ภัยแล้ง
7 พฤษภาคม 2562 – เอสซีจี โดย นายชนะ ภูมี Vice President-Cement and Construction Solution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ นายศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ร่วมกับกองทัพบก และเครือข่ายจิตอาสา ส่งมอบถังเก็บน้ำผลิตด้วยวัสดุพอลิเมอร์ “เอลิเซอร์” ของเอสซีจี จำนวน 115 ถัง ให้แก่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 ถัง และ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จำนวน 65 ถัง เพื่อช่วยเหลือเเละบรรเทาภัยแล้งระยะเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำปาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” ที่ร่วมเฉลิมพระเกียรติเเละถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ พร้อมเชิญชวนจิตอาสาระดมพลังสร้างฐานติดตั้งถังเก็บน้ำจากวัสดุรีไซเคิลที่เหลือจากการก่อสร้าง ซึ่งออกแบบโดยทีมงานเอสซีจีให้สอดคล้องกับแนวทาง SCG Circular Way หรือการใช้ทรัพยากรให้คุ
พื้นที่บ้านโนนเขวา ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เดิมทีกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่นี้เคยทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ปัญหาใหญ่ที่พบเป็นประจำทุกปีคือ เรื่องน้ำที่มีไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ทำให้เสี่ยงต่อการขาดทุน ชาวบ้านเลยหันมาปลูกพืชน้ำน้อยแทน โดยรวมกลุ่มกัน ในนาม “กลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านโนนเขวา” กลุ่มนี้เน้นปลูกผักกลุ่มผักใบ เพราะใช้น้ำน้อยกว่า เก็บเกี่ยวได้ไวกว่า ปลูกได้ทั้งปี มีตลาดรองรับ นายคำปั่น โยแก้ว เกษตรกรตัวอย่างจากกลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านโนนเขวา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้กล่าวว่า ในพื้นที่บริเวณของกลุ่มบ้านโนนเขวา จะไม่มีชาวบ้านทำนาเลย เพราะว่าทำนาต้องใช้น้ำมาก ถ้าทำนาบ้านเดียว อีกสิบบ้านก็ไม่มีน้ำทำการเกษตรกัน ชาวบ้านเลยหันมาปลูกพืชน้ำน้อยเป็นทางเลือก “ เมื่อปี 2561 ผมได้ทำนาบนเนื้อที่ 5 ไร่ ลงทุนไปประมาณ 12,000 บาท แต่เนื่องจากนาข้าวต้องใช้น้ำเยอะ และการดูแลอย่างทั่วถึง ประกอบกับภาวะอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผลผลิตที่ออกมาไม่ดี เมล็ดข้าวลีบ ไม่ได้น้ำหนัก ก็ขาดทุนไปครับ ส่วนอีกแปลงหนึ่ง บนเนื้อที่ 4 ไร่ ผมปลูกพืชน้ำน้อยในกลุ่มผักใบมีทั้ง คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดหอม ผักชี กวางตุ้ง สลับกันไป ตลาดผักของผม
นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผอ.สนง.ชลประทานที่ 6 ขอนแก่น กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พบว่า ระดับน้ำเก็บกักในอ่าง 600 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 25 น้ำใช้การได้จริง 19 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 1 เท่านั้น ทางจังหวัดได้มีประกาศเตือนไปยังเกษตรกรที่อยู่ตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำแล้ว พร้อมทั้งได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอสนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้ง และเติมน้ำเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ ถ้าฝนยังไม่ตกลงมาก็อาจต้องใช้น้ำก้นอ่าง หรือน้ำตาย (Dead Storage) เพื่อรักษาระบบนิเวศลำน้ำและสภาพแวดล้อมของเขื่อนอุบลรัตน์ พร้อมแก้ภัยแล้งในจังหวัดให้มีน้ำอุปโภค-บริโภค จนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน นอกจากนี้ เขื่อนชนบทที่อยู่ในแม่น้ำชีมีน้ำอยู่ 15 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 84 % เขื่อนขนาดกลาง จำนวน 14 แห่ง รวมแล้ว 24 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 22 % และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กใน จ.ขอนแก่น 426 แห่ง มีน้ำเหลืออยู่ 48 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 27 % รวมแหล่งน้ำใน จ.ขอนแก่น ทั้งหมดมีน้ำใช้การได้ประมาณ 107 ล้าน ลบ.เมตร สามารถบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนที่ประสบภัยแล้งมีน้ำอุปโภค บริโภค ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม มิถุนายน โดยไม่ต้องใช้น้ำ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผักชนิดต่างๆ เริ่มมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น หลังสภาพอากาศที่แล้งและร้อนจัด ประกอบกับมีน้ำในการใช้เพาะปลูกน้อยลง ส่งผลกระทบต่อสินค้าทางการเกษตร มีการเจริญเติบโตช้า ได้ไม่ผลผลิตเท่าที่ควร บางส่วนได้รับความเสียหายลำต้นแห้งตายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะมะนาวซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ช่วงนี้จึงให้ผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้มีราคาที่สูงขึ้น จากเดิมเคยขายอยู่ที่ราคา ลูกละ 1-2 บาท ปรับราคาขึ้น ลูกละ 4-5 บาท เช่นเดียวกับผักอีกหลายชนิด ที่พาเหรดปรับขึ้นราคากันเป็นจำนวนมาก นางวงเดือน พรมวิเชียร แม่ค้าขายผักสดในตลาดบางลำภู กล่าวว่า ตนได้ไปซื้อมะนาวจากตลาดศรีเมืองทอง ซึ่งเป็นตลาดค้าสดประเภทผัก ในช่วงสัปดาห์นี้ราคามะนาวเริ่มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 100-200 บาท ต่อกระสอบ ซึ่งแต่ละปีราคามะนาวก็จะแตกต่างกันออกไป ตามเกรดและขนาดของลูกมะนาว รวมไปถึงขึ้นอยู่ตามฤดูกาล ซึ่งถ้าเป็นมะนาวในช่วงฤดูแล้ง ก็จะมีราคาสูงกว่าฤดูอื่นๆ เนื่องจากมะนาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ผลผลิตของมะนาวในช่วงหน้าแล้งจึงมีน้อยลง ส่งผลให้ราคาเพิ่มสู
กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้ารับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ปล่อยคาราวานเครื่องจักร เครื่องมือเตรียมช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมบูรณาการด้านข้อมูลน้ำอย่างเป็นระบบ หวังบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรและประชาชน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการรับมือภัยแล้ง และพิธีปล่อยขบวนคาราวานเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง ณ บริเวณสนามฟุตบอล (น้ำแก้จน) กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สืบเนื่องจากนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายให้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้องมีความตื่นตัว ตระหนัก และเตรียมพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง โดยมอบหมายให้กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำฐานข้อมูลปริมาณน้ำทั้งประเทศ ความต้องการใช้น้ำ ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทานอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นรายพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ทั้งในการเตรียมความพร้อมด้าน
ภัยแล้งวิกฤต 13 เขื่อน ขนาดกลาง ไม่มีน้ำใช้แล้ว ภาคอีสานหนักสุด – สทนช. คุยประปาหาน้ำสำรองกินใช้ ภัยแล้งวิกฤต 13 เขื่อน ไม่มีน้ำ – นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) พบว่า ขณะนี้มีสาขาที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบในช่วงฤดูแล้งปี 2561/62 และการแก้ไขปัญหาและเฝ้าระวัง จำนวน 9 สาขา ได้แก่ 1. สุวรรณภูมิ (เกษตรวิสัย) จ.ร้อยเอ็ด 2. พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม 3. แม่ขะจาน (วังเหนือ) จ.เชียงราย 4. ฝาง (แม่อาย) จ.เชียงใหม่ 5. หนองบัวลำภู (นากลาง, ศรีบุญเรือง) จ.หนองบัวลำภู 6. พิมาย (เมืองคง) จ.นครราชสีมา 7. บุรีรัมย์ 8. เกาะพะงัน กำลังประเมินอาจต้องใช้น้ำสำรองและทำน้ำจืด และ 9. ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ปัจจุบัน สาขาต่างๆ ยังสามารถส่งน้ำได้ตามปกติ ยกเว้นสาขาสุวรรณภูมิ (จ.ร้อยเอ็ด) เริ่มมีการขาดแคลนน้ำแล้ว แต่ได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหา โดยการสูบทยอยน้ำจากลำห้วยเตาที่อยู่ใกล้เคียงมายังจุดสูบน้ำดิบลำน้ำเสียวใหญ่ ซึ่งมีระดับน้ำ 0.8 เมตร และจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลา (ช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00-10.00 น. และช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 17
ในปีนี้ ส่อเค้าภาคการเกษตรของประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับภาวะอากาศร้อนจัด แล้งจัด จากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El NiNo) อีกรอบ จึงอยากชวนเกษตรกรชาวนาให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง จากเดิมที่เคยทำนาที่ใช้น้ำมาก มาปลูกพืชผัก ที่ใช้น้ำน้อยแทน ภารกิจครั้งนี้ทำได้ไม่ยาก เริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชผักที่ใช้น้ำน้อย 7 ชนิด เช่น แตงกวา-แตงร้าน ฟักทอง แตงโม ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียว แฟง และ ถั่วฝักยาว ปรับดินเตรียมแปลงปลูก ลงทุนทำระบบน้ำหยด เพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ และปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่ พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอทั้งแปลง ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน บำรุงรักษาระบบง่าย แถมควบคุมวัชพืชได้ง่ายอีกต่างหาก เปลี่ยนนาข้าว เป็นแปลงผัก โกยรายได้ทั้งปี การปลูกพืชผักอายุสั้น ใช้ เงินลงทุนต่ำเพียง 4,000-5,000 บาท ต่อรุ่น แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ 2-3 รอบ ยกตัวอย่าง เช่น การปลูกแตงกวา-แตงร้าน มีระยะเวลาการปลูกรอบละ 36-40 วัน สามารถสร้างรายได้กว่า 40,000
นายจานุวัตร เลิศศิลป์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า สำนักงานชลประทานที่ 1 สรุปสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำปิงตอนบน ในเขต สชป.1 (ชม.และ ลพ.) (4 มี.ค.62) ซึ่งพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงตอนบนครอบคลุม 11 อำเภอ ใน จ.เชียงใหม่ และ 4 อำเภอ ใน จ.ลำพูน โดยเปรียบเทียบกับปี 2561 ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง สภาพน้ำท่าใกล้เคียงปี 2561 ทั้งนี้ความต้องการ (DEMAND) ในช่วงฤดูแล้ง-ปลายเดือนพฤษภาคม พื้นที่การเกษตร 161,901 ไร่ มีความต้องการใช้น้ำ 180 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) การอุปโภค-บริโภค (ประปา) มีความต้องการน้ำ 21 ล้าน ลบ.ม. และประเพณี-การท่องเที่ยว (สงกรานต์) มีความต้องการใช้น้ำ 1 ล้าน ลบ.ม. รวมปริมาณความต้องการใช้น้ำทั้งสิ้น 202 ล้าน ลบ.ม. โดยจะใช้น้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล 110 ล้าน ลบ.ม. และ Base Flow 92 ล้าน ลบ.ม. สำหรับน้ำต้นทุน (SUPPLY) ในปัจจุบันพบว่า เขื่อนแม่งัดฯ มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ที่ 230.15 ล้าน ลบ.ม. (86.85%) น้อยกว่าปี 2561 อยู่ที่ 0.34% ซึ่งการจัดสรรน้ำลงลำน้ำปิงในปี 2561 จัดสรรลง 95 ล้าน ลบ.ม. (แบบรอบเวรแบ่งเป็น 19 งวด) (ไม่มีปัญหาภัยแล้ง) ขณะที่แผนปี 2562 จะจัดสรรลงลำน้ำแม่ปิ
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า สถานการณ์ภัยแล้งจังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะลุ่มน้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่อำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอบึงนาราง และอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร ปริมาณน้ำลดระดับลงและมีสภาพแห้งขอดตลอดทั้งสาย เหลือเพียงน้ำที่ขังตามเกาะแก่งต่างๆ รวมถึงเกิดสันดอนทรายกลางแม่น้ำ ทำให้สามารถเดินเท้าข้ามไปมาหากันระหว่างสองฝั่งแม่น้ำได้อย่างสบายๆ เนื่องจากแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ำเหมือนกับลุ่มน้ำอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบหรือกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้ แม้ว่าช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำจำนวนมาก รวมถึงเกิดปัญหาอุทกภัยอย่างซ้ำซากก็ตาม นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ 4 อำเภอ ของจังหวัดพิจิตร ต่างก็เร่งไถพรวนดินเพื่อทำนาเพาะปลูกข้าวฤดูกาลนาปรังครั้งที่สองอีกนับแสนไร่ หลังจากปีนี้ราคาข้าวเปลือกเจ้ามีราคาดีเฉลี่ย ตันละ 7 พัน 6 ร้อยบาท ถึงตันละ 8 พันบาท จึงเป็นแรงจูงใจให้ชาวนาหันมาทำนาเพาะปลูกข้าวกันมากยิ่งขึ้น โดยต่างคนต่างเร่งสูบน้ำจากแม่น้ำยมขึ้นไปใส่ในแปลงนาหรือกักเก็
เขื่อนอุบลรัตน์-สิรินธร-จุฬาภรณ์ วิกฤตหนัก เหลือน้ำใช้แค่ 5-8% กรมอุตุฯ เตือนปีนี้ฤดูร้อน-แล้งมาเร็วและนานกว่าทุกปี อุณหภูมิจะพุ่งอีก 1-2 องศา ขอนแก่นหนักสุด น้ำเหลือน้อยมาก สภาอุตสาหกรรมหารือด่วนกระทรวงพาณิชย์ “ข้าว-มัน-น้ำตาล” ผลผลิตลดหวั่นกระทบเป้าส่งออก 1.6 หมื่นล้านเหรียญ เกษตรฯ สั่งงดทำนาปรังรอบ 3 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย ปี 2562 จะเริ่มใน วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ไปจนกระทั่งถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2562 โดยฤดูร้อนปีนี้จะร้อนมากกว่า ปี 2561 และร้อนมากกว่าปกติอีก 1-2 องศาเซลเซียส โดยฤดูร้อนจะมาเร็วและนานมากกว่าทุกปี ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เขื่อนอีสานวิกฤต สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้จัดประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเมื่อเร็วๆ นี้และได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (เขื่อน) ทั่วประเทศขณะนี้ อยู่ที่ 48,280 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น ร้อยละ 68 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 24,738 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 52) เทียบกับ ปี 2561 (52,142 ล้า
