ยางพารา
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือชาวสวนยางภาคตะวันออก ในโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ณ ที่ว่าการอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ว่า กระทรวงเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์การตลาด และราคายางอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำมาเป็นระยะ โดยรัฐบาลมีนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ที่มุ่งหวังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางในระยะเร่งด่วน ในช่วงที่ราคายางส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยาง และคนกรีดยางเพื่อสนับสนุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรชาวสวนยาง และช่วยเหลือค่าครองชีพคนกรีดยาง อีกทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้สามารถร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพยาง และยกระดับราคาให้เป็นไปตามที่ทุกฝ่ายคาดหวัง นายกฤษฎากล่าวว่า การมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางภาคตะวันออก ในโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง รายละ 1,800 บาท/ไร่ รายละไม่เกิน 15 ไร่ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวน
จับตาภาคเกษตรไทย ปี 62 ข้าวไปได้สวย- ‘ยาง’ ยังต้องลุ้น – “ภาคเกษตร” อำลาปี 2561 ด้วยอาการสะบักสะบอม ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง แต่ภาครัฐยังคงเดินหน้าปฏิรูปภาคการเกษตร ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและมีคุณภาพมาตรฐานมากขึ้น การขับเคลื่อนของภาครัฐ ภายใต้การกุมบังเหียนของ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปี 2561 ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร มีการขยายตัว 4.6% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาขาพืช ขยายตัว 5.4% สาขาปศุสัตว์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.9% สาขาประมงขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.0% สาขาบริการด้านการเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.0% และสาขาป่าไม้ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับปี 2560 ผลผลิตด้านการเกษตรหลายตัวดีขึ้น อาทิ ผลผลิตข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย ทุเรียน และเงาะ โดย ข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน ยางพารา สินค้าปศุสัตว์ที่สำคัญทุกชนิดเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไก่เนื้อ สุกร โคเนื้อ ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ สาข
เกษตรจี้จ่ายเงินชาวสวนยาง ให้ทันฉลองปีใหม่ ล็อตแรก 27-29 ธ.ค. กยท.ประเดิมงวดแรก 161 ล้านบาท นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในทีประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯว่า ได้สั่งการให้เร่งจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ที่ได้ลงทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประมาณ 10% หรือประมาณ 1 แสนรายทั่วประเทศ ภายในวันที่ 27-29 ธ.ค.2561 เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ช่วยเหลือสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพเกษตรกรชาวสวนยางและคนกรีดยางภายใต้วงเงินเกือบ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยช่วยเหลือเป็นเงิน 1,800 บาทต่อไร่ ไม่เกินรายละ 15 ไร่ ให้แบ่งจ่ายกับเจ้าของสวน 1,100 บาท และคนกรีด 700 บาท “รอบแรกที่ลงทะเบียนแล้วควรจ่ายเงินให้ชาวสวนก่อนปีใหม่ ภายใน 27-29 ธ.ค.นี้ และให้กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็งเร่งรวบรวมยางพารา เพื่อปรับตัวเป็นผู้ส่งออก แข่งกับ 5 เสือให้ได้” ด้านนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการด้านบริหาร กยท.กล่าวว่า หลังรัฐบาลมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางตลอ
ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สถานการณ์ด้านราคาที่ตกต่ำลงช่วงหลายปี ที่ผ่านมา กับผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ทำให้ชาวสวนยางประสบปัญหาหนัก รัฐบาลต้องผลักดันหลากหลายมาตรการเพื่อยกระดับราคายางให้สูงขึ้น ทั้งการแปรรูปเพื่อส่งออก การคิดค้นนวัตกรรมถนนจากยางพารา กระตุ้นให้เกิดการใช้ยางพาราในระดับชุมชน ลดปริมาณยางพาราที่จะออกสู่ตลาด การเสวนา “ถนนยางพาราดินซีเมนต์ ทางรอดของการใช้ยางพารา” ภายในงานวันยางพารา จังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2562 ซึ่งจัดโดยจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ และหน่วยงานราชการกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดมุมมองส่องอนาคตยางพาราไทย “นิพนธ์ คนขยัน” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จากช่วงที่ผ่านมาแม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำตามข้อเสนอ แก้ปัญหาข้อจำกัดเรื่องการใช้ยางภายในประเทศ ที่ยังไม่มีระเบียบให้ท้องถิ่นซื้อน้ำยางพาราไปทำถนน ล่าสุดแม้มีหนังสือสั่งการออกมากำ
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ และจังหวัดบึงกาฬ เจ้าภาพหลักในการจัด “งานวันยางพารา บึงกาฬ 2562” ได้เปิดเวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน ในหัวข้อ “วิสาหกิจชุมชนยางพาราต้นแบบ” โดย คุณธนวนิช ชัยชนะ ประธานวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง จังหวัดบึงกาฬ ต้นแบบประชารัฐ จังหวัดบึงกาฬ คุณธนวณิช ชัยชนะ หรือ “คุณอ๊อด” เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่สวมหมวกหลายใบในฐานะ ประธานเกษตรแปลงใหญ่ จังหวัดบึงกาฬ และเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง ขณะเดียวกัน คุณอ๊อด ยังมีธุรกิจส่วนตัว ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีแก้วรับเบอร์เทค จำกัด คุณอ๊อด มีอาชีพทำสวนยางพารา 76 ไร่ ในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ยางก้อนถ้วยมีปัญหาโดนกดราคารับซื้อจากพ่อค้าคนกลางมาโดยตลอด คุณอ๊อดจึงรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในท้องถิ่น นำน้ำยางสดมาแปรรูปเป็นยางแผ่นออกจำหน่าย ปรากฏว่า ขายได้ราคาดีและมีผลกำไรมากขึ้น ต่อมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินกิจกรรม “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง เป็นหนึ่งในสถ
นายเรืองยศ เพ็งสกุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจผู้แปรรูปยางพารารมควันภาคใต้ ซึ่งมีเครือข่ายประมาณ 200 โรง เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคายางพาราได้ขยับขึ้นมา วันละ 1 บาท/กิโลกรัม (กก.) ซึ่งในกลุ่มมีการรับซื้อน้ำยางสดอยู่ที่ 36 บาท/กก. ซึ่งเดิมเคยประมาณการไว้ว่าราคาจะไหลลงมาอยู่ที่ 25 บาท/กก. ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ดันราคาขึ้นมาจากการที่รัฐบาลมีโครงการใช้ยางพาราภายในประเทศเพิ่มขึ้น เช่น โครงการนำน้ำยางสดมาทำถนนถนนยางพาราซอยล์ซีเมนต์ หรือถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร กว่า 84,000 หมู่บ้าน ทั่วประเทศ ประกอบกับภาคใต้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถกรีดยางพาราได้ และอีก 3 เดือนข้างหน้าจะถึงฤดูกาลปิดหน้ายาง ซึ่งจะทำให้ยางพาราหดหายไปจากตลาดเป็นจำนวนมาก “ทิศทางในปีถัดๆ ไป จึงมีแนวโน้มราคายางพาราจะขยับขึ้น จากนโยบายการเพิ่มใช้ยางพาราภายในประเทศ หากราคาได้ขยับขึ้นไปเท่ากับต้นทุนการผลิตที่ 63 บาท/กก. ตามที่ทางการกำหนด จะเป็นการดีมากต่อเศรษฐกิจไทย” นายเรืองยศ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางกลุ่มชาวสวนยางพารากำลังดำเนินการ กรณีที่รัฐบาลให้การสนับสนุนช่วยเหลือ 1,800 บาท/ไร่ ปรากฏว่ากรณีสวนยางพาราที่โดนเป็น
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ขณะนี้ราคายางพาราเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเป็นทิศทางเดียวกับตลาดล่วงหน้าต่างประเทศ โดยวันนี้ราคายางแผ่นดิบเฉลี่ย อยู่ที่ 39.64 บาท/กก. หลังจากก่อนหน้านี้เฉลี่ยต่ำสุด อยู่ที่ 38.07 บาท/กก. และราคายางแผ่นรมควันเฉลี่ย อยู่ที่ 43.19 บาท/กก. หลังจากก่อนหน้านี้เฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ ประมาณ 40.30 บาท/กก. โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ปัจจัยสนับสนุนให้ราคายางมีแนวโน้มดีขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการเร่งด่วนของภาครัฐ ทั้งโครงการบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรชาวสวนยาง โครงการสร้างถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร โครงการส่งเสริมสถาบันเกษตรกรให้มีบทบาทรักษาเสถียรภาพราคายาง มาตรการช็อปช่วยชาติ 2561 นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการยางในประเทศมีความต้องการยางอย่างต่อเนื่อง “นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและพอใจที่ราคายางเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว อย่
คุณบุญนาค ศรีสว่าง ปราชญ์ชาวบ้านและเกษตรกรดีเด่นของจังหวัดบึงกาฬ นับเป็นบุคคลตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการทำสวนเกษตรผสมผสาน ช่วยกระจายความเสี่ยงการลงทุน ทำให้เขาไม่ขาดแคลนรายได้ เมื่อเผชิญหน้ากับภาวะราคายางพาราตกต่ำในวันนี้ ดังนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดบึงกาฬซึ่งเป็นผู้จัดงานวันยางพาราบึงกาฬ 2562 จึงได้เชิญ คุณบุญนาค มาเป็นวิทยากรเวทีปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อแบ่งปันความรู้ ในหัวข้อ “จัดสรรสวนยางพารา สร้างรายได้หลักแสนต่อปี” เมื่อวันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561 คุณบุญนาค เป็นอดีตทหารอากาศ ที่ลาออกมาทำอาชีพเกษตรกรรม เพราะใจรัก ที่ผ่านมา เขามีรายได้หลักจากอาชีพการทำสวนยางพารา และมีรายได้เสริมจากการทำสวนผลไม้ที่ปลูกแบบผสมผสาน แต่วิกฤตราคายางตกต่ำในทุกวันนี้ ทำให้ตัวเลขรายได้จากธุรกิจสวนผลไม้กำลังวิ่งแซงหน้ารายได้ธุรกิจสวนยางไปเสียแล้ว คุณบุญนาค เริ่มต้นทำสวนผลไม้ ตั้งแต่ปี 2518 โดยปลูกละมุดพันธุ์มะกอก มะพร้าวน้ำหอม เขาเป็นเกษตรกรคนแรกที่นำต้นเงาะโรงเรียนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาปลูกที่จังหวัดบึงกาฬ เมื่อ 40 กว่าปีก่อน (สมัยนั้นอำเภอศรีวิไล อยู่ในจังหวัดหนองคาย) จนหลายคนหาว่าเขาบ
กยท. จับมือ อาลีบาบา เปิดตลาดกลางยางพาราออนไลน์ ซื้อง่ายๆ แค่คลิก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเพิ่มช่องทางการซื้อขายยางพารารูปแบบใหม่ เน้นจุดเด่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อประมูลยางพาราได้โดยตรง กยท. จับมือ อาลีบาบา – นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อาลีบาบา (ผู้ประกอบการเว็บไซต์ขายส่งสินค้ารายใหญ่ของโลก) ได้เข้าหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อหาแนวทางการจัดตั้งตลาดซื้อขายยางแบบส่งมอบจริงผ่านระบบออนไลน์ในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการยางพาราของประเทศจีน ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายช่องทางการตลาด เนื่องจากปัจจุบันตลาดซื้อขายยางในประเทศไทยมีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบตลาดสัญญาซื้อขายยางพาราล่วงหน้า และระบบตลาดกลางยางพารา ดังนั้น การจัดตั้งระบบการซื้อขายยางพาราออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเพิ่มช่องทางการซื้อขายยางพารารูปแบบใหม่ เน้นจุดเด่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อประมูลยางพาราได้โดยตรง และนัดเวลาการส่งมอบสินค้าได้ตามความต้องการ โดย กยท. จะทำหน้าที
ปลัดเกษตรฯ เปิดใช้ถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ภายในศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย ตามมาตรการเร่งรัดการใช้ยางพารา พร้อมตั้งเป้าขยายผลกว่า 50 แห่ง ทั่วประเทศ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดใช้ถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ตามมาตรการเร่งรัดการใช้ยางพารา โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐของกรมการข้าว ณ ศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางพารากว่า 4 ล้านตัน/ปี และกว่า 90% ส่งออกต่างประเทศ ทำให้ประสบปัญหาราคาผันผวน จนปัจจุบันมีราคาตกต่ำลงอย่างมากเมื่อเปรียบราคาต้นทุนที่รัฐบาลประเมินไว้ รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ โดยการแปรรูปยางพาราให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือใช้เป็นส่วนผสมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมในการทำถนนลาดยาง เพื่อสร้างสมดุลของราคายางพาราในตลาด ควบคู่กับการออกมาตรการต่างๆ มารองรับ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราและลูกจ้างในสวนยางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่า กรมการข้าว จะมีภารกิจดูแลชาวนาทั่วประเทศ แต่ก็ยังมีส่วนร่วมในการทำโครงการที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ในการเร่งรัดการใ
