ยางพารา
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ พร้อมด้วยนายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน เลขานุการเครือข่ายฯและนายวิรัตน์ อันตรัตน์ กรรมการเครือข่ายฯและตัวแทนจาก จ.ปัตตานี และจ.สุราษฎร์ธานี รวมจำนวน 5 คน เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อเข้าพบกับ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงกลาโหม เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หรือมติครม. แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องใช้วิธีแทรกแซงราคายางเหมือนที่ผ่านมา นายประทบ กล่าวว่า การเดินทางขึ้นกรุงเทพของเครือข่ายสถาบันฯ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมเหตุผลแนวทางดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรีประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 44 หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นมาตรการทั้ง 5 ข้อ ตามที่เครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ ประกอบด้วย 1. ให้ทุกหน่วยงานกำหนดสเปคการสร้างและซ่อมถนนลาดยางทุกเส้นทาง ให้ผสมยางพายางร้อยละห้ากับยางมะตอยคือ เป็นผิวถนนแบบพาราแอสฟัลต์คอนกรีต แทนที่จะเป็นผิวถนนแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ที่มีมาตรฐานและราคากำหนดไว้แล้ว โดยกำหนดให้หน่อยงานที่สร้างหรือซ่อ
กยท.เปิดทางจีน ‘ชิโนเคม-ไห่งหนาน-เหินฟง’ กินรวบยางไทย หลังอินโดฯ-มาเลย์เมินร่วมมือไทยลดส่งออก ขอลืมอดีตผิดสัญญาเบี้ยวจ่าย ชี้ไม่โดนแบล๊กลิสต์ยังซื้อขายได้ หวังเพิ่มผู้ซื้อในตลาด ดันราคาพุ่ง นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า กยท.ได้เรียก บริษัท ชิโนเคม (SINOCHEM) และ บริษัท ไชน่าไห่หนานรับเบอร์อินดัสทรี กรุ๊ป จำกัด 2 บริษัทของประเทศจีนเข้าหารือ เพื่อเจรจาซื้อ-ขายยางผ่าน กยท. โดยให้ กยท.เป็นผู้รวบรวมปริมาณยางพารา ทั้งนี้ การซื้อ-ขายยางรอบใหม่จะไม่ทำสัญญายาว แต่จะทำสัญญาเดือนต่อเดือน ซื้อ-ขายตามราคาตลาด ขณะนี้ อยู่ระหว่างสรุปปริมาณความต้องการยางของผู้ซื้อ โดยยางที่ 2 บริษัทของประเทศจีนต้องการเป็นยางแท่ง และยางแผ่นรมควัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถซื้อ-ขายและส่งมอบยางล็อตแรกในเดือนกรกฎาคมนี้ “ยอมรับในตลาดยางไทยไม่มีใครแล้ว เลยต้องเชิญ 2 ผู้ซื้อจีนที่ในอดีตผิดนัดสัญญาซื้อ-ขายและส่งมอบยางพารากับ กยท. อย่างน้อยถือเป็นการเพิ่มผู้ซื้ออีกครั้ง การเจรจาซื้อ-ขายยางรอบนี้ ไม่เกี่ยวกับสัญญาเดิม ถือว่าจบแล้วไทยฟ้องร้องไปแล้ว ส่วนการซื้อ-ขายรอบใหม่เป็นเรื่องใหม่ มันเป็นธุรกิจ” นาย
เมิ่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเครือข่าย 9 องค์กร ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ชะลอการใช้กฎหมายแรงงาน และขอให้พิจารณาออกคำสั่งคุ้มครอง จนกว่าผู้ประกอบการจะหาแรงงานใหม่มาทดแทน นายมนัสกล่าวว่า เนื่องจากการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.2560 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันถัดมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการผลิตยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อสร้างค่าราคาของน้ำยางพาราให้กับเกษตรกรโดยส่วนใหญ่ ทั้งนี้ จะต้องผ่านการผลิตตามขั้นตอน คือ ผลิตแผ่นยางดิบและรมควัน และคัดแยกชนิดยางตามชั้นมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตรซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ฝีมือแรงงานที่ผ่านการทำงานมาเป็นที่แน่ใจ เพราะโรงงานรมยางรายย่อยจำนวนมากใช้แรงงานต่างด้าว อาจต้องปิดตัว เพราะผลกระทบจากมาตรา 44 ที่ออกประกาศให้กฎหมายแรงงานฉบับใหม่บังคับใช้เพื่อป้องกันแรงงานทาส การเรียกร้องเราไม่ได้ร้องให้ยกเลิกกฎหมาย เพื่อเป็นปรปักษ์กับรัฐ แต่ร้องเพื่อคุ้มครองขยายเวลา และต้องการให้หน่ว
ผู้ว่า ฯกยท.ลงพื้นที่จ.ระยองทำความเข้าใจ เกษตรกร พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาราคายางให้ มีเสถียรภาพ พร้อม นำแผ่นยาง ที่ได่จากการศึกษาวิจัย ผลิตภัณฑ์ยางสร้าง สนามเด็กเล่น โรงเรียนชนบท นาย ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ระว่า เดินทาง ลงพื้นที่ที่ จ. ระยอง โดย ได้ ลงพื้นที่ ที่ อ. บ้านค่าย เพื่อ ดู ความคืบหน้าในการ ส่งเสริมการโค่นต้น และ ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่มีความเหมาะสม รวมทั้งการ แปรู ผลิตภัณฑ์จากยางพาราในพื้นที่ ขณะเดียวกันยัง ได้ เดินทางไปทำความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกร ชาวสวนยาง ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย จ. ระยอง จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ทาง รัฐาลได้มีการการ ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมา ทาง กยท. ได้ มี แนวทางแก้ปัญหาราคายาง ร่วมกับภาคเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และภาคเอกชน กระทรวงเกษตรฯ โดยได้ เตรียมประกาศตั้งพนักงาน กยท. ใช้อำนาจตาม มาตรา 41 พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ยังมีแนวทางที่จะส่งเสริมแปรรูปยางสู่ผลิตภัณฑ์รวมทั้งการ ผลักดันใช้ยางภายในประเทศให้เป็นรูปธรรม ด้วยการเร่งรัดให้แต่
“หมอนยางพารา” สหกรณ์ฯหนองครก เมืองตรังยอดขายพุ่งเดือนละล้าน “จีน-ลาว” ออร์เดอร์ไม่อั้น เตรียมเพิ่มไลน์ผลิตที่นอน-ของใช้เด็กอ่อน ด้านสหกรณ์จังหวัดตรังอัดงบฯอีก 4.2 ล้าน สร้างอาคารเก็บผลิตภัณฑ์รองรับกำลังการผลิตเพิ่ม นายมนัส หมวดเมือง ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่สหกรณ์ฯบ้านหนองครก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ราย ได้ดำเนินการแปรรูปยางพาราเป็นหมอนยางพารา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดตรังกว่า 12.85 ล้านบาท ในการซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต พร้อมโรงงาน และเริ่มดำเนินการผลิตเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ผลิตภัณฑ์หมอนจากยางพารา ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สหกรณ์ฯบ้านหนองครก สามารถทำยอดขายหมอนยางพาราได้เฉลี่ยเดือนละกว่า 1 ล้านบาท มีกำลังการผลิตประมาณ 400 ใบต่อวัน หรือเดือนละกว่า 12,000 ใบ ใช้น้ำยางสดที่รับซื้อจากเกษตรกรเป็นวัตถุดิบในการผลิตมากกว่าวันละ 9-10 ตัน จำหน่ายแบบขายส่งใ
วันที่ 23 มิ.ย. 60 นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) กล่าวว่า ตนได้เสนอในที่ประชุมร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรสวนยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) ที่ผ่านมา ให้นำยางพารามาทำถนนลาดยางไปทั่วประเทศ ประมาณ 84,000 หมู่บ้าน และทำถนนดินพาราซีเมนต์ “ถนนพาราซีเมนต์ใช้น้ำยางสด ส่วนถนนลาดยางพาราแอสฟันด์ติก ใช้ยางแห้ง สร้างหมู่บ้านละ 1 กิโลเมตร / ปี โดยใช้ยางประมาณ 2.7 ตัน / 1 กม. เป็นการใช้ยางทันทีทั่วประเทศ 260,000 ตัน ส่วนถนนพาราซีเมนต์ใช้ลูกรังบดอัด ใช้น้ำยางสด 12,000 กก. / 1 กกม.ซึ่งใช้แล้วที่ จ.บึงกาฬ” นายทศพล กล่าวว่าปัญหาขณะนี้ที่จากการปรึกษากับ อบจ.นครศรีธรรมราช มีเหตุผลว่า ไม่สามารถใช้ยางพาราทำถนนได้ ติดอยู่กับกฎกระทรวง ที่ให้ใช้ยางมะตอยแอสฟันด์ติก ดังนั้นจะต้องแก้กฎกระทรวง ให้เป็นพาราแอสฟันด์ติก ซึ่งในการสทำถนนจะต้องนำยางพารามาผสม และจะเป็นที่ถูกต้องตามกฎหมาย “ผู้มีอำนาจเต็มที่จะแก้ คือนายกรัฐมนตรี ขอให้นายกรัฐมนตรีทำเพื่อชาวสวนยาง นำมาตรา 44 มาดำเนินการ ยางพาราจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ดี และชาวสวนยางทั่วปร
พ่อค้า นักธุรกิจนั่งไม่ติด ราคายางผันผวนทุบกำลังซื้อวูบหนักหมื่นล้าน การค้าขายหลายจังหวัดเงียบเหงา ยอดขายสินค้าซบเซาอีกระลอก วอนรัฐบาลทำงานเชิงรุก เร่งวิจัย/แปรรูปเพิ่มการใช้ยางในประเทศจริงจัง จี้ปลดล็อกทีโออาร์จัดซื้อจัดจ้างให้นำยางพารามาผสมทำถนนได้ แนะเกษตรกรชาวสวนยางอย่าทำพืชเชิงเดี่ยว ควรปลูกพืช-เลี้ยงสัตว์เพิ่มรายได้ นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคใต้ เนื่องจากยางพาราเป็นรายได้หลักของเกษตรกร โดยในแต่ละปีมีน้ำยางพาราออกสู่ตลาดประมาณ 3 ล้านกว่าตันทั่วประเทศ และเมื่อราคายางพาราลดลงทุก ๆ 10 บาท/กิโลกรัม (กก.) จะส่งผลให้มูลค่าลดลงไปกว่า 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้มองว่าราคายางควรจะอยู่ที่ 70 บาทขึ้นไป/กก. เกษตรกรจึงจะสามารถปรับตัวและผ่านไปได้ แต่หากราคาสูงถึง 90 บาท/กก.จะดีมาก แต่อาจจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสต๊อกยางของโลกยังมีอยู่ ทั้งนี้มองว่าหากรัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังในการนำงบประมาณมาวิจัย(Research)เพื่อหาวิธีการนำยางไปเป็นผลิตภัณฑ์ตั้งต้นในการทำผลิตภัณฑ
ชาวใต้โดน 2 เด้ง ราคา “ยาง” “ปาล์ม” ร่วง ชาวสวนปาล์มน้ำมันภาคใต้ เสนอซื้อและจ่ายเงินกับชาวสวนปาล์มโดยตรง วันที่ 21 มิย. 60 นายโอภาส หนูชิต ประธานกรรมการ สหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันภาคใต้ เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้เดินทางมาพบและมีการพูดคุยกับชาวสวนปาล์มในพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.กระบี่ แก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำ กก.ละ 3.40 บาท มาประมาณ 1 เดือน นายโอภาสกล่าวว่ารัฐบาลได้นำเอาเงินจาก อคส. มาแทรกแซงราคาประมาณ 300 ล้านบาท โดยซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน แต่แกนนำชาวสวนปาล์มทั่วภาคใต้ได้คัดค้าน เสนอให้ อคส.แทรกแซงราคาโดยซื้อและจ่ายเงินโดยตรงกับชาวสวนปาล์มน้ำมัน “หากราคาสูงกว่ารัฐบาลก็ไม่ต้องจ่าย เพราะการซื้อกับโรงงานอุตสาหกรรม ราคาปาล์มน้ำมันราคาก็ไม่ได้ขยับขึ้น ราคาที่ต่ำแล้วกลับไปขายราคาที่สูง ถามว่าใครเป็นผู้ออกแบบการตลาด ที่ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อชาวสวนปาล์มน้ำมัน” รายงานราคายางราคาท้องถิ่น รอบล่าสุดในระยะ 4-5 วันนี้ ที่ก่อนนั้นราคาได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 53 บาท ต่อ กก. สำหรับบางพื้นที่บางพ่อค้า และขึ้นอยู่กับค่าดีอาร์ซี. แ
กรมวิชาการเกษตร ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ยาง ส่งทีมเฉพาะกิจเช็คปริมาณยางให้สอดคล้องความเป็นจริง ดึงเจ้าหน้าที่ กยท. เสริมทีม หวังใช้เป็นข้อมูลแก้ปัญหาราคา ป้องกันการเก็งกำไรในตลาด ส่งผลกระทบราคาซื้อขายยางจริงของเกษตรกร นายสุวิทย์ ขัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคายางที่ตกต่ำในขณะนี้ กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 ได้รับข้อสั่งการจาก พล.อ ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 3 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมยางซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของการยางแห่งประเทศไทยเพิ่มเติม เพื่อร่วมกันออกตรวจสอบสต๊อกยางของโรงทำยางและ ผู้ค้ายางที่ขออนุญาตตาม พ.ร.บ. ควบคุมยาง 2542 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจำหน่ายยาง และปริมาณยางคงเหลือของสถานประกอบการเกี่ยวกับยาง เพื่อตรวจสอบว่ามีรายละเอียดสอดคล้องกับที่เคยแจ้งให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบในแต่ละเดือนตามที่ พ.ร.บ.ควบคุมยางฯ กำหนดหน้าที่ให้ผู้ค้ายางต้องทำบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจำห
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 โดยมอบหมายให้ กยท.เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยาง 2542 ซึ่งจะทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ในการตรวจสอบปริมาณยางในสต๊อก การนำเข้าและส่งออกยาง หรือที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของปริมาณยางในตลาดที่มีอยู่จริง ป้องกันปัญหาการบิดเบือนข่าว การกักตุนสินค้าหรือทุบราคายาง นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของ พ.ร.บ.ควบคุมยาง 2542 กรมวิชาการเกษตรต้องประสานกับ กยท. เรื่องการตรวจสอบปริมาณยางในสต๊อกและการนำเข้าส่งออก รวมถึงสอดคล้องกับศุลกากร แต่กฎหมายควบคุมยางไม่ได้ลงรายละเอียดจำแนกการซื้อขายยาง แต่จะต้องสามารถบอกได้ว่าซื้อมาเท่าไร และขายไปเท่าไร แล้วรวบรวมตัวเลขให้เป็นไปตามเงื่อนไข พ.ร.บ.ควบคุมยาง 2542 ซึ่งจะรวบรวมทุกวันที่ 10 ของเดือนถัดไป ซึ่งผู้ค้ายางทุกรายต้องส่งข้อมูลมาที่กรมวิชาการเกษตร ทั้งหมดต้องอยู่ในระบบเพื่อออกใบผ่านศุลกากร โดยเดือนที่ผ่านมาสต๊อกของเอกชนอยู่ที่ 5 แ
