พริก
ไม่ใช่พริกขี้หนูสวนของไทยแน่นอน ยังห่างไกลมากเลยจะบอกให้ พริกที่ได้รับมงกุฎเผ็ดที่สุดในโลกล่าสุดคือพริก Carolina Reaper เป็นพริกพันธุ์ใหม่ผสมระหว่างพริก Pakastani Naga กับพริก Red Habanero ซึ่งต่างก็พริกไม่น้อยหน้าใครอยู่แล้ว ได้พริกใหม่ระดับความเผ็ด 2.2 ล้านหน่วยวัดความเผ็ด ที่เรียกว่า Scoville heat units เป็นหน่วยวัดที่วัดกันในห้องปฏิบัติการ โดยมหาวิทยาลัยที่สอนด้านวิทยาศาสตร์ จึงจัดว่าน่าเชื่อถือ พริกขี้หนู หรือพริกชี้ฟ้าของไทยระดับความเผ็ดอยู่ราว 1 แสน เรียกว่ายังจิ๊บๆ พริก jalapeño ที่คนว่าเผ็ดนักเผ็ดหนา และเคยครองตำแหน่งพริกเผ็ดแนวหน้าของโลก มีระดับความเผ็ดแค่ 5,000 สเปรย์พริกที่เขาเอาไว้ฉีดกันก็มีระดับความเผ็ดแค่ 2 ล้าน เอาว่าขนาด 2 ล้าน ก็จัดเป็นอาวุธทำร้ายกันหมอบกระแตได้แล้ว ถ้า 2 ล้านกว่านี่ก็คิดไม่ออกว่าจะออกฤทธิ์สูงสุดได้ระดับไหน พริก jalapeño นี่คนรู้จักมาก จนเอาไปวัดเป็นมาตรฐานเทียบความเผ็ด เช่นพริกชนิดนี้เผ็ดกว่า jalapeño กี่เท่า คนจะได้ประมาณได้ว่าเผ็ดปานใด พริกขี้หนูของไทยเฉลี่ยเผ็ดกว่าเจ้า jalapeño นี้ราว 10 เท่า พริก Carolina Reaper นี่เขาคิดค้นพันธุ์และปลูกแถวรัฐแคล
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แพทย์เตือนระวังอันตรายจากการกินพริกเผ็ดร้อนเกิน หลังจากเกิดกรณีหนุ่มวัย 34 ปี ที่เข้าร่วมการแข่งขันกิน พริกแคโรไลนา รีพเปอร์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพริกเผ็ดสุดในโลก ในการแข่งขันที่จัดขึ้นที่รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้ถูกนำตัวหามส่งโรงพยาบาลหลังจากมีอาการปวดหัวรุนแรงฉับพลัน ซึ่งแพทย์ชี้ว่าเป็นผลเกี่ยวเนื่องมาจากการกินพริกเผ็ดร้อนดังกล่าว โดยอาการปรากฎขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่หนุ่มรายนี้เข้าร่วมแข่งกินพริกแคโรไลนา รีพเปอร์ กรณีที่เกิดขึ้นกับหนุ่มนักแข่งกินพริกเผ็ดรายนี้ถูกตีพิมพ์ในรายงาน บีเอ็มเจ เคส รีพอร์ทส์ ในฐานะเป็นกรณีที่เกิดอาการปวดหัวรุนแรงฉับพลัน (Thunderclap) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกินพริกเข้าไปเป็นรายแรก ซึ่งแพทย์ยังมีคำเตือนถึงผู้ที่รับประทานพริกเผ็ดร้อนมากเข้าไปแล้วเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงในลักษณะนี้ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการในทันที รายงานระบุว่า อาการปวดหัวรุนแรงฉับพลันนี้มีสาเหตุจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดหดตัวลง เรียกว่าเป็นกลุ่มอาการหลอดเลือดสมองหดตัวชั่วคราว (อาร์ซีเอสวี) ซึ่งกรณีของหนุ่มวัย 34 ปีรายนี้เกิดอาการขึ้นหลังจากไปแข่งกินพริกแคโร
ในการกินอาหารของคนไทย ส่วนใหญ่นิยมกินของเผ็ดร้อน ประเภทที่ว่าอาหารกับข้าวไม่มีรสเผ็ดร้อน เป็นว่ากลืนไม่ค่อยลง ความเผ็ดร้อนทำให้ อร่อย กินได้เยอะ เรียกเป็นคำเพราะๆ ว่า เจริญอาหาร อาหารเผ็ดร้อน เช่น ลาบขม ต้มแซ่บ ยำน้ำตก ผัดเผ็ดกบ แกงเผ็ดไก่ และน้ำพริกสารพัด รสเผ็ดร้อนของอาหาร ได้จากพืชผัก สมุนไพรหลายชนิดรวมกัน หรือชนิดเดียวโดดๆ เช่น พริกไทย ขิง ข่า กระชาย และที่รู้จักกันมาแต่เนิ่นนาน จนคิดว่าเป็นพืชพื้นเมืองของไทยซะเอง คือ “พริก” มีคนเขาเล่าว่า พริกที่ปลูกไว้ให้เราเอามาประกอบอาหารให้มีรสเผ็ดนั้น สันนิษฐานว่าเข้ามาให้คนไทยรู้จักสมัยอยุธยาตอนปลาย ว่ากันว่าฝรั่งชาติโปรตุเกส เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี หรือว่าเข้ามาไม่ทราบเจตนาเบื้องต้น เขาว่าเจริญสัมพันธไมตรี ก็ว่าตามเขา เหตุการณ์นานมาแล้ว คงเอาเรือใหญ่เข้ามาทางทะเลเข้าปากน้ำเจ้าพระยาละกระมัง เข้ามามีการปรับทุกข์ผูกมิตร มี “พริก” ติดมาทำอาหาร คนไทยได้มีวาสนาได้ชิมอาหารที่ชาวโปรตุเกสนำมา ชิมรสพริกก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร? ฝรั่งว่าไอก็ไม่รู้ แต่ที่อเมริกาใต้ แถบ เปรู บราซิล เขาเรียก “ปริ้กก้า” อ๋อ…ปริ้กก้า ปริ้กก้า…ปริ้ก ปริก ออกเสียงย
ใครๆ ก็รู้ว่า พริก เป็นพืชเศรษฐกิจขายดีเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี แต่การปลูกพริกก็มีความเสี่ยงสูงจากปัญหาโรคพริก เช่น โรคกุ้งแห้ง โรครากและโคนเน่า โรคใบหงิก ใบด่าง โรคเหี่ยว ฯลฯ หากดูแลป้องกันไม่ดี ก็เสี่ยงขาดทุนได้ง่าย เกษตรกรส่วนใหญ่จึงนิยมฉีดพ่นสารเคมีกำจัดโรคแมลง ในแปลงปลูกพริก คนกินก็เสี่ยงบริโภคพริกที่ปนเปื้อนสารเคมี เกษตรกรมือใหม่หัวใจอินทรีย์อย่าง “ คุณคมสันต์ – คุณจำเริญ มาโยธา ” ประสบความสำเร็จใน การปลูกพริกปลอดสารพิษอย่างงดงาม เพราะใช้สารสกัดสะเดา “ นีมเพาว์เวอร์” เป็นตัวช่วยป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานและผู้บริโภค คุณคมสันต์ – คุณจำเริญ มาโยธา สองสามีภรรยาชาว อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี มีรายได้หลักจากการรับจ้างขับรถแมคโคร ในปีนี้พวกเขาตัดสินใจปลูกพริกเพื่อเป็นรายได้เสริมเลี้ยงดูครอบครัว ปรากฏว่า พริกปลอดสารพิษของพวกเขา ขายดี เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะพริก มีคุณภาพดี ไม่เน่าเสียง่าย มีอายุการขายยาวนาน ถูกใจแม่ค้า คุณคมสันต์ปลูกพริก ประมาณ 1,000 ต้นบนเนื้อที่ 1 ไร่ หลังปลูก 3-4 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้ ระหว่างการป
น้าชาติ ประชาชื่น [email protected] น้าชาติครับ ทำไมพริกจึงเผ็ด สุระศักดิ์ ตอบ สุระศักดิ์ พริก ชื่อวิทยาศาสตร์ Capsicum frutescens L. (Capsicum มาจากศัพท์กรีก kapto แปลว่า กัด)เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ ก่อนนำเข้าสู่ยุโรปและเอเชีย สำหรับเมืองไทย เข้ามาอยู่คู่ครัวตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น นักวิทยาศาสตร์ค้นพบมาเป็นเวลานานเกือบ 200 ปีแล้วว่า สารเคมีชื่อ “แคปไซซิน” (Capsaicin) เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้พริกเผ็ด เป็นสารที่มีอยู่มากบริเวณเยื่อแกนกลางสีขาว (คือส่วนเผ็ดมากที่สุด) ขณะที่ในส่วนเนื้อผลพริก เปลือกผล และเมล็ดจะมีสารนี้อยู่น้อยมาก (คนทั่วไปมักเข้าใจกันว่าส่วนเมล็ดและเปลือกคือส่วนที่เผ็ดที่สุด) สารแคปไซซินทนต่อความร้อนและความเย็นอย่างมาก แม้จะนำมาต้มให้สุกหรือแช่แข็งก็ไม่ทำให้สูญเสียความเผ็ดไปแต่อย่างใด สารแคปไซซินที่ทำให้พริกเผ็ด เป็นสารหลักของสารในกลุ่ม แคปไซซินอยด์ (capsicinoids) ซึ่งนอกจากแคปไซซินแล้ว ก็ยังมี ไฮโดรแคปไซซิน (hydrocapsicin) ซึ่งเป็นสารให้ความเผ็ดเช่นเดียวกันแต่เผ็ดน้อยกว่า โดยทั่วไป แคปไซซินนอยด์ ประกอบด้วย แคปไซซิน 70% และ ไฮโดรแคปไซซิน 22% และสารอื
คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 ชนิดของแมลงศัตรูที่พบ แมลงศัตรูที่พบระบาดในแปลงที่สำคัญ มี 2 ชนิด คือ เพลี้ยไฟ และหนอนกระทู้หอม โดยเริ่มพบแมลงทั้งสองชนิด เมื่อพริกอายุประมาณ 35 วัน หลังปลูกกล้า เพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟ เป็นแมลงประเภทปากดูด ดังนั้น จึงมักพบเพลี้ยไฟอาศัยอยู่บนยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกของต้นพืช เนื่องจาก เพลี้ยไฟ เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก สังเกตได้ยากด้วยตาเปล่า แต่สังเกตอาการพืชที่ถูกทำลายได้ง่าย ใบพืชบนยอดอ่อนจะหงิกงอเสียรูปทรง ต้นพืชที่ถูกเพลี้ยไฟทำลายจะชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้น เพลี้ยไฟที่พบในแปลงทดสอบจึงไม่อาจจำแนกชนิดได้ แต่จากรายงานการศึกษา เพลี้ยไฟที่พบในพริก มักเรียกว่า เพลี้ยไฟพริก เพลี้ยไฟมีวงจรชีวิตสั้น แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว ชอบหลบในที่ซ่อน ตัวเมียวางไข่ภายใต้เนื้อเยื่อของพืช การควบคุมด้วยสารเคมีจึงค่อนข้างยาก หากเริ่มต้นการฉีดพ่นช้า ประชากรเพลี้ยไฟจะมีหลายระยะปนกันบนต้นพืช การเลือกใช้สารเคมี จึงเป็นประเด็นสำคัญ เพราะมีรายงานการศึกษาว่
คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 การทำแปลงปลูกพริก “ก็ต้องเตรียมดินให้ดี” การปลูกพืชหรือปลูกพริกให้งาม ต้องเตรียมดินให้ดี การเตรียมพื้นที่ปลูกพริก สำหรับเกษตรกรที่เริ่มต้นปลูกพริกในที่ดินใหม่ จะต้องเก็บตัวอย่างดินไปตรวจวิเคราะห์ อย่างน้อยที่สุดควรตรวจค่าความเป็น กรด-ด่าง ของดิน ดินที่เหมาะต่อการปลูกพริก ควรมีค่า pH = 6.0-6.8 ถ้าสภาพดินเป็นกรด จะต้องมีการปรับสภาพของดิน โดยใช้โดโลไมท์หรือปูนขาว ในการใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์ในแต่ละครั้ง ไม่ควรเกิน 300 กิโลกรัม ต่อไร่ ในการเตรียมพื้นที่ก่อนที่จะไถดิน ให้ใส่ปุ๋ยคอก อย่างน้อย ไร่ละ 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน เมื่อไถดินเสร็จ ให้ตากดินทิ้งไว้นาน 3-7 วัน หลังจากตากดินเสร็จ ก็จะเป็นขั้นตอนของการยกแปลงปลูก โดยแปลงปลูกควรจะสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ความยาวของแปลงขึ้นกับสภาพพื้นที่ แต่ความยาวของแปลงไม่ควรเกิน 50 เมตร ในการขึ้นแปลงจะใช้รถไถติดผาล 7 ขึ้นแปลงไป-กลับ 1-2 รอบ เมื่อขึ้นรอบสุดท้าย ให้ใช้เกรดรถไถปรับหลังแปลงให้เ
ในประเทศไทย เราจะคุ้นเคยกับอาหารเผ็ดร้อนตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ เพราะวัฒนธรรมการรับประทานอาหารรสจัดจ้าน ซึ่งหมายถึงในจานอาหารเหล่านั้นจะมีพริกเป็นเครื่องปรุง เพื่อรสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น จากสถิติแล้ว คนไทยจะบริโภคพริกประมาณ 1 กิโลกรัม ต่อคน ต่อปี คิดเป็นมูลค่าโดยรวมทั้งประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท และมีการปลูกเพื่อส่งออกคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ต่อปี ด้วยเหตุนี้ พริกจึงเป็นพืชเศรษฐกิจของคนไทยที่สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นทั่วประเทศ เนื่องจากพริกสามารถปลูกได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย นอกจากพริกจะเป็นเครื่องเทศยอดนิยมแล้ว พริกยังจัดว่าเป็นสมุนไพรชั้นยอดเช่นเดียวกัน สรรพคุณของพริก ช่วยกระตุ้นทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ในทางเภสัชวิทยานั้น สารสกัดจากผลพริก ซึ่งก็คือสาร capsaicinoids เป็นสารที่ให้ความเผ็ดและกลิ่น โดยประกอบด้วยสารต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบ แต่จะพบสาร capsaicin เป็นหลัก คิดเป็นประมาณ 60% จากทั้งหมด โดยจะพบสารนี้มากบริเวณไส้กลางของเมล็ดพริก ซึ่งปริมาณของสารนี้ขึ้นอยู่กับอายุของพริก จากรายงานวิจัยพบว่า พริกที่อยู่ในระยะผลอ่อนจะมีปริมาณนี้น้อยกว่
คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อยู่บ้านเลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 เล่าย้อนกลับไปว่า ตนเองและเพื่อนๆ เกษตรกรได้รวมกลุ่มปลูกพริก เริ่มปลูกพริกเพื่อป้อนเข้าโรงงานน้ำพริก ได้มา 3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีอาชีพทำนาและไร่อ้อย หลายปีที่ผ่านมาข้าวราคาตกต่ำมาก ไม่คุ้มต่อการลงทุนปลูกจึงมองหาพืชปลูกใหม่ พอได้มีโอกาสรู้จักกับตัวแทนบริษัทที่เขาเข้ามาส่งเสริมปลูกพริกและรับซื้อคืนในราคาประกันก็มีความสนใจ เริ่มปลูกในปี 2558 กับเพื่อนเกษตรกรเกือบ 20 คน ที่สนใจ แต่ก็ไม่ได้ปลูกมาก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่เคยปลูกพริกเชิงการค้ามาก่อน ก็เริ่มต้นปลูกกันคนละ 1-2 ไร่ ก็มีพื้นที่ปลูกรวมกันได้ 30 ไร่ ในตอนนั้น ซึ่งผลที่ได้คือกลางๆ หมายถึงไม่ขาดทุน มีกำไรบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งเป็นเพราะยังขาดประสบการณ์ในการปลูก ดูแลและการรักษา โดยเฉพาะเรื่องโรคและแมลงที่ยังไม่รู้จักและการใช้สารเคมีที่ถูกต้องนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทก็พยายามเข้ามาให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องของการปลูกพริกเป็นระยะๆ จนเกิดความรู้ควา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) และมหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ) ร่วมมือกับ สถาบันวิจัยแสงซินโคร ตรอน ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) และบริษัทไบโอแอคทีฟอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด สนับสนุนนักศึกษาปริญญาโท นางสาวดาราวดี วงษ์ชาลี ทำการวิจัยและพัฒนา “การศึกษาประสิทธิภาพเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus sp. สูตร ENCAPSULATE เพื่อควบคุมโรคแอนแทรคโนสในพริก” เพื่อเพิ่มทางเลือกเกษตรกร ลดปัญหาการใช้สารเคมี โดยใช้เทคนิค Synchrontron FTIR microspectroscopy ในการตรวจวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสารชีวเคมีในกระบวนการสร้างภูมิต้านทานในใบพริกที่ถูกกระตุ้นจากเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis D604 ให้มีความต้านทานต่อโรคกุ้งแห้งหรือแอนแทรคโนสพริก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐธิญา เบือนสันเทียะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “พริก เป็นพืชในตระกูล Solanaceae ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นเครื่องเทศที่สำคัญชนิดหนึ่งของโลก ปัจจุบันมีการส่งออกผลิตภัณฑ์พริกไปต่างประเทศหลายรูปแบบ โดยซอ
