ภัยแล้ง
ฟาร์มสุกรทั่วประเทศของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมช่วยชุมชนและเกษตรกรฝ่าวิกฤติภัยแล้ง ปันน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพส่งให้ชุมชนนำไปใช้เพื่อการเกษตร บรรเทาผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงที่กำลังคุกคามหลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำ สถานการณ์ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงในปี 2562 ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ทุกฝ่ายระดมสรรพกำลังช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำใช้เพื่อการเกษตร ภาคเอกชนก็มีส่วนร่วมในการบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งให้กับเกษตรกรได้ โดยตั้งแต่ปี 2547 ฟาร์มสุกรทั่วประเทศของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมช่วยชุมชนและเกษตรกรด้วยการปันน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพส่งให้ชุมชนนำไปใช้เพื่อการเกษตร นางมยุรี มาโง้ว หนึ่งในเกษตรกรในพื้นที่บ้านปากร่วม ต.สะพานหิน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ที่เข้าโครงการฯ ได้รับน้ำปุ๋ยจากฟาร์มสุกรปราจีนบุรี 1 ของ ซีพีเอฟ มาใช้ในสวนเกษตรแบบพอเพียงที่ปลูกมันสำปะหลัง 8 ไร่ ยูคาลิปตัส 11 ไร่ และพืชสวนครัว 5 ไร่ ทั้งไผ่หวาน มะนาว ข่า ตะไคร้ ฯลฯ เล
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ปีนี้สภาพอากาศแห้งแล้งมาก มีผลกระทบมาถึงสวนผลไม้ของผม ทำให้ต้นไม้โทรมลงไป ปริมาณน้ำที่สำรองไว้ก็เหลือน้อย หากไม่มีฝนมาช่วย การขาดน้ำจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ดังนั้น ผมขอเรียนถามว่า ผมจะดูแลและฟื้นฟูสวนอย่างไร เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในสภาวะแห้งแล้งที่กำลังเกิดอยู่ในขณะนี้ ผมขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วรวิทย์ อุทัยวัฒน์วงศ์ นครพนม ตอบ คุณวรวิทย์ อุทัยวัฒน์วงศ์ ผมเคยนำข้อมูลมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบมาบ้างแล้วว่า ในทุกๆ รอบ 10 ปี จะเกิดภาวะแห้งแล้ง 4 ปี แบ่งเป็นแล้งรุนแรง 2 ปี แล้งไม่รุนแรง 2 ปี น้ำท่วม 3 ปี จะมีสภาวะฝนฟ้าเป็นปกติเพียง 3 ปี เท่านั้น ซึ่งในปีนี้ภาวะแห้งแล้งกลับมาเยือนอีกวาระหนึ่ง กรณีที่ปริมาณน้ำไม่พอเพียงสำหรับการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของไม้ผล มีผลทำให้เกิดอาการใบเหลือง ผลหลุดร่วง หรือผลมีขนาดเล็ก รูปร่างบิดเบี้ยว และหากขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจทำให้ต้นไม้ยืนต้นตายได้ ดังนั้น ในระยะนี้ควรคลุมโคลนต้นด้วยฟางข้าว หรือวัสดุอื่นๆ เพื่อช่วยรักษาความชื้นในดินให้ได้ยาวนานขึ้น ตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งไม่สมบูรณ์ที
7 พฤษภาคม 2562 – เอสซีจี โดย นายชนะ ภูมี Vice President-Cement and Construction Solution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ นายศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ร่วมกับกองทัพบก และเครือข่ายจิตอาสา ส่งมอบถังเก็บน้ำผลิตด้วยวัสดุพอลิเมอร์ “เอลิเซอร์” ของเอสซีจี จำนวน 115 ถัง ให้แก่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 ถัง และ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จำนวน 65 ถัง เพื่อช่วยเหลือเเละบรรเทาภัยแล้งระยะเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำปาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” ที่ร่วมเฉลิมพระเกียรติเเละถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ พร้อมเชิญชวนจิตอาสาระดมพลังสร้างฐานติดตั้งถังเก็บน้ำจากวัสดุรีไซเคิลที่เหลือจากการก่อสร้าง ซึ่งออกแบบโดยทีมงานเอสซีจีให้สอดคล้องกับแนวทาง SCG Circular Way หรือการใช้ทรัพยากรให้คุ
พื้นที่บ้านโนนเขวา ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เดิมทีกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่นี้เคยทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ปัญหาใหญ่ที่พบเป็นประจำทุกปีคือ เรื่องน้ำที่มีไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ทำให้เสี่ยงต่อการขาดทุน ชาวบ้านเลยหันมาปลูกพืชน้ำน้อยแทน โดยรวมกลุ่มกัน ในนาม “กลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านโนนเขวา” กลุ่มนี้เน้นปลูกผักกลุ่มผักใบ เพราะใช้น้ำน้อยกว่า เก็บเกี่ยวได้ไวกว่า ปลูกได้ทั้งปี มีตลาดรองรับ นายคำปั่น โยแก้ว เกษตรกรตัวอย่างจากกลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านโนนเขวา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้กล่าวว่า ในพื้นที่บริเวณของกลุ่มบ้านโนนเขวา จะไม่มีชาวบ้านทำนาเลย เพราะว่าทำนาต้องใช้น้ำมาก ถ้าทำนาบ้านเดียว อีกสิบบ้านก็ไม่มีน้ำทำการเกษตรกัน ชาวบ้านเลยหันมาปลูกพืชน้ำน้อยเป็นทางเลือก “ เมื่อปี 2561 ผมได้ทำนาบนเนื้อที่ 5 ไร่ ลงทุนไปประมาณ 12,000 บาท แต่เนื่องจากนาข้าวต้องใช้น้ำเยอะ และการดูแลอย่างทั่วถึง ประกอบกับภาวะอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผลผลิตที่ออกมาไม่ดี เมล็ดข้าวลีบ ไม่ได้น้ำหนัก ก็ขาดทุนไปครับ ส่วนอีกแปลงหนึ่ง บนเนื้อที่ 4 ไร่ ผมปลูกพืชน้ำน้อยในกลุ่มผักใบมีทั้ง คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดหอม ผักชี กวางตุ้ง สลับกันไป ตลาดผักของผม
นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผอ.สนง.ชลประทานที่ 6 ขอนแก่น กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พบว่า ระดับน้ำเก็บกักในอ่าง 600 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 25 น้ำใช้การได้จริง 19 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 1 เท่านั้น ทางจังหวัดได้มีประกาศเตือนไปยังเกษตรกรที่อยู่ตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำแล้ว พร้อมทั้งได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอสนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้ง และเติมน้ำเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ ถ้าฝนยังไม่ตกลงมาก็อาจต้องใช้น้ำก้นอ่าง หรือน้ำตาย (Dead Storage) เพื่อรักษาระบบนิเวศลำน้ำและสภาพแวดล้อมของเขื่อนอุบลรัตน์ พร้อมแก้ภัยแล้งในจังหวัดให้มีน้ำอุปโภค-บริโภค จนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน นอกจากนี้ เขื่อนชนบทที่อยู่ในแม่น้ำชีมีน้ำอยู่ 15 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 84 % เขื่อนขนาดกลาง จำนวน 14 แห่ง รวมแล้ว 24 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 22 % และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กใน จ.ขอนแก่น 426 แห่ง มีน้ำเหลืออยู่ 48 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 27 % รวมแหล่งน้ำใน จ.ขอนแก่น ทั้งหมดมีน้ำใช้การได้ประมาณ 107 ล้าน ลบ.เมตร สามารถบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนที่ประสบภัยแล้งมีน้ำอุปโภค บริโภค ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม มิถุนายน โดยไม่ต้องใช้น้ำ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผักชนิดต่างๆ เริ่มมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น หลังสภาพอากาศที่แล้งและร้อนจัด ประกอบกับมีน้ำในการใช้เพาะปลูกน้อยลง ส่งผลกระทบต่อสินค้าทางการเกษตร มีการเจริญเติบโตช้า ได้ไม่ผลผลิตเท่าที่ควร บางส่วนได้รับความเสียหายลำต้นแห้งตายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะมะนาวซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ช่วงนี้จึงให้ผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้มีราคาที่สูงขึ้น จากเดิมเคยขายอยู่ที่ราคา ลูกละ 1-2 บาท ปรับราคาขึ้น ลูกละ 4-5 บาท เช่นเดียวกับผักอีกหลายชนิด ที่พาเหรดปรับขึ้นราคากันเป็นจำนวนมาก นางวงเดือน พรมวิเชียร แม่ค้าขายผักสดในตลาดบางลำภู กล่าวว่า ตนได้ไปซื้อมะนาวจากตลาดศรีเมืองทอง ซึ่งเป็นตลาดค้าสดประเภทผัก ในช่วงสัปดาห์นี้ราคามะนาวเริ่มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 100-200 บาท ต่อกระสอบ ซึ่งแต่ละปีราคามะนาวก็จะแตกต่างกันออกไป ตามเกรดและขนาดของลูกมะนาว รวมไปถึงขึ้นอยู่ตามฤดูกาล ซึ่งถ้าเป็นมะนาวในช่วงฤดูแล้ง ก็จะมีราคาสูงกว่าฤดูอื่นๆ เนื่องจากมะนาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ผลผลิตของมะนาวในช่วงหน้าแล้งจึงมีน้อยลง ส่งผลให้ราคาเพิ่มสู
กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้ารับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ปล่อยคาราวานเครื่องจักร เครื่องมือเตรียมช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมบูรณาการด้านข้อมูลน้ำอย่างเป็นระบบ หวังบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรและประชาชน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการรับมือภัยแล้ง และพิธีปล่อยขบวนคาราวานเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง ณ บริเวณสนามฟุตบอล (น้ำแก้จน) กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สืบเนื่องจากนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายให้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้องมีความตื่นตัว ตระหนัก และเตรียมพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง โดยมอบหมายให้กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำฐานข้อมูลปริมาณน้ำทั้งประเทศ ความต้องการใช้น้ำ ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทานอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นรายพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ทั้งในการเตรียมความพร้อมด้าน
ภัยแล้งวิกฤต 13 เขื่อน ขนาดกลาง ไม่มีน้ำใช้แล้ว ภาคอีสานหนักสุด – สทนช. คุยประปาหาน้ำสำรองกินใช้ ภัยแล้งวิกฤต 13 เขื่อน ไม่มีน้ำ – นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) พบว่า ขณะนี้มีสาขาที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบในช่วงฤดูแล้งปี 2561/62 และการแก้ไขปัญหาและเฝ้าระวัง จำนวน 9 สาขา ได้แก่ 1. สุวรรณภูมิ (เกษตรวิสัย) จ.ร้อยเอ็ด 2. พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม 3. แม่ขะจาน (วังเหนือ) จ.เชียงราย 4. ฝาง (แม่อาย) จ.เชียงใหม่ 5. หนองบัวลำภู (นากลาง, ศรีบุญเรือง) จ.หนองบัวลำภู 6. พิมาย (เมืองคง) จ.นครราชสีมา 7. บุรีรัมย์ 8. เกาะพะงัน กำลังประเมินอาจต้องใช้น้ำสำรองและทำน้ำจืด และ 9. ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ปัจจุบัน สาขาต่างๆ ยังสามารถส่งน้ำได้ตามปกติ ยกเว้นสาขาสุวรรณภูมิ (จ.ร้อยเอ็ด) เริ่มมีการขาดแคลนน้ำแล้ว แต่ได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหา โดยการสูบทยอยน้ำจากลำห้วยเตาที่อยู่ใกล้เคียงมายังจุดสูบน้ำดิบลำน้ำเสียวใหญ่ ซึ่งมีระดับน้ำ 0.8 เมตร และจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลา (ช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00-10.00 น. และช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 17
ในปีนี้ ส่อเค้าภาคการเกษตรของประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับภาวะอากาศร้อนจัด แล้งจัด จากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El NiNo) อีกรอบ จึงอยากชวนเกษตรกรชาวนาให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง จากเดิมที่เคยทำนาที่ใช้น้ำมาก มาปลูกพืชผัก ที่ใช้น้ำน้อยแทน ภารกิจครั้งนี้ทำได้ไม่ยาก เริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชผักที่ใช้น้ำน้อย 7 ชนิด เช่น แตงกวา-แตงร้าน ฟักทอง แตงโม ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียว แฟง และ ถั่วฝักยาว ปรับดินเตรียมแปลงปลูก ลงทุนทำระบบน้ำหยด เพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ และปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่ พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอทั้งแปลง ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน บำรุงรักษาระบบง่าย แถมควบคุมวัชพืชได้ง่ายอีกต่างหาก เปลี่ยนนาข้าว เป็นแปลงผัก โกยรายได้ทั้งปี การปลูกพืชผักอายุสั้น ใช้ เงินลงทุนต่ำเพียง 4,000-5,000 บาท ต่อรุ่น แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ 2-3 รอบ ยกตัวอย่าง เช่น การปลูกแตงกวา-แตงร้าน มีระยะเวลาการปลูกรอบละ 36-40 วัน สามารถสร้างรายได้กว่า 40,000
นายจานุวัตร เลิศศิลป์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า สำนักงานชลประทานที่ 1 สรุปสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำปิงตอนบน ในเขต สชป.1 (ชม.และ ลพ.) (4 มี.ค.62) ซึ่งพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงตอนบนครอบคลุม 11 อำเภอ ใน จ.เชียงใหม่ และ 4 อำเภอ ใน จ.ลำพูน โดยเปรียบเทียบกับปี 2561 ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง สภาพน้ำท่าใกล้เคียงปี 2561 ทั้งนี้ความต้องการ (DEMAND) ในช่วงฤดูแล้ง-ปลายเดือนพฤษภาคม พื้นที่การเกษตร 161,901 ไร่ มีความต้องการใช้น้ำ 180 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) การอุปโภค-บริโภค (ประปา) มีความต้องการน้ำ 21 ล้าน ลบ.ม. และประเพณี-การท่องเที่ยว (สงกรานต์) มีความต้องการใช้น้ำ 1 ล้าน ลบ.ม. รวมปริมาณความต้องการใช้น้ำทั้งสิ้น 202 ล้าน ลบ.ม. โดยจะใช้น้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล 110 ล้าน ลบ.ม. และ Base Flow 92 ล้าน ลบ.ม. สำหรับน้ำต้นทุน (SUPPLY) ในปัจจุบันพบว่า เขื่อนแม่งัดฯ มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ที่ 230.15 ล้าน ลบ.ม. (86.85%) น้อยกว่าปี 2561 อยู่ที่ 0.34% ซึ่งการจัดสรรน้ำลงลำน้ำปิงในปี 2561 จัดสรรลง 95 ล้าน ลบ.ม. (แบบรอบเวรแบ่งเป็น 19 งวด) (ไม่มีปัญหาภัยแล้ง) ขณะที่แผนปี 2562 จะจัดสรรลงลำน้ำแม่ปิ
