวว่า สำหรับรังผึ้งหลวงที่เห็นวางขายร้านทุกเช้า จะมีพ่อค้าสองพ่อลูกซึ่งยึดอาชีพหารังผึ้งหลวงประจำมาจากจ.พิจิตร นำมาส่งขายให้ โดยตั้งแต่เช้ามืดตนจะนำรังผึ้งมาวางพร้อมตั้งโต๊ะวางขายก่อเตาถ่าน และตัด
