ยางพารา
3 ประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ขู่นักเก็งกำไรทั่วโลกกดราคายาง พร้อมงัดมาตรการลดการส่งออกยางกลับมาใช้อีก เล็งเลื่อนการประชุมจากปลายปีนี้มาเร็วขึ้นหากราคาตกต่ำ ระบุจีน อียู ญี่ปุ่นไตรมาสแรกผลิตยางรถยนต์เพิ่มถึง 7-12% สวนทางราคายาง รายงานข่าวการประชุมคณะกรรมการบริหาร บริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (IRCO) ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท เปิดเผยว่า กรรมการบริหาร IRCO จาก 3 ประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ประชุมหารือกันถึงสถานการณ์ราคายางพาราในตลาดโลกที่ลดต่ำลงในขณะนี้ ซึ่งราคายางสูงสุดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเหลือ กก.ละ 70 บาท เทียบกับปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับ กก.ละ 97 บาท ลดลงเกือบ กก.ละ 30 บาท ซึ่งกรรมการหลายรายมีความเห็นว่า การประชุมของบอร์ด IRCO ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ อาจจะต้องเลื่อนมาประชุมในวาระพิเศษเร็วขึ้น หากราคายางพาราตกต่ำลง ทั้งนี้ อาจจะต้องนำมาตรการลดการส่งออกยางในปีที่ผ่านมากลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อหยุดยั้งการเก็งกำไรของนักลงทุนทั่วโลกที่เก็งกำไรโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนการผลิตยางพาราของเกษตรกรใน 3 ประเทศ เพราะขณะนี้ราคาซื้อขายย
กยท. เตือนเกษตรกรชาวสวนยาง ระวังกรดฟอร์มิกปลอม คุณภาพไม่ตรงตามฉลาก หลังฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง กยท. ลงสุ่มเก็บตัวอย่างสารจับยางในพื้นที่ทางภาคอีสาน พบสารจับยางคุณภาพไม่ตรงตามที่ระบุบนฉลาก เมื่อใช้จับตัวยางทำให้ยางเสียหาย ไม่ได้คุณภาพที่ควรจะเป็น ส่งผลต่อเกษตรกร และประเทศชาติ แนะเกษตรตรวจสอบให้มั่นใจก่อนซื้อใช้ นางปรีดิ์เปรม ทัศนกุล นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้มีการรณรงค์และสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง หันมาใช้กรดฟอร์มิกแทนกรดซัลฟิวริกมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นสารอินทรีย์ที่สลายตัวง่าย ไม่มีผลตกค้างในยางและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรสามารถผลิตยางที่มีคุณภาพดี ขายได้ราคา ทำให้ที่ผ่านมาเกษตรกรตระหนักและหันมาใช้กรดฟอร์มิกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่ผลิตและขายสารจับตัวยางบางราย มีการผลิตสารจับตัวยางที่มีส่วนผสมของซัลเฟตและเกลือคลอไรด์เพื่อช่วยให้ยางจับตัวเร็ว และมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ทำให้เกษตรกรเกิดความเข้าใจผิด และนำมาใช้จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งคุณภาพยาง และสุขภาพของเกษตรกร
กยท. เตือนเกษตรกรชาวสวนยาง ระวังกรดฟอร์มิกปลอม คุณภาพไม่ตรงตามฉลาก หลังฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง กยท. ลงสุ่มเก็บตัวอย่างสารจับยางในพื้นที่ทางภาคอีสาน พบสารจับยางคุณภาพไม่ตรงตามที่ระบุบนฉลาก เมื่อใช้จับตัวยางทำให้ยางเสียหาย ไม่ได้คุณภาพที่ควรจะเป็น ส่งผลต่อเกษตรกร และประเทศชาติ แนะเกษตรตรวจสอบให้มั่นใจก่อนซื้อใช้ นางปรีดิ์เปรม ทัศนกุล นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้มีการรณรงค์และสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง หันมาใช้กรดฟอร์มิกแทนกรดซัลฟิวริกมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นสารอินทรีย์ที่สลายตัวง่าย ไม่มีผลตกค้างในยางและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรสามารถผลิตยางที่มีคุณภาพดี ขายได้ราคา ทำให้ที่ผ่านมาเกษตรกรตระหนักและหันมาใช้กรดฟอร์มิกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่ผลิตและขายสารจับตัวยางบางราย มีการผลิตสารจับตัวยางที่มีส่วนผสมของซัลเฟตและเกลือคลอไรด์เพื่อช่วยให้ยางจับตัวเร็ว และมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ทำให้เกษตรกรเกิดความเข้าใจผิด และนำมาใช้จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งคุณภาพยาง และสุขภาพของเกษตรกร
การยางแห่งประเทศไทย ประกาศจัดสรรทุนส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยางพารา ประจำปี 2561 ตามมาตรา 49(4) เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ มุ่งพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยยางพาราทั้งระบบครบวงจร ดร. ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 จัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุน และจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวยางพารา ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับยางพารา มาตรา 49 (4) ด้านการผลิต เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ประกาศการจัดสรรทุนส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยางพารา ปีงบประมาณ 2561 ให้ผู้ที่สนใจสามารถเสนองานวิจัย ที่มีความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ ของ กยท. ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างรายได้จากการบริการและดำเนินการ ซึ่งจะเป็นการวิจัยเรื่องของการหารายได้จากการประกอบธุรกิจจากทรัพย์สินเดิมที่มีอยู่ การสร้างรายได้จากโอกาสในธุรกิจใหม่ ลดค่าใช้จ่ายและ
วันที่ 10 เมษายน ที่ตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี ภายในสหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โคออป) อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่มเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ 9 องค์กร ประกอบด้วย กลุ่มเครือข่ายสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย, เครือข่ายชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันฯและสภาเครือข่ายยาง สยยท.เป็นต้น ประมาณ 150 คน นำโดยนายสถาพร พรัดวิเศษ เลขานุการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางสุราษฎร์ธานี พร้อมแกนนำได้จัดเวทีเสวนางานวันยางพาราแห่งชาติ เนื้อหาส่วนใหญ่โจมตีการบริหารงานผิดพลาดของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่ส่งผลกระทบถึงราคายางพาราที่ลดลงทำให้ชาวสวนยางเดือดร้อน พร้อมทั้งยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายประเวศ ไทยประยูร ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเนื้อหาในหนังสือมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ 1) ให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ กยท. หยุดขายยางในสต๊อกไม่ว่าวิธีการใด 2.ให้ผู้บริหาร กยท. ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น 3.ให้เช็กสต๊อกยางพาราที่เหลือตามโกดังต่างๆ โดยให้มีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมตรวจสอบ และ 4.เปิดเผยข้อมูลข่าวสารการประมูลยางพาราครั้งที่ผ่านมามีบริษัทใดประมูลในราคาเท่าไ
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ ซิตี้) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายใต้นโยบายสานพลังประชารัฐว่า คาดว่าการก่อสร้างโรงงานมาตรฐานของนิคมฯจะเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพราะขณะนี้ กนอ.อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างอาคารโรงงานมาตรฐาน ระยะที่ 2 จำนวน 4 ยูนิต บนพื้นที่รวม 2,500 ตารางเมตร เพื่อรองรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าลงทุน ล่าสุดมีผู้ประกอบการได้จองเช่าพื้นที่และพร้อมเข้าประกอบกิจการจำนวน 4 ราย เป็นผู้ประกอบการกลุ่มยางคอมปาวด์ ผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูป หมอนยางพารา และอื่นๆ ส่วนอาคารโรงงานมาตรฐานระยะที่ 1 จำนวน 3 ยูนิต พื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอียางลงทุนแล้วจำนวน 3 ราย ดำเนินธุรกิจอยู่ในกลุ่มยางคอมปาวด์ หมอนยางพารา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ กรวยยางจราจร “ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอียางสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่โรงงานมาตรฐานดังกล่าว เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยางพาราขั้นกลางน้ำและปลายน้ำ แสดงให้เห็นว่าโครงการนิคมฯยางพาราช่วยส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรที่ปลูกยางเข้าสู่ภาคการผลิต เป็น
ปีนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้นำเสนอผลงานนวัตกรรมยางพารา ในงาน “วันยางพาราบึงกาฬ 2560” อย่างยิ่งใหญ่ โครงการนวัตกรรมยางพารา มจพ. ตอบโจทย์ 2 ข้อ แนวทางแรก โชว์ผลงานนวัตกรรมใหม่ ได้แก่ ถนนยางพาราดินซีเมนต์ ผิวถนนกันลื่น บล็อกปูถนนจากยางพารา อิฐมวลเบาจากยางพารา แนวทางที่ 2 โชว์นวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาภาคเกษตร เช่น นวัตกรรมสารกำจัดกลิ่นโรงงานยางพารา สารใส่น้ำยางพารา IR เร่งการตกตะกอนเพื่อนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ นวัตกรรมยางพาราดังกล่าว เป็นผลงานวิจัยของ ผศ.ดร. ระพีพันธ์ แดงตันกี อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุและกระบวนการผลิต ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและกระบวนการ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (TGGS) และรองผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรม สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ผศ.ดร. ระพีพันธ์ ได้นำเสนอการใช้สูตรส่วนผสมน้ำยางพาราดัดแปลงสำหรับทำถนนยางพาราดินซีเมนต์ โดยพัฒนาน้ำยางให้สามารถยึดเกาะซีเมนต์และวัสดุอื่นๆ เพิ่มความทนทานต่อแรงดึงและความทนทานต่อแรงฉีกขา
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชิงเต่า เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ประเทศจีน จัดพิธีเเต่งตั้งนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นอธิการบดีกิตติมศักดิ์ของ วิทยาลัยนานาชาติ ยางพาราไทย-จีน มหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชิงเต่า ซึ่งเป็นมหาลัยที่เป็นความร่วมมือระหว่าง สภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์, บริษัท รับเบอร์วัลเลย์ กรุ๊ปและสถาบันการศึกษาคือ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชิงเต่า ของประเทศจีน และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ของประเทศไทย จากนั้นมีพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) เรื่อง การร่วมมือพัฒนาวิทยาลัยนานาชาติ ยางพาราไทย-จีน ระหว่าง นายพินิจ และนายหม่า เหลียน เซียงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชิงเต่า โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร และนางวรพรรณี ดำรงมณี รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทน เมืองชิงเต่า ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ นายพินิจ จารุสมบัติ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งนี้กับประเทศไทย เป็นกำไรของประชาชนชาวไทยและชาวจีน เนื่องจาก
สถานการณ์ราคายางพารา ยังคงผันผวน โดยเฉพาะราคาน้ำยางสดกับยางแผ่นรมควันที่ต่างกันไม่ถึงกิโลกรัมละ 5 บาท ทำให้สหกรณ์ที่มีการรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันที่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลา เมื่อเข้าสู่หน้าแล้งหรือประมาณมีนาคมถึงพฤษภาคม ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ต้นยางพาราผลัดใบ ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูปิดกรีดของชาวสวนยางพารา ทำให้มีผลผลิตยางออกสู่ตลอดน้อยลงราคาจึงจะปรับเพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ แต่ปีนี้พบว่าชาวสวนยางพาราบางส่วนเริ่มปิดกรีดแล้ว แต่ราคาน้ำยางสด ยังทรงตัว เฉลี่ยกิโลกรัมละ 70-72 บาท เท่านั้น ในขณะที่สถานการณ์ราคายางแผ่นรมควัน กลับผันผวนตลอดทั้งเดือน เฉลี่ยราคาปรับขึ้นลงอยู่ที่ 73-81 บาท โดยราคาน้ำยางสด ต่างจากราคายางแผ่นรมควันไม่ถึงกิโลกรัมละ 5 บาท ส่งผลให้สหกรณ์กองทุนชาวสวนยาง จำกัด ในหลายพื้นที่ ที่รับซื้อน้ำยางสดจากชาวสวนยางที่เป็นสมาชิกมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน นายสาโรจน์ สุคนธรัตน์ ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยาง บ้านเก่าร้าง จำกัด อำเภอคลองหอยโข่ง กล่าวว่า ราคายางที่ผันผวนนั้น ทำให้สหกรณ์หลายแห่งประสบปัญหาขาด
ผู้ว่า กยท.กลับลำ ยืนยันเปิดประมูลยางครั้งที่ 4 วันที่ 21-22 มี.ค.นี้ กลุ่มเกษตรกร-พ่อค้าสต๊อกยางส่อขาดทุนระนาว เหตุราคายางขึ้น-ลงวูบวาบเกินไป ระบุหลังประมูลครั้งก่อนทุบราคาหล่นกว่า 20 บาท/กก. นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ลงนามเรื่องยืนยันการประมูลขายยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 และมีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้สนใจเข้าร่วมประมูลยางดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีประกาศของการยางแห่งประเทศไทยยืนยันการประมูลขายยางดังกล่าว โดยมีสาระดังนี้ ตามที่มีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เรื่องการเลื่อนประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 ซึ่งอาจทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง กยท.จึงขอยืนยันว่าการดำเนินการประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 21-22 มีนาคม 2560 มิได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แหล่งข่าววงการยางพาราเปิดเผยว่า การประชุมของคณะอนุกรรมการระบายสต๊อกยางพาราของ กยท.เรื่องการเปิดประมูลยางในโกดังหลายแห่งที่ภาคใต้ ครั้งที่ 4 จำนวน 1.2 แสนตัน เมื่อวันที
