ภัยแล้ง
เป็นที่น่ายินดี เมื่อทราบจาก คุณกมล โสพัฒน์ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภูหมาดๆ ว่า พื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ไม่พบว่าเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง และไม่เคยได้รับการประกาศว่าเป็นจังหวัดที่ประสบภัยแล้ง แม้ว่าจะไม่มีระบบชลประทานภายในพื้นที่ เกษตรกรจะใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงด้านเดียวก็ตาม แต่ก็เป็นที่น่าตกใจเช่นกัน เมื่อทราบข้อมูลว่า จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดที่ใช้สารเคมีในภาคเกษตรมากที่สุดลำดับต้นๆ ของประเทศ เมื่อได้พูดคุยกับ คุณกมล โสพัฒน์ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ทำให้ทราบว่า พื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู มีปัญหาในภาคเกษตร ซึ่งประมวลแล้วจำเป็นต้องแก้ปัญหาเร่งด่วน ได้แก่ การเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากพบว่า เกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลำภู มีรายได้ต่อครอบครัวเฉลี่ยต่ำที่สุดของประเทศไทย อยู่ที่ 53,000 บาท ต่อครอบครัว ต่อปี จากจำนวนเกษตรกรทั้งหมดกว่า 70,000 ครัวเรือน ทำให้ต้องพิจารณาพืชหลักที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด 4 ชนิด ได้แก่ อ้อย พื้นที่ปลูกกว่า 700,000 ไร่ ข้าวกว่า 600,000 ไร่ ยางพารากว่า 100,000 ไร่ และมันสำปะหลัง ประมาณ 70,000 ไร่ รายได้ข
ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดินฟ้าอากาศรวมทั้งเรื่องน้ำ ระบุว่า ปีนี้ไทยจะประสบภัยแล้งมากที่สุดในรอบ 40 ปี…บ้านเรา ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ หากน้ำไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ในฐานะที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรทุกตำบล หมู่บ้าน กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีแนวทางแก้ไขภัยแล้งที่น่าสนใจไม่น้อย คุณทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มาบอกเล่าสถานการณ์ รวมทั้งแนะนำการผลิตสินค้าเกษตรในช่วงฤดูแล้งนี้ ลองติดตามดูค่ะ ………………………………………… น้ำน้อย พื้นที่นาปรังลด จาก 13 ล้านไร่ เหลือ 4.7 ล้านไร่ สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ ปริมาณน้ำมีน้อย น้ำต้นทุนมีน้อย โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อน ซึ่งมีน้อยเพราะเกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ไม่เพียงพอ มีการวางแผนในลักษณะที่จะต้องใช้น้ำประหยัด ใช้น้ำอย่างมีคุณค่า อย่างมีคุณภาพมากที่สุด ได้กำหนดเป้าหมายว่าในการส่งเสริมปลูกพืชที่ต้องใช้น้ำเยอะๆ ต้องลดลง โดยเฉพาะเรื่องการทำนารอบที่ 2 หรือการทำนาปรัง เพราะการทำนาปรังของประเทศไทยโดยป
วช. สานพลังนักวิจัยไทยสู้ภัยแล้ง 2020 สนับสนุนงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำ เร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพิ่มมาตรการบริหารจัดการน้ำระดับชาติอย่างยั่งยืน เมื่อวันทึ่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาวิชาการ “ภาวะแล้ง 2020 และ แนวทาง มาตรการ บริหารจัดการเพื่อป้องกันในอนาคต” ณ ห้องประชุมแมนดาริน ซี โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ การจัดงานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการรวมตัวของนักวิจัยด้านน้ำระดับประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ไทยมากกว่า 200 คน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ มุ่งสร้างความร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาอุทกภัย-ภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำอยู่ทุกปี พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการดำเนินงานวิจัย ส่งต่อข้อมูลการวิจัยสู่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาครัฐบาลเพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานสัมมนากล่าวว่า วช. ให้ควา
คำถามเหล่านี้ เราคงได้ยินกันบ่อยๆ ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้ง คือภาวะที่ปริมาณน้ำไม่มีเพียงพอต่อการเพาะปลูก หรือใช้ในอุปโภคบริโภค สาเหตุของภัยแล้ง ได้แก่ ปริมาณฝนที่ตกน้อยกว่าปกติ ทำให้การเก็บน้ำสำหรับใช้ในหน้าแล้งมีน้อยลง ในภาคของการเกษตรคงเกิดผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะ “น้ำ เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเกษตร” และในเมื่อการใช้น้ำปริมาณที่จำกัด ทางออกสำหรับเกษตรกรคือ – ปลูกพืชน้ำน้อย แทนการทำนาหรือพืชไร่ที่ต้องใช้น้ำมาก – เลือกวิธีการให้น้ำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ระบบน้ำหยด เป็นต้น “ศรแดงพืชน้ำน้อย ทางเลือกใหม่ในช่วงภัยแล้ง” คือโครงการที่ทาง บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อมอบองค์ความรู้ในด้านพืชน้ำน้อยให้กับเกษตรกรไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรสามารถรับมือกับภัยแล้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง มีแนวโน้มที่รุนแรง และแผ่วงกว้างกระทบพื้นที่เกือบทุกจังหวัด ซึ่งจังหวัดชัยนาท และจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 จังหวัดชัยนาท (สศท.7) ได้แปลภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 8 (ข้อมูล ณ 19 มกราคม 2563) พบว่า จังหวัดชัยนาท พื้นที่ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท ตำบลกุดจอก อำเภอหนองมะโมงและตำบลห้วยกรดพัฒนา อำเภอสรรคบุรี ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี พื้นที่ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอดอนเจดีย์ เป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง จากการลงพื้นที่ของ สศท.7 เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง เบื้องต้นพบว่า พืช ข้าวนาปรัง และมันสำปะหลัง ได้รับผลกระทบทำให้ผลผลิตลดลง จึงมีการเตรียมข้อมูลและวางแผนด้านการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหา ให้ลดการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำปริมาณมาก โดยเฉพาะข้าวนาปรัง และหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย อาทิ ถั่วลิสง ถั่วเขียว ข้าว
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย กฤษณา ไพฑูรย์ ไม่น่าเชื่อว่า วันนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยถึงเวลาที่ต้องนำ “น้ำทะเล” อันแสนเค็ม มากรองโดยใช้เทคโนโลยีระบบรีเวิร์สออสโมซิส (reverse osmosis-RO) มาทำ “น้ำจืด” เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลายจังหวัดที่กำลังประสบปัญหา “ภัยแล้ง” ในปี 2563 เช่น โรงงานผลิตปิโตรเคมีแถวมาบตาพุด จังหวัดระยอง รวมถึงโรงแรมหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทำน้ำ RO กันมาหลายปี แต่ปีนี้มีความต้องการเพิ่มขึ้น ทั้งที่ขั้นตอนกระบวนการผลิตน้ำ RO ยังมีต้นทุนที่สูงมาก ประมาณ 35-40 บาท ต่อลูกบาศก์เมตร หากพิจารณาข้อมูลรายงานจากหน้าเว็บ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุโดยสรุปได้ว่า ปริมาณฝนตกรวมตลอดปีเฉลี่ยทั่วประเทศไทย มีค่าประมาณ 1,572.5 มิลลิเมตร โดยปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะภูมิประเทศ นอกเหนือจากการผันแปรตามฤดูกาล เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นมาก โดยจะมีปริมาณฝนมากที่สุดใน เดือนสิงหาคม หรือกันยายน พื้นที่ที่มีปริมาณฝนมากส่วนใหญ่จะอยู่ด้านหน้าทิวเขา หรือด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ได้แก่ พื้นที่ทางด้านตะวันตกของประเทศบริเวณอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะ
หลังจากราคามันสำปะหลังกลับมาตกต่ำและเกิดปัญหาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคใบด่าง ที่กำลังลุกลามอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้นาข้าวของเกษตรกรในภาคอีสานส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบางส่วนในพื้นที่ตำบลตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เริ่มหันมาทำข้าวไร่ แทนการปลูกมันสำปะหลัง เพื่อหวังที่จะมีข้าวไว้กิน และเชื่อว่า ข้าวในปีหน้าจะมีราคาที่แพงขึ้นจากผลกระทบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง จนอาจเกิดวิกฤติขาดแคลนข้าว นายช่ำ ชอนครบุรี อายุ 48 ปี ชาวบ้านบ้านหนองจาน ต.ตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเลือกปรับพื้นที่ที่เคยปลูกมันสำปะหลังรวมกว่า 10 ไร่ มาปลูกพืชผสมผสาน เช่น ถั่วดิน มะละกอ ผักชี รวมถึง ข้าวไร่ เนื่องจากปีนี้มันสำปะหลังมีการแพร่ระบาดของโรคใบด่างสร้างความเสียหาย อีกทั้งราคาก็ตกต่ำ จึงต้องปรับเปลี่ยนปลูกพืชที่อายุสั้น และหมุนเวียนการเก็บเกี่ยวกันไปเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยเลือกทดลองปลูกข้าวไร่เพิ่มเติมขึ้นมา 4 ไร่ เนื่องจากเห็นว่า พื้นที่ของตนมีน้ำใต้ดินให้ใช้ทำการเกษตรตลอดทั้งปี และมองว่า สถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ภ
สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่ออกมาว่าเหลือน้ำติดก้นอ่างสามารถใช้การได้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ตัวเลขหลักหน่วยเท่านั้น บางเขื่อนหนักสุด ปริมาณเปอร์เซ็นต์ของน้ำที่สามารถใช้ได้ ถึงขั้นติดลบทีเดียว ซึ่งแน่นอนต้นเหตุมาจาก ฝนไม่ตก ไม่มีน้ำไหลลงอ่าง เป็นเหตุให้ไม่สามารถปล่อยน้ำให้ประชาชน และเกษตรกรใช้ได้อย่างเต็มที่ หรือบางวันก็ไม่สามารถปล่อยน้ำได้เลย และสถานการณ์ดินฟ้าอากาศประเทศไทยในเวลานี้ และนับจากนี้ไปอีก 1-2 เดือน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหลายๆ พื้นที่ของภาคกลางฝนแทบจะไม่ตกเลย โดย คำว่า ฝนไม่ตกเลยนั้น ครอบคลุมไปถึงบางพื้นที่ของภาคกลาง และภาคเหนือบางแห่ง ฝนไม่ตกมาตั้งแต่ต้นปี นั่นคือ แล้ง และขาดน้ำเข้าขั้นวิกฤต แต่ในท่ามกลางสถานการณ์ของความแล้งรุนแรงในคราวนี้ มี 60 ชุมชน 1,548 หมู่บ้าน ที่ชาวบ้านก็ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ภัยแล้งเช่นเดียวกัน แต่พวกเขากลับไม่ได้ขาดแคลนน้ำเหมือนพื้นที่อื่นๆ นั่นคือ ยังคงมีน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำของหมู่บ้านใช้อย่างเหลือเฟือ นายสุทัศน์ วีสกุล นายสุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถานบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยแล
ฟาร์มสุกรทั่วประเทศของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมช่วยชุมชนและเกษตรกรฝ่าวิกฤติภัยแล้ง ปันน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพส่งให้ชุมชนนำไปใช้เพื่อการเกษตร บรรเทาผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงที่กำลังคุกคามหลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำ สถานการณ์ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงในปี 2562 ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ทุกฝ่ายระดมสรรพกำลังช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำใช้เพื่อการเกษตร ภาคเอกชนก็มีส่วนร่วมในการบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งให้กับเกษตรกรได้ โดยตั้งแต่ปี 2547 ฟาร์มสุกรทั่วประเทศของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมช่วยชุมชนและเกษตรกรด้วยการปันน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพส่งให้ชุมชนนำไปใช้เพื่อการเกษตร นางมยุรี มาโง้ว หนึ่งในเกษตรกรในพื้นที่บ้านปากร่วม ต.สะพานหิน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ที่เข้าโครงการฯ ได้รับน้ำปุ๋ยจากฟาร์มสุกรปราจีนบุรี 1 ของ ซีพีเอฟ มาใช้ในสวนเกษตรแบบพอเพียงที่ปลูกมันสำปะหลัง 8 ไร่ ยูคาลิปตัส 11 ไร่ และพืชสวนครัว 5 ไร่ ทั้งไผ่หวาน มะนาว ข่า ตะไคร้ ฯลฯ เล
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ปีนี้สภาพอากาศแห้งแล้งมาก มีผลกระทบมาถึงสวนผลไม้ของผม ทำให้ต้นไม้โทรมลงไป ปริมาณน้ำที่สำรองไว้ก็เหลือน้อย หากไม่มีฝนมาช่วย การขาดน้ำจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ดังนั้น ผมขอเรียนถามว่า ผมจะดูแลและฟื้นฟูสวนอย่างไร เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในสภาวะแห้งแล้งที่กำลังเกิดอยู่ในขณะนี้ ผมขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วรวิทย์ อุทัยวัฒน์วงศ์ นครพนม ตอบ คุณวรวิทย์ อุทัยวัฒน์วงศ์ ผมเคยนำข้อมูลมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบมาบ้างแล้วว่า ในทุกๆ รอบ 10 ปี จะเกิดภาวะแห้งแล้ง 4 ปี แบ่งเป็นแล้งรุนแรง 2 ปี แล้งไม่รุนแรง 2 ปี น้ำท่วม 3 ปี จะมีสภาวะฝนฟ้าเป็นปกติเพียง 3 ปี เท่านั้น ซึ่งในปีนี้ภาวะแห้งแล้งกลับมาเยือนอีกวาระหนึ่ง กรณีที่ปริมาณน้ำไม่พอเพียงสำหรับการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของไม้ผล มีผลทำให้เกิดอาการใบเหลือง ผลหลุดร่วง หรือผลมีขนาดเล็ก รูปร่างบิดเบี้ยว และหากขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจทำให้ต้นไม้ยืนต้นตายได้ ดังนั้น ในระยะนี้ควรคลุมโคลนต้นด้วยฟางข้าว หรือวัสดุอื่นๆ เพื่อช่วยรักษาความชื้นในดินให้ได้ยาวนานขึ้น ตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งไม่สมบูรณ์ที
