ยางพารา
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 เปิดอบรมพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจการเกษตรอาสาภาคใต้ ชูตัวอย่าง ผู้ประสบความสำเร็จ กล้าคิดและตัดสินใจ พลิกวิกฤตราคายางพาราตกต่ำ ให้เป็นโอกาส หันมาปลูกพืชผสมผสาน 6 ชนิด จำนวน 1,300 ต้น พร้อมนำศาสตร์ของพระราชามาเป็นแนวคิด ในการทำการเกษตร ประกอบกับแนวคิดเชิงนวัตกรรม ส่งผลให้ผลผลิตออกมาอย่างสม่ำเสมอ ได้คุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการสัมมนาโครงการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) เพื่อขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ของพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของศกอ. ในพื้นที่ ให้เป็นแกนนำและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรยุคไทยแลนด์ 4.0 สำหรับองค์ความรู้สำคัญที่ ศกอ. ต้องมีเพื่อพัฒนาศักยภาพนั้น สศก. ได้ให้ความสำคัญให้ครอบคลุมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านนโยบายของภาครัฐเพื่อให้ก้าวทันสถานการณ์ ตั้งแต่ภาคเกษตรไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาภาคการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่สำคัญ ศกอ. จะต้องเป็นผู้ชี้
ผู้ว่า กยท.กลับลำ ยืนยันเปิดประมูลยางครั้งที่ 4 วันที่ 21-22 มี.ค.นี้ กลุ่มเกษตรกร-พ่อค้าสต๊อกยางส่อขาดทุนระนาว เหตุราคายางขึ้น-ลงวูบวาบเกินไป ระบุหลังประมูลครั้งก่อนทุบราคาหล่นกว่า 20 บาท/กก. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ลงนามเรื่องยืนยันการประมูลขายยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 และมีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้สนใจเข้าร่วมประมูลยางดังกล่าว พร้อมทั้งมีประกาศของการยางแห่งประเทศไทยยืนยันการประมูลขายยางดังกล่าว โดยมีสาระดังนี้ ตามที่มีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เรื่องการเลื่อนประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 ซึ่งอาจทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง กยท.จึงขอยืนยันว่าการดำเนินการประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 21-22 มีนาคม 2560 มิได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แหล่งข่าววงการยางพาราเปิดเผยว่า การประชุมของคณะอนุกรรมการระบายสต๊อกยางพาราของ กยท.เรื่องการเปิดประมูลยางในโกดังหลายแห่งที่ภาคใต้ ครั้งที่ 4 จำนวน 1.2 แสนตัน เมื่อวันที่ 9
กยท.ลั่นเดินหน้าขายยางต่อหลังราคาร่วงจนต้องเบรกประมูลลอตสุดท้าย 1.2 แสนตันกลางเดือน มี.ค.นี้ออกไป ด้าน “ฉัตรชัย-จินตนา” กำชับเข้มหวั่นผู้ไม่หวังดีกดราคา ให้ทบทวนช่วงเวลาขายยางลอตสุดท้ายใหม่ นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ กยท.ทบทวนการระบายยางในสต๊อกรัฐบาลที่เหลืออยู่ประมาณ 1 แสนตัน จากยางสต๊อกรัฐที่มีทั้งหมดประมาณ 3.1 แสนตัน เพราะเห็นว่าราคายางแกว่งตัวในทิศทางที่ลดลงกับราคาตลาดโลก แต่ส่วนตัวเชื่อว่าการปรับตัวลดลงของราคายางไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เห็นได้จากตลาดจีนมีการแกว่งตัวลดลงประมาณวันละ 2-3 บาท/กก. จึงน่าจะเป็นการปรับฐานเพื่อรอการดีดกลับรับช่วงฤดูปิดกรีดที่ยางจะไม่ค่อยออกสู่ตลาดแล้ว “สต๊อกยางภาครัฐขณะนี้เหลือประมาณ 1 แสนตัน และขายไปแล้ว 2 แสนตัน ขายได้ลอตแรกราคา 69 บาทต่อ กก.ขายลอต 2 ได้ราคาประมาณ 72-73 บาท/กก. รวมประมาณ 14,000 ล้านบาท มีบางส่วนโอนเข้าใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพราะตามระเบียบการบริหารสต๊อกรัฐบาล หากมีการขายยางได้จะต้องคืนเงินแก่เจ้าหนี้ภายใน
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.)กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดสายตรวจเฉพาะกิจ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 ออกตรวจสอบสถานที่รับซื้อยางพาราอย่างต่อเนื่อง และสามารถจับกุมดำเนินคดีผู้รับซื้อยางพาราในจ.อุดรธานีและหนองคายได้ 2 ราย ข้อหาใช้เครื่องชั่งที่ดัดแปลงเพิ่มวงจรอิเล็กทรอนิกส์แล้วใช้รีโมทควบคุมน้ำหนักสำหรับโกงน้ำหนักเกษตรกร หลังจากนั้น ได้สืบทราบว่ามีผู้ดัดแปลงแก้ไขเพิ่มเติมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่เหมือนรีโมทควบคุมน้ำหนักเครื่องชั่ง และนำไปจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อยางพาราในภาคอีสานหลายเครื่อง จึงขยายผลและจับกุมได้อีก 1 ราย ในอ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี และขยายผลได้อีก 1 ราย ซึ่งได้ดำเนินคดีปรับเป็นเงิน 40,000 บาท และได้ตรวจพบ 8 ราย เครื่องชั่งที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามที่กำหนดและแก้ไขให้ถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดังนั้น กรมฯขอฝากเตือนเกษตรกรชาวสวนยาง ให้ชั่งทดสอบน้ำหนักสินค้าก่อนขาย และระวังผู้รับซื้อที่ให้ราคาสูงกว่าท้องตลาด ถ้าพบเห็นให้แจ้งศูนย์ชั่งตวงวัด และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบผิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมายแน
ในระยะเวลา 7 ปี นับตั้งแต่จังหวัดบึงกาฬได้แยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคายอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2554 จังหวัดบึงกาฬได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านสังคม การค้า การลงทุน ความสำเร็จในวันนี้ สืบเนื่องจากชาวบึงกาฬเป็นคนขยันทำมาหากินแล้ว พวกเขายังได้ผู้นำที่ดี อย่าง “คุณนิพนธ์ คนขยัน” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ (อบจ. บึงกาฬ) ที่มุ่งพัฒนาบึงกาฬให้เป็นสังคมแห่งความสุข มีอาชีพการงานที่มั่นคง และสร้างความมั่งคั่งแก่ประชาชนชาวบึงกาฬ ทำให้ “จังหวัดบึงกาฬ” ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงแห่งยางพารา แห่งภูมิภาคอีสาน” มาจนถึงทุกวันนี้ ถนนยางพารา… เพิ่มช่องทางใช้ยางในประเทศ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 คุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เเละคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมถนนยางพาราสายแรกของจังหวัดบึงกาฬ ที่อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ นับเป็นนวัตกรรมการสร้างถนนลาดยางพาราโพลิเมอร์ดินซีเมนต์ เทคโนโลยีเเละนวัตกรรมก้าวล้ำสมัยในการสร้างถนนรูปแบบใหม่แห่งเเรกในประเทศไทย ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กับจังหวัดบึงกาฬ เเละองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ มจพ. ได้คิดค้น “ถนนลาดย
ทุบราคายาง ! สัปดาห์เดียวร่วงกราวรูด10 กว่าบาท/กก. พ่อค้ารายย่อย สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรสต๊อกยางไว้ขายเจ็บตัวระนาว ขาดทุนยับ ร้องรัฐบาลงัด พ.ร.บ.ควบคุมยาง 2542 มาคุมเสถียรภาพราคายาง ด้านผู้ว่าการ กยท.สั่งเลื่อนประมูลขายยางครั้งที่ 4 ออกไปเดือน เม.ย.นี้ แหล่งข่าวจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท.จะเสนอเลื่อนการประมูลยางงวดที่ 4 ในโกดังที่ภาคใต้ซึ่ง กยท.เช่าเอกชนเก็บประมาณ 1.2 แสนตันสุดท้าย ซึ่งเดิมจะประมูลกลางเดือนมีนาคมนี้ออกไปเป็นเดือนเมษายนนี้ต่อคณะกรรมการบริหาร กยท.ในวันที่ 9 มีนาคมนี้ว่า จะเปิดประมูลในวันใดของเดือนเมษายน ซึ่งช่วงนั้นเกษตรกรทั่วประเทศหยุดกรีดยางแล้ว สาเหตุที่ขอเลื่อนการประมูลในครั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนซื้อขายยางในตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้กดราคายางลงมาก ทำให้กลุ่ม 5 เสือค้ายางรายใหญ่ของไทยที่ส่งสินค้าให้จีนต้องกดราคารับซื้อ หรือกดราคาประมูลซื้อในไทยอีกต่อหนึ่ง และช่วงนี้ค่าเงินบาทค่อนข้างแข็งอยู่ในระดับ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ ทำให้ราคายางที่จะรับซื้อจากเกษตรกรต้องลดลงโดยอัตโนมัติด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จ
กยท. ชู ตลาดกลางยางพารา ผู้ขายได้ราคาเป็นธรรม ผู้ซื้อได้สินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน พร้อม เตรียมแนวทางพัฒนาตลาดยางกลางยางพาราเชื่อมโยงสู่ตลาดระดับสากล การยางแห่งประเทศไทยชูตลาดกลางยางพารา เป็นตลาดซื้อขายยางที่มีระบบมาตรฐาน ทั้งการกำหนดราคารับซื้อยางด้วยความเป็นธรรม และคุณภาพสินค้าซึ่งผู้ซื้อยางในตลาดมั่นใจในการกระบวนการคัดแยกคุณภาพยาง พร้อมเตรียมวางแนวทางพัฒนาตลาดเชื่อมโยงเข้ากับตลาด RRM เพื่อยกระดับตลาดกลางยางพาราสู่สากล ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน กยท. มีสำนักงานตลาดกลางยางพารา จำนวน 6 แห่ง ดำเนินการตามยุทธศาสตร์พัฒนายางพารา พ.ศ. 2552 -2556 กลยุทธ์พัฒนาระบบตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันให้บริการตลาดซื้อขายยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันในระบบตลาดปัจจุบัน (Spot Market) และตลาดข้อตกลงส่งมอบจริง (Forward Market) ถือเป็นตลาดที่รวมผู้ขายเป็นจำนวนมากทำการซื้อขายยางหลายชนิดก็ได้ มีกฎระเบียบชัดเจนสำหรับผู้ซื้อ และผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ส่วนตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค (RRM) เป็นตลาดที่ลักษณะใกล้เคียงกับตลาดปลายทาง (Terminal) ซึ่งสินค้าในตลาด RRM ต้องเป็นสิ
ผู้สื่อข่าวจังหวัดสกลนคร รายงานว่า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 หรือ “กลุ่มสนุก” ประกอบด้วย จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร และนครพนม ร่วมกันจัดสัมมนาทิศทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในตลาดอาเซียนและจีนตอนใต้ แนวทางการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ที่ห้องประชุมโรงแรมเอ็มเจเดอะมาเจสติก จังหวัดสกลนคร โดยมี Mr. Li Ming Gang กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น เข้ามาชี้แจงนโยบายภาคเศรษฐกิจของจีนที่มีต่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนและการท่องเที่ยวในภาคอีสาน โดยจังหวัดสกลนครพบว่า มีแร่ธาตุทางเศรษฐกิจจำนวนมาก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และทางจีนพร้อมจะนำเม็ดเงินเข้ามาลงทุนทางอุตสาหกรรมให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะที่ฝ่ายไทย มี นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายศารุมภ์ โหม่สูงเนิน พาณิชย์จังหวัดสกลนคร นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานสภาหอการค้า “กลุ่มสนุก” ดร. สุริยะ วิริยะสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เข้าร่วมเสวนาบนเวที โดยมีส่วนราชการ พ่อค้า และนักธุรกิจจาก 3 จังหวัด เข้ารับฟังกว่า 200 คน ด้าน นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ
นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลัดใบของต้นยางพารา ในพื้นที่ภาคใต้ถือเป็นช่วงปิดกรีดยาง เกษตรกรจึงควรให้ต้นยางหยุดพัก เนื่องจากเป็นช่วงที่ไม่มีใบ ทำให้ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ หากยังฝืนกรีดในช่วงยางผลัดใบจะทำให้เกิดโรคหน้ายางแห้ง และเสี่ยงที่จะทำให้ต้นยางตายได้ โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่ต้นยางผลิใบใหม่และเจริญเป็นใบแก่แล้วจึงเริ่มกรีดใหม่ จะใช้ระยะเวลา ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากการกรีดในช่วงนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในระยะที่ต้นยางกำลังผลิใบใหม่ เพราะการกรีดติดต่อกันหลายวันจะทำให้ผลผลิตต่ำ ปริมาณเนื้อยางแห้งลดลง การสิ้นเปลืองสูง ทำให้ระยะเวลาการกรีดถึงเปลือกงอกใหม่น้อยลง เปลือกงอกใหม่บาง กระทบต่อการกรีดซ้ำและต้นยางแสดงอาการเปลือกแห้งสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อผลผลิตในระยะยาว การกรีดถี่ทำให้อายุการกรีดสั้นลง เกษตรกรจึงต้องโค่นต้นยางในระยะเวลาเร็วขึ้น ทำให้ได้รับผลผลิตน้ำยางและปริมาณไม้ลดลงตามลำดับ การหยุดพักกรีดในช่วงฤดูผลัดใบช่วยให้ต้นยางได้สะสมธาตุอาหารเพื่อสร้างความเจริญเติบโต มีความสมบูรณ์ และให้ผลผลิตสู
3 การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยางพาราที่มาพร้อมกับโอกาส บทวิเคราะห์โดย EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ อุตสาหกรรมยางพาราของไทยก้าวเข้าสู่ปี 2017 พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้าน คือ 1) อุตสาหกรรมได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วภายหลังราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) เริ่มฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 2) บทบาทของไทยในฐานะ supplier หลักในตลาดยางพาราโลกจะลดความสำคัญลง ในขณะที่บทบาทของกลุ่มประเทศ CLMV จะเพิ่มขึ้น และ 3) อำนาจการต่อรองของ rubber manufacturer เมื่อเทียบกับผู้ผลิตยางล้อจะเพิ่มขึ้น อีไอซีมองว่าไทยมีโอกาสที่จะหันมาเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่าในการส่งออก เช่น ถุงมือยาง โดยภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่มีความต้องการเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมถุงมือยางของไทย ตั้งแต่ปี 2014-2016 อุตสาหกรรมยางพาราเข้าสู่ภาวะตกต่ำจากราคาที่ลดลง ในปีนี้อุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงที่สดใสขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลัก 3 ด้าน ด้านแรก ราคายางพาราเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวและการลดลงของผลผลิตยางพาราไทยจากน้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งแสดง
