ยางพารา
คุณพัฒนะ มีพรหม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ) สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า ภายในจังหวัดบึงกาฬมีเกษตรกรที่ทำสวนยางพาราขึ้นทะเบียนอยู่จำนวน 8 แสนกว่าไร่ ซึ่งการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักของประชากร รองลงมาคือการทำนา 4 แสนกว่าไร่ เน้นปลูกเพื่อบริโภคเองภายในครัวเรือนเท่านั้น ดังนั้น ในเรื่องของราคาจำหน่ายผลผลิตข้าวจึงไม่มีปัญหาเท่ากับยางพารา โดยการจำหน่ายยางพาราส่วนใหญ่ของเกษตรกรเป็นการจำหน่ายยางแบบยางก้อนถ้วย ราคารับซื้อปัจจุบันอยู่ที่ 15-17 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งอนาคตในจังหวัดบึงกาฬจะมีการสร้างโรงงานรับซื้อน้ำยางจากเกษตรกรมากขึ้นด้วยการสร้างโรงงานเพิ่ม ก็จะทำให้เกษตรกรมีทางเลือกในการจำหน่ายยางพารา จากเดิมที่เป็นยางก้อนถ้วยก็พัฒนาจำหน่ายเป็นแบบน้ำยางที่มีราคามากกว่า 30 บาท ต่อกิโลกรัม “ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรภายในพื้นที่บึงกาฬ ยังใช้แรงงานภายในครอบครัวช่วยกันทำงานอยู่ จึงทำให้ต้นทุนการผลิตไม่สูง เพราะปริมาณการทำสวน ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เกษตรกรสามารถทำกันเองได้ภายในครัวเรือน ส่วนพื้นที่เหลือจากนั้น ก็จะมีการปลูกพืชแซมเข้ามาเสริม โดยเฉพาะในเรื่อง
13-19 ธ.ค. 61 เจอกันที่ “งานวันยางพาราบึงกาฬ 2562” อลังการตระการตา มหกรรมยางพารายิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ แวะชมทุกโซน ลุ้นโชคได้ทุกวัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ผนึกกำลังร่วมกับ จังหวัดบึงกาฬ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัด งานวันยางพาราบึงกาฬ 2562” ระหว่าง วันที่ 13-19 ธันวาคม 2562 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ภายใต้แนวคิด “บึงกาฬ ศูนย์กลางยางพารา เศรษฐกิจก้าวหน้า การค้าก้าวไกล” ซึ่งเป็นงานยางพาราเอ็กซ์โปครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศที่จะพัฒนาสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมยางพาราระดับอาเซียนในอนาคต การจัดงานในครั้งนี้ อัดแน่นด้วยสาระความรู้ด้านยางพารา หวังส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ในทุกมิติ ไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ “โซนเปิดโลกยางพารา นวัตกรรมการค้าและการลงทุน” ที่มุ่งนำเสนอการต่อยอดยางพาราสู่นวัตกรรมใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในหลากหลายรูปแบบ เช่น สนามฟุตซอล ที่ผลิตจากยางพารา 100% บึงกาฬโมเดล มุมนิทรรศการ “บึงกาฬโมเดล” สะท้อนความรักความสามัคคีของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดบึงกาฬ ที่รวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ “บึงกาฬรับเบอร์กรุ
นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนธันวาคม 2561 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรที่เป็นพืชหลักสำคัญ ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.06-0.16% โดยอยู่ที่ราคา 7,975-7,983 บาท/ตัน เพราะมีความต้องการจากผู้ประกอบการ เพื่อส่งมอบสินค้าให้กับประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ข้าวเปลือกหอมมะลิ จะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.73-5.83% อยู่ที่ราคา 15,614-16,404 บาท/ตัน เนื่องจากนโยบายในการรักษาเสถียรภาพราคาของภาครัฐ และสต๊อกข้าวของผู้ส่งออกข้าวลดลง จึงเร่งซื้อข้าวหอมมะลิที่กำลังออกสู่ตลาดเพื่อส่งออกให้กับผู้ซื้อต่างประเทศ ส่วน ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.26-2.82 % อยู่ที่ราคา 9,335-9,479 บาท/ตัน เนื่องจากนโยบายในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวของภาครัฐ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.5-1.5% อยู่ที่ราคา 8.28-8.36 บาท/กก. เนื่องจากสิ้นสุดช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิต
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) เปิดเผยว่า การแก้ไขวิกฤตราคายางพารา ตามแนวทางช่วยเหลือชาวสวนยาง จากโครงการสร้างความเข้มแข็งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนค่าครองชีพ โดยเฉพาะการใช้น้ำยางสดสร้างถนนพาราซอยล์ซีเมนต์ทุกหมู่บ้าน ใช้งบกว่า 1 แสนล้านบาท อาจจะมีผลกระทบกับการกำหนดราคาซื้อขายยางพารากับประเทศมาเลเซีย หากรัฐบาลทำให้โครงการมีผลเป็นรูปธรรมจะทำให้ราคายางสูงขึ้น ขณะที่ประเทศมาเลเซียได้เปลี่ยนจากผู้ผลิตเป็นผู้บริโภคน้ำยางข้นจากไทยปีละประมาณ 7 แสนตัน ทำให้ปัจจุบันมาเลเซียเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยางพาราของโลก และไม่ต้องการให้ราคายางในประเทศไทยสูงขึ้น เพราะต้องซื้อน้ำยางข้นจากไทยในราคาสูง “ระหว่าง วันที่ 11-14 ธันวาคมนี้ จะมีการประชุมไตรภาคียางพาราที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีตัวแทนจากไทยเข้าร่วมประชุม ตามแถลงการณ์ร่วมบาหลีระดับรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2544 ให้มีการจัดตั้งองค์การความร่วมมือไตรภาคียางพารา 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยมีกลไกความร่วมมือจากบริษัทร่วมทุนยางพ
คุณชัยวุฒิ สังข์สน หัวหน้ากองส่งเสริมและพัฒนายาง การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า บทบาทและหน้าที่ของการยางแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนและช่วยเหลือให้กับเกษตรกร ทั้งในรูปแบบการให้ความช่วยเหลือแบบงบให้เปล่าและรูปแบบของการให้กู้ยืมตามพระราชบัญญัติ เพื่อช่วยส่งเสริมให้การผลิตยางของเกษตรกรไทยมีคุณภาพมากขึ้น เป็นการพัฒนาผลผลิตคุณภาพ โดยเกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย สามารถนำเงินงบประมาณช่วยเหลือในส่วนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ซึ่งการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬยังมีการช่วยเหลือในเรื่องของการโค่นสวนยางพาราเก่า ปลูกต้นยางพาราใหม่ โดยทำการจัดหาสารปรับปรุงบำรุงดิน พร้อมทั้งจัดหาต้นพันธุ์ยางพาราที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปให้กับเกษตรกร เพื่อช่วยในการลดต้นทุนการผลิตให้มากขึ้น “นอกจากในเรื่องของการช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตในด้านต่างๆ แล้ว ในปี 2562 กยท.ยังมีโครงการลดต้นทุนการผลิตในเรื่องของการใช้ปุ๋ยสั่งตัดให้กับสมาชิกที่มีพื้นที่ปลูกยางพาราใหม่ ซึ่งปุ๋ยสั่งตัดจะช่วยให้เกษตรกรได้นำปุ๋ยไปใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตามค่าวิเคราะห์ดินของสวนยางเกษตรกรเอง ก็จะช่วยให้ต้นทุนการ
กรมชลประทานพอใจผลงานโครงการไทยนิยมยั่งยืนขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น แก้ปัญหาสังคม สร้างมั่นคงในระดับพื้นที่ สั่งเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน รับซื้อน้ำยางเกษตรกรแล้วจำนวน 848.59 ตันมาใช้ทำถนนยาวกว่า 400 กม. พร้อมจ้างงานภาคเกษตรกรรมทะลุเป้าเกือบหมื่นราย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการไทยนิยมยั่งยืนของกรมชลประทานว่า ขณะนี้ ได้ทำการเบิกจ่ายงบประมาณแล้วร้อยละ 42 หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท โดยนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน การส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ และการจ้างแรงงานชลประทาน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบประชารัฐ โดยการวิเคราะห์ปัญหาความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับการนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทานนั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการฟื้นฟูแหล่งน้ำชลประทานเพื่อบรรเทาเหตุอุทกภัยและภัยแล้ง โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดพื้น
จากสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำมาถึงขีดสุดในช่วงเวลานี้ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราได้รับผลกระทบไม่น้อยทีเดียว อาจเรียกได้ว่าราคาขายถูกกว่าต้นทุนการผลิตก็ว่าได้ เนื่องจากในหลายๆ สวนมีการจ้างแรงงานจึงส่งผลทำให้มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และที่สำคัญมีการปลูกเป็นแบบพืชแบบเชิงเดี่ยว ทำให้มีรายได้เข้ามาเพียงช่องทางเดียว ผลที่ตามมาคือการทำสวนยางพาราเสมอตัวหรือไม่ก็ขาดทุนจนเกิดภาระหนี้สิน แต่ด้วยสถานการณ์และวิกฤตที่เกิดขึ้น จึงเป็นบทเรียนส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางพารามีการปรับตัว โดยปรับเปลี่ยนทำสวนแบบลดต้นทุนการผลิต แต่ต้นยางพารายังให้ผลผลิตที่มีคุณภาพเหมือนเดิม จึงสร้างผลกำไรแม้จะมีบางช่วงที่ราคาขายยางพาราตกต่ำก็ตาม เหมือนเช่น คุณจำปี เอกพล อยู่บ้านเลขที่ 129 หมู่ที่ 4 ตำบลเหล่าทอง อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ได้คิดหาวิธีผลิตยางพาราแบบลดต้นทุนภายในสวนของเธอ โดยนำน้ำหมักและสารชีวภัณฑ์ต่างๆ เข้ามาช่วยจนประสบผลสำเร็จ ทำให้การขายยางพาราแต่ละครั้งมีผลกำไร คุณจำปี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนยึดอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง และเมื่อทำมาได้ระยะหนึ่งต้นทุนการผลิตไร่มันเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นจึงได้มีการปร
น.สพ.ดร. สมพร พรวิเศษศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า เกษตรกรภายในจังหวัดส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกยางพารามากที่สุดทางภาคอีสาน ส่วนของด้านการทำปศุสัตว์นั้นยังมีจำนวนเกษตรกรน้อยรายที่ทำอย่างจริงจัง แต่จะเน้นทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้หลังจากว่างจากการทำสวนยางเสียมากกว่า เช่น การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่งวง โคเนื้อ และ แพะ เพื่อให้มีรายได้เสริมเข้ามาช่วยในช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำ เกิดเป็นรายได้หลากหลายทิศทางในการประกอบสัมมาอาชีพ “การทำปศุสัตว์ของเกษตรกรที่นี่ ต้องบอกก่อนว่าส่วนใหญ่ ทำเป็นเชิงอาชีพเสริมรายได้ เพราะเกษตรกรยังยึดอาชีพทางด้านยางพาราอยู่ ในช่วงราคายางพาราตกต่ำมาไม่กี่ปีนี้ ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เช่น การเลี้ยงไก่งวง และการเลี้ยงแพะในสวนยางพารา เมื่อการเลี้ยงประสบผลสำเร็จจำนวนผู้เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น เกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพื่อให้มีความเข้มแข็งทางการตลาด ดังนั้น ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ จึงได้มีการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรได้มีทางเลือกทางด้านปศุสัตว์ ทำเป็นอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่เน้
ไผ่เป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้า โดยไผ่ได้ชื่อว่าเป็นหญ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ไผ่เป็นพืชสารพัดประโยชน์สำหรับเกษตรกร เนื่องจากทุกส่วนของไผ่เราสามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ ส่วนของหน่อใช้เป็นอาหาร บริโภคได้ทั้งหน่อสดและเอาไปดองเพื่อถนอมอาหาร ส่วนลำต้นสามารถใช้เป็นไม้ใช้สอยได้ต่างๆ นานา ทำค้างสำหรับพืชไม้เลื้อย ทำรั้วบ้าน ทำด้ามจอบด้ามพร้า สานตะกร้ากระบุง ทำเครื่องเรือน หรือสร้างบ้านได้แทบทั้งหลัง แม้แต่ใบก็เอามาทำปุ๋ยได้ ในสมัยก่อนเราพึ่งพาไม้ไผ่ในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ปัจจุบันแม้ไผ่ธรรมชาติจะลดน้อยลงไป แต่สำหรับเกษตรกรการปลูกไผ่ไว้ในสวนของตัวเองเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อหาได้มากทีเดียว เพราะในปัจจุบันไม้ไผ่ที่ตัดขายตามร้านค้ามีราคาแพงมาก ดังนั้น การปลูกใช้เองเป็นการดีที่สุดสำหรับเกษตรกรในยุคนี้ ยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจในภาคใต้ จากสภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้ราคายางเคลื่อนไหวแพงบ้างถูกบ้าง และในช่วง 2-3 ปีมานี้ ยางมีราคาถูกมาก ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งโค่นยางทิ้งเมื่อถึงอายุ และมักจะมองหาพืชชนิดอื่นปลูกทดแทนยาง เช่น ปาล์มน้ำมัน สะละ ทุเรียน มังคุด กล้วย แล้วแต่ความถนัด บางสวนก็โค่นย
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีนโยบายเน้นย้ำให้ภาครัฐเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำยางพาราภายในประเทศให้มากขึ้น โดยนำไปใช้ในกิจกรรมหรือสาธารณประโยชน์ต่างๆ นั้น ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด และการยางแห่งประเทศไทย ที่ประจำในแต่ละจังหวัด ว่า จะมีการเชิญประชุมนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดแผนการใช้ยางพาราทำถนนในเขตพื้นที่ของจังหวัด และในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประกอบกับกำหนดแผนการใช้ยางพาราสำหรับทำถนนนั้นมี 2 ประเภท ได้แก่ 1) พาราแอสฟัลติก (Para Asphaltic) และ 2) พาราซอยซีเมนต์ (Parasol Cemen) โดยส่วนใหญ่จะเน้นทำพาราซอยซีเมนต์ เพราะเป็นถนนในหมู่บ้าน ส่วนพาราแอสฟัลติก คือถนนใหญ่ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการขอแบบแปลนกลาง (แบบประเมินราคากลาง) คาดว่าแบบรับรองโครงสร้างถนนพาราแอสฟัลติกจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้ออกหนังสือสั่งการไปยัง อปท. ให้นายก อปท. สามารถ
