มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย รศ.ดร.ธานินทร์ คงศิลา รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และยุทธศาสตร์ ผศ.ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มสมบุญชัย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สิน รศ.ดร.สุรีย์ เจียรณ์มงคล รักษาการแทนคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ และ รศ.ดร.วรัทยา ธรรมกิตติภพ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาคุณภาพและงานวิจัย สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่เยี่ยมชมโซนกิจกรรม “อุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สู่ความยั่งยืนทางสุขภาพ” และร่วมชมแฟชั่นโชว์ “นีโอ-ล้านนา” ณ อาคารวิทยบริการ สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ จัดกิจกรรมโซน “อุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สู่ความยั่งยืนทางสุขภาพ” ภายในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ใกล้โซน C เทคโนโลยีก้าวไกล โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมด้านสุขภาพ การแพทย์ นวัตกรรม และ
สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายกว่า 23 หน่วยงาน เตรียมจัดกิจกรรม ภายใต้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อส่งเสริมอาชีพ ในงาน “เกษตรแฟร์” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชวนคนไทยมาอัปสกิลทักษะอาชีพ และดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ภายใต้ธีม “ล้านนาตะวันออก: จากพระปณิธาน สู่เกษตรสร้างสรรค์ สุขภาพยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายครอบคลุม 3 มิติการเรียนรู้ ได้แก่ การแพทย์และพยาบาล อาหารและความเป็นอยู่ และมิติทางด้านการเกษตร รศ.ดร.วีระเกษตร สวนผกา ผอ.สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวว่า “สำนักฯ ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้เป็นแหล่งพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชน มีบทบาทในการบริการวิชาการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัย ซึ่งในงานเกษตรแฟร์ปีนี้ นำเสนอแนวคิดหลัก คือ “ล้านนาตะวันออก: จากพระปณิธาน สู่เกษตรสร้างสรรค์ สุขภาพยั่งยืน” ด้านรศ.ดร.วรัทยา ธรรมกิตติภพ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาคุณภาพและงานวิจัย ในฐาน
Facebook: ศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านนกแอ่นกินรัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการบ้านนกแอ่น เกษตรกร และผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมฟรี! (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ในหัวข้อ “การจัดการบ้านนกแอ่นกินรังตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี”ภายใต้กรอบ KU Standard ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ซึ่งกิจกรรมฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวเป็นลักษณะ อบรมแบบ On-site และ Online (Webex) กิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ งานเกษตรแฟร์ 2569 มีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการจัดการบ้านนกแอ่นกินรัง (KU Standard และ มกษ. 6918-2568) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการในการยื่นคำขอรับรองการปฏิบัติที่ดีสำหรับบ้านนกแอ่นกินรัง และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์และการจัดการฟาร์มสมัยใหม่ เนื้อหาการอบรมประกอบด้วย 1. แนวคิดและหลักการจัดการบ้านนกแอ่นกินรังตามมาตรฐาน 2. กระบวนการพัฒนาและจัดทำมาตรฐาน 3. ขั้นตอนการประเมินและการรับรอง 4. แนวทางการนำมาตรฐานไปใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับกิจกรรมอบรมครั้งน
ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิตรังนกไม่ต่ำกว่า 200 ตันต่อปี จากการเก็บรังนกจากธรรมชาติและธุรกิจรังนกเลี้ยง หรือคอนโดนก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป มูลค่าตลาดรังนกไทยไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดรังนกสำคัญ เพราะคนจีนเชื่อในสรรพคุณรังนกว่าสามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เกิดเหตุการณ์สินค้ารังนกด้อยคุณภาพเล็ดลอดเข้าไปยังประเทศจีน รัฐบาลจีนจึงออกนโยบายตรวจสอบคุณภาพรังนกอย่างเข้มงวด ส่งผลกระทบไปหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ต้องคัดกรองมาตรฐานสินค้ารังนกนางแอ่นให้สูงขึ้น โดยกำหนดกฎเกณฑ์ในการวัดคุณภาพ 10 ข้อเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสุขลักษณะและโภชนาการเพื่อประเมินมูลค่าและป้องกันปัญหาการทุจริตสินค้า เช่น การตรวจสอบประเภทรังนก พ่อค้ารับซื้อรังนกถ้ำในราคาสูงกว่ารังนกที่มาจากคอนโดนกหลายเท่าตัว เพราะมีปริมาณที่น้อยกว่าและมีวิธีการเก็บเกี่ยวที่ซับซ้อนยากกว่ารังนกที่มาอาคาร การกำหนดมาตรฐานของสีรังนก โดยรังนกสีเหลืองทอง มีราคาแพงที่สุด เกรดรองลงมาคือ รังนกสีแดง และรังนกสีขาว ที่สามารถพบเห็นได้ท
ไฮไลต์ “การใช้ประโยชน์ด้วยการบริโภค” เป็นแนวทางสำคัญในการจัดการและควบคุมประชากร “ปลาต่างถิ่น” โดยเฉพาะ ปลาหมอคางดำ (Blackchin tilapia) ทีมนักวิจัยของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองเห็นการวิจัยพัฒนาแปรรูปปลาเพื่อส่งเสริมการ “กินเพื่อคุมและกำจัด” ขยายวงกว้างขึ้น และมีผลลัพธ์ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของชุมชน จึงได้พัฒนากระบวนการแปรรูป “เนื้อปลาฟู” ให้อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์ขั้นต้น (Raw material) ที่สามารถนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าในรูปผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค ช่วยส่งเสริมให้การบริโภคปลาชนิดนี้ง่ายและหลากหลายยิ่งขึ้น โดยเนื้อปลาฟูดังกล่าวเก็บได้นานถึง 6 เดือนในสภาวะอุณหภูมิห้อง พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในพื้นที่ห่างไกล ปลาหมอคางดำจัดเป็นปลาต่างถิ่นที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่อาหารจานหลัก ของกินเล่น น้ำพริก ไปจนถึงน้ำปลา หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปในครัวเรือนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมและการเฝ้าระวังในการเคลื่อนย้ายปลา ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่อาจจะเข้าถึงปลาหมอคางดำนี้ได้ค่อนข้างยาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำนโยบายที่มุ่งเน้นการให้บริการอย่างเป็นเลิศ ด้วยความร่วมมือครั้งสำคัญกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาพนักงานสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแล่เนื้อ – แล่ปลา ที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและการพัฒนาสกิลพนักงานสู่การเติบโต นางสาวยิ่งลักษณ์ นิพนธ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด กล่าวว่า โก โฮลเซลล์ เป็นบริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งที่ผ่านมา เราได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ ซึ่ง โก โฮลเซลล์ ได้ดำเนินการต่อยอดด้วยการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในสองหลักสูตรเฉพาะทางภายใต้โครงการ FRESHTINATION ประกอบด้วย หลักสูตร “มาตรฐานการดูแลคุณภาพเนื้อและการตัดแต่งอย่างมืออาชีพ” และ หลักสูตร “มาตรฐานการดูแลคุณภาพปลาและการตัดแต่งแบบมืออาชีพ” ที่ได้ม
สตรอเบอร์รี่ ผลสีแดงสดรสชาติเปรี้ยวหวาน เนื้อแน่น อร่อย มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน เป็นหนึ่งในผลไม้ยอดนิยมของคนไทย จัดเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ ที่น่าสนใจลงทุน สตรอเบอร์รี่สามารถให้ผลผลิตได้ในระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมรวมพื้นที่การผลิตทั้งประเทศมากกว่า 3,000 ไร่ต่อปี สตรอเบอร์รี่ ให้ผลผลิตสูง สร้างรายได้ดี เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ทั้งการบริโภคผลสด และใช้ในเชิงอุตสาหกรรมแปรรูป ปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถปลูกสตรอเบอร์รี่ได้ในพื้นที่ราบและบนที่สูง ทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เทือกเขาในอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ฯลฯ บนพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งมีสภาพอากาศหนาวเย็นพอเหมาะตลอดทั้งปี มีศักยภาพสูงมากสำหรับการผลิตสตรอเบอร์รี่ ให้ผลออกนอกฤดูกาลได้ มูลนิธิโครงการหลวง ได้ส่งเสริมให้ ชาวไทยภูเขาปลูกสตรอเบอร์รี่ เป็นพืชทางเลือก สร้างอาชีพและรายได้ให้ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับทุนวิจัยในการศึกษาพัฒนาการปลูกสตรอเบอร์รี่ โดยนำสตรอเบอร์รี่พันธุ์ต่าง ๆ เข้ามามากมาย เพื
ในปี 2567 ปัญหาวิกฤตโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกิดความแปรปรวนร้อนสลับเย็น บางช่วงเจอสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง ส่งผลกระทบทำให้มะพร้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย มีผลผลิตลดลงกว่าครึ่ง สวนมะพร้าวหลายแห่งในพื้นที่ภาคกลาง เช่น อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ฯลฯ ประสบปัญหามะพร้าวผลลีบ(ผลทุย) ทำให้ผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรลดลง ลักษณะอาการมะพร้าวผลลีบ ผลกระทบจากภาวะโลกรวน มักทำให้ต้นมะพร้าวมีปัญหาการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจน โดยผลมะพร้าวมีลักษณะยาวรี เมื่อผ่าดูด้านในพบว่ากะลามีขนาดเล็ก น้ำและเนื้อน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย บางผลอาจมีเพียงแค่เปลือก ไม่พบกะลา ผลการศึกษาวิจัยของกรมส่งเสริมการเกษตรพบว่า มะพร้าวผลลีบ มักเกิดจากมะพร้าวขาดอาหารสะสม หรือธาตุอาหารไม่เพียงพอในการเจริญเติบโตและพัฒนาของผล จึงส่งผลให้ผลมะพร้าวไม่สมบูรณ์หากเกษตรกรมีการดูแลและให้สารอาหารที่เพียงพอแก่ต้นมะพร้าวจะช่วยให้ผลเติบโตสมบูรณ์และได้ผลผลิตที่ดีขึ้น! ผลลีบในมะพร้าว ถือเป็นเรื่องปกติ ศาสตราจารย์เก
ปัจจุบันมีกระแสข่าวการแพร่ระบาดของสัตว์มีชีวิตต่างถิ่นที่เรียกว่า“เอเลียนสปีชีส์” (Alien Species) ในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ปลาซัคเกอร์ ปลาหมอมายัน ปลาหมอบัตเตอร์ และปลาหมอสีคางดำ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร มีการแย่งพื้นที่ขยายพันธุ์และแย่งแหล่งอาหาร กับพันธุกรรมสัตว์น้ำดั้งเดิมของประเทศไทย ทำให้เกิดความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศในวงกว้าง จึงนำเสนอเรื่องนี้ให้ผู้คนเห็นความสำคัญ และร่วมมือกันแก้ปัญหาเอเลียนสปีชีส์อย่างจริงจังไปพร้อมๆ กัน ดร.สรณัฏฐ์ ศิริสวย หัวหน้าศูนย์บริหารงานวิจัยและสนับสนุนวิชาการ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า กลุ่มเอเลี่ยน สปีชีส์ (Alien Species) เช่น ปลาซัคเกอร์ ปลาหมอสีคางดำ ปลาหมอมายัน และ ปลาหมอบัตเตอร์ ความจริงเป็นสายพันธุ์ปลาสวยงามจากต่างประเทศที่นำเข้ามาเลี้ยงในไทยนานแล้ว ก่อนที่กรมประมงออกประกาศห้ามนำเข้าและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 13 ชนิดดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2564 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำที่หายาก และป้องกันระบบนิเวศ กรณีปลาสวยงามดังกล่าวได้หลุดรอดออกสู่ธรรมชาติและมีก
ผศ.ดร.นันทิภา พันธุ์สวัสดิ์ ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron หรือ Blackchin tilapia)อยู่ในความสนใจของสังคมมามากกว่า 1 ปีแล้ว ในประเด็นการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติและแนวทางการกำจัดออกจากแหล่งน้ำของไทย กรมประมงยังคงติดตามและประเมินผลของมาตรการกำจัดและควบคุมปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” และการปล่อยปลานักล่าในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาใช้ประโยชน์ ทั้งการนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ การทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนปรุงและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เนื้อปลาดิบมีสีขาวอมชมพู เมื่อสุกจะมีเนื้อสีขาว เนื้อแน่น ไม่เละง่าย และมีไขมันต่ำ ความสมบูรณ์และกลิ่นรสของเนื้อปลาขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ เช่น ลักษณะของแหล่งน้ำ ความสมบูรณ์ของอาหารในแหล่งน้ำ และการดูแลหลังการจับ ปลาหมอคางดำที่อาศัยในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มมักมีกลิ่นรสดีกว่า เนื่องจากไม่มีกลิ่นโคลน ขณะ
