ยางพารา
สัมภาษณ์พิเศษ “ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี” ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งเป็น ยักษ์ยางพาราของโลก ด้วยจำนวนโรงงานมากถึง 35 แห่งใน 3 ประเทศ ครองส่วนแบ่งการตลาด 12% พร้อมทั้งตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2.9 ล้านตันในปีนี้ และยังรั้งอันดับ 1 ใน 5 ผู้ผลิตถุงมือยางทางการแพทย์รายใหญ่ของโลกอีกด้วย วันนี้กลุ่มศรีตรังฯก็ยังคงมีเป้าหมายที่จะเติบโต รองรับดีมานด์ยางจากทั่วโลก ด้วยเป้าหมายรายได้รวมที่ใกล้จะทะลุ 1 แสนล้านบาท ขณะที่ยางพาราจัดเป็นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาขึ้น-ลงตลอดเวลา จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของผู้ส่งออกยางในขณะนี้ “วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล” กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เปิดใจเป็นครั้งแรกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมยางพารา Q : ปลูกยาง 5 หมื่นไร่ภาคเหนือ วีรสิทธิ์เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจกลุ่มศรีตรังฯในช่วงปี 2560-2561 ว่า ในส่วนของธุรกิจต้นน้ำ คือ การปลูกยางพารา มีเป้าหมายปลูกยางในภาคเหนือ 50,000 ไร่ ตอนนี้ปลูกไปแล้วราว 80% ต้องรอให้ต้นยางโต 7 ปี ซึ่งได้เริ่มทยอยเปิดกรีดลอตแรกเมื่อปลายปี 2558 ซึ่งที่ผ่าน
นายไชยยศ สินเจริญกุล นายกสมาคมยางพาราไทย และ กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ว่า 5 เสือผู้ส่งออกยางรายใหญ่ จะได้ร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อผลักดันราคายางให้สูงขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ทำให้ราคายางเพิ่มสูงขึ้นได้เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และการที่ราคากลับมาร่วงลงอีกครั้งนี้ ขอยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากการทุ่มราคาของกลุ่ม 5 เสืออย่างแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันมีกลุ่มกองทุนต่างชาติขนาดใหญ่ ได้เข้าไปเก็งกำไรทุ่มซื้อและกดราคายางพาราในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ จำนวนถึง 6 ล้านตันต่อวัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่มหาศาลมาก เมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตยางที่สามารถผลิตได้เพียง 12 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้ราคายางพาราในขณะนี้ร่วงลงเรื่อยๆ “การที่ราคายางร่วงลงในขณะนี้ กิดจากการที่กลุ่มกองทุนต่างชาติ ขนาดใหญ่ได้ใช้เงินจำนวนมหาศาล เข้ากว้านซื้อยางพารา กว่า 6 ล้านตันต่อวัน ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินมหาศาล ซึ่งแม้ว่าทาง 5 เสือ จะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของประเทศ แต่เมื่อเทียบกับเงินทุนต่างชาติแล้ว คงไม่มีความสามารถและเงินทุนพอที่เข้าไปแข่งเกมส์นี้ คงต้องฝากความหวังไว้ที่รั
กยท.แจงประเด็น การส่งเสริม-สนับสนุนให้มีการปลูกแทน ยันบริหารเงินกองทุนพัฒนายางพาราตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 บนพื้นฐานประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรชาวสวนยาง จากกรณีมีการระบุว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) การดำเนินการตามโครงการโค่นยางพาราปีละ 4 แสนไร่ ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท และต้องมีการสมทบ 40% จากการใช้เงินรายได้ ที่หักจากการจำหน่ายยางส่งออกหรือเงินเซส (CESS) แต่ กยท.ไม่ได้จ่ายเงินชดเชยให้เป็นเงินสด กลับจ่ายทดแทนเป็นต้นกล้าและปุ๋ยแทน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.มีนโยบายในการส่งเสริมให้โค่นยางพาราปีละ 4 แสนไร่ เป็นกระบวนการในการบริหารจัดการซัพพลายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานให้เกิดขึ้นกับตลาดโลก ซึ่งเกษตรกรที่ดำเนินการโค่นยางเก่า กยท.จะมีกองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในการนำไปปลูกแทน ร้อยละ 40 ของเงินกองทุนพัฒนายางพาราเท่านั้น ปัจจุบัน กยท.ให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน จำนวน 200,457 ราย คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1.98 ล้านไร่ โดยในจำนวนน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันที่ 13 มิถุนายนนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียม 4 มาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางพารา ตามมติของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ประกอบด้วยมาตรการขยายเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อ วงเงิน 10,000 ล้านบาท อีก 1 ปี สิ้นสุด 31 มีนาคม 2561 มาตรการขยายระยะเวลาโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง (เพิ่มเติม) ออกไปอีก 90 วัน รองรับเกษตรกรตกค้าง 11,460 หมื่นครัวเรือน อีก 2 มาตรการ คือ ขยายระยะเวลาโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และ โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ออกไปถึงเดือนพฤษาคม 2563 และมาตรการขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาท ออกไปเป็นเดือนพฤษภาคม 2560- เมษายน 2562 โดยรัฐบาลช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารในอัตราไม่เกิน 3% โดยใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ราคายางเริ่มป
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย เปิดเผยว่า ในเวลา 13.00 น.วันนี้ กลุ่มองค์กรยางใต้ทุกองค์กรประกอบด้วย 1.สมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย 2.กลุ่มผู้แปรรูปยางพารารมควันลุ่มน้ำตาปี 3.กลุ่มวิสาหกิจผู้ประกอบกิจการยาง 4.กลุ่มรับซื้อน้ำยางจากเกษตรกร 5.กลุ่มผู้ค้ายางรายย่อย 6.กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง 7.กลุ่มเกษตรกรผู้แปรรูปยาง 8.ภาคีเครือข่ายยางและปาล์ม รวมตัวกันที่สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เข้าร่วมหารือเพื่อแจ้งความต้องการ และประสานงานให้ผู้มีอำนาจมารับทราบปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาเรื่องราคายางตกต่ำในขณะนี้โดยด่วน “ ขอช่องทางให้มีการพูดคุยระหว่างผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ กับ ตัวแทนเกษตรกรและผู้แปรรูปรายย่อย เนื่องจากในเวลานี้มีผู้ประสบกับความเดือดร้อนจากวิกฤติ “ต้มยำยาง” ไม่ว่าจะเป็นชาวสวน ผู้รับซื้อน้ำยาง-เศษยาง ผู้แปรรูปยางแผ่นดิบ-แผ่นรม หรือแม้แต่กลุ่มสหกรณ์โรงรม ต่างฝ่ายต่างก็มีบริบทความเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่ากัน ภายหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีการประชุม 9 องค์กรเครือข่ายยางใต
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านคลองโตนพัฒนา จำกัด ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งประกอบเป็นวิสาหกิจชุมชน กำลังประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อยางจากเกษตรกร เพื่อนำมาแปรรูปยางพารา หลังจากราคายางผันผวนอย่างหนัก ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ชาวสวนยางที่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปยางอัดก้อน GMP ซึ่งเป็นยางที่ได้มาตรฐานที่สุดสำหรับการส่งออก ต้องหยุดการรับซื้อยางแผ่นรมควัน เพื่อนำมาแปรรูปอัดก้อนชั่วคราวมานานนับเดือน นายเคียง คีรีรักษ์ ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านคลองโตนพัฒนา จำกัด ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ กล่าวว่า สหกรณ์บ้านคลองโตนพัฒนา เป็นโรงงานยางมาตรฐานอัดก้อน GMP ขณะนี้ไม่สามารถที่จะขายได้ เพราะถูกทุบราคาจากพ่อค้าผู้ส่งออก แม้แต่ การยางแห่งประเทศไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้แก้ปัญหา ทำให้สถาบันเกษตรกรได้เลย จนประสบปัญหาการขาดทุน ทำให้ไม่สามารถนำออกไปขายได้ ต้องรอจนกว่าราคาจะปรับสูงขึ้น หรือหน่วยงานภาครัฐแก้ปัญหา นายเคียงกล่าวว่า ขณะนี้สถาบันเกษตรกรขาดเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากเป็นสถาบันเกษตรกรเล็กๆ ทำให้ไม่มีเงิน ที่จะ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ สมาชิกสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) จากทั่วประเทศ จะยื่นข้อเสนอถึงการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อการปฏิรูปการยางแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะการดำเนินการตามโครงการโค่นยางพาราปีละ 4 แสนไร่ ใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท มีการสมทบ 40% จากการใช้เงินรายได้ ที่หักจากรจำหน่ายยางส่งออกหรือเงินเซส (CESS ) ที่ผ่านมาพบว่า กยท.ไม่ได้จ่ายเงินชดเชยให้เป็นเงินสด แต่จ่ายทดแทนเป็นต้นกล้าและปุ๋ย ซึ่ง กทย.อ้างว่าหากจ่ายเงินสดเกษตรกรที่ร่วมโครงการอาจนำไปจ่ายผิดวัตถุประสงค์ แต่จากการตรวจสอบพบว่าในกระบวนการการจัดซื้อปุ๋ยของผู้เกี่ยวข้อง อาจมีปัญหาจากการทุจริต มีการเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจให้กลุ่มทุนในบอร์ดการยาง นายสุนทรกล่าวว่า ขณะนี้มีแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ โดยเรียกร้องให้แก้ไขระเบียบ กยท. เพื่อให้พี่น้องชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิทั่วประเทศ สามารถจดทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางตามมาตรา 4 ได้ แต่ระยะเวลา 2 ปี หลังจา
ราคายางเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ยางแผ่นดิบที่ซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่นอยู่ที่ กก.ละ 64.40 บาท น้ำยางสดหน้าโรงงาน กก.ละ 65 บาท ขณะที่ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยางแผนดิบอยู่ที่ กก.ละ 66.35 บาท และยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ กก.ละ 67.27 บาท แต่วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ยางแผ่นดิบที่ซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่นเหลือ กก.ละ 51.60 บาท น้ำยางสดเหลือ กก.ละ 53.50 บาท ราคาประมูลที่ตลาดกลาง อ.หาดใหญ่ ยางแผ่นดิบเหลือ กก.ละ 53.35 บาท และยางแผ่นรมควันเหลือ กก.ละ 57.07 บาท รวมระยะเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ราคายางแผ่นดิบและน้ำยางสดลดลงค่อนข้างมากกว่า 10 บาท/กก. ในขณะที่ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ซึ่งสามารถเก็บได้นานกว่าลดลงประมาณ กก.ละ 10 บาท ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคายางลดลงอย่างรวดเร็วมาจากค่าเงินบาทแข็ง ค่าสูงสุดในรอบ 23 เดือนที่ 33.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แทนที่จะอ่อนค่าจากการคาดการณ์ว่าเฟดหรือธนาคารกลางของสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ย ในเดือนนี้ ส่วนประเทศต่าง ๆ ในเอเชียล้วนแข็งค่าเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเงินวอนของเกาหลีใต้แข็งค่า 7.9% นับจากต้นปีที่ผ่านมา เงินเหรียญไต้หวัน 7.2% และรูเป
วันที่ 7 มิถุนายน 2560 ได้มีผู้ใช้ชื่อ “วรวุฒิ เพชรทอง” ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยขอให้คนที่อ่านแล้วช่วยแชร์ข้อความถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมนำภาพเผารถตำรวจเมื่อครั้งประท้วงเรื่องยางพารา ที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ข้อความระบุ ช่วยแชร์ ให้นายกที ฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ผู้ทรงเกียรติ ที่ร่ำรวยกันล้นฟ้า ให้มองลงมาแก้ปัญหาชาวสวนยางบ้าง รัฐบาลนี้อะไรหนักหนา ปัญหาราคายางพาราไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง รัฐบาลไม่เคยสนใจด้วยซ้ำ ตอนนี้เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อนมาก ร้อนจนอยู่ในบ้านไม่ติด เดือดร้อนแบบนี้กลางถนนมันน่านอน นอนไม่นอนเปล่าจะไล่รัฐบาลด้วย ช่วงนี้ยางพารา มีผลผลิตน้อย หนำซ้ำฝนตก แต่ยางพาราถูก มีที่ไหน คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา คับคุณจำได้ไหมคับว่า สมัย ยิ่งลักษณ์ ปัญหาแรกเริ่มคืออะไร ก่อนจะมีการชุมนุมของ กปปส. ปัญหามาจากราคายางพารานี้แหละ คับ อย่าคิดว่าประชาชนคนใต้จะกลัวทหารนะคับท่านประยุทธ์ ใช้สมองคิดคับ ย้ำนะ!!ใช้สมองคิด ถ้าบริหารประเทศแล้วประชาชนลำบาก ข้าวของแพง คนทั้งประเทศเดือดร้อน จะอยู่เสนอหน้าทุกวันทำไม่ ออกเถอะคับ อย่าให้ต้องไล่ อ
การยางแห่งประเทศไทยเร่งผลักดันมาตรการรองรับฤดูกาลเปิดกรีดวอนพี่น้องชาวสวนยาง อย่าเร่งขายยางหากราคาไม่อยู่ในระดับที่น่าพอใจอาจส่งผลกระทบต่อราคายางในตลาด คาดภายในสัปดาห์นี้ราคายางขยับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเชิงบวกทางเศรษฐกิจทั่วโลก ขอให้พิจารณาข้อมูล และติดตามสถานการณ์ราคายางอย่างใกล้ชิด ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)กล่าวถึงสถานการณ์ยางพาราในช่วงสัปดาห์นี้ว่า ในช่วงต้นสัปดาห์มีการปรับตัวลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อม ทั้งจากผู้ประกอบการชะลอการซื้อขายยาง และนักลงทุนมีความกังวลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางของสหรัฐอเมริการวมถึงราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตน้ำมันของสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมัน อย่างไรก็ตาม กยท.คาดว่าในช่วงสัปดาห์นี้ ราคายางน่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง และปริมาณสต๊อกยาง ณ ตลาดเซี่ยงไฮ้ ลดลงจากสัปดาห์ก่อน รวมไปถึงปริมาณยางที่ยังเข้าสู่ตลาดน้อยเพราะผลกระทบจากปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องทางภาคใต้ของประเทศไทย อีกทั้งตามรายงานธนาคารโลกคาดการณ์กา
