ยางพารา
กลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียน จัดตั้งเมื่อ วันที่ 20 ตุลาคม 2554 สมาชิกแรกตั้ง 47 คน สมาชิกปัจจุบัน 50 คน ประธานกลุ่ม นายประกอบ บุญก่อเกื้อ ที่ทําการกลุ่ม เลขที่ 63/1 หมู่ที่ 6 ตําบลทางเกวียน อําเภอแกลง จังหวัดระยอง ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม 1.โครงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร สมาชิกของกลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียน มีอาชีพหลักคือ การปลูกสับปะรดผลสดจําหน่าย โดยกลุ่มเกษตรกรมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียน ร่วมกับสํานักงานเกษตรอําเภอแกลง ได้จัดทําโครงการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผลผลิตของสมาชิก ด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์สําหรับบรรจุสับปะรดขายผลปลีก ขนาดบรรจุ 1 ผล และลัง ขนาดบรรจุ 4 ผล วางขายที่ร้านขายของฝากภายในจังหวัดระยอง และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อยกระดับสินค้าให้สามารถเข้าสู่ตลาดและแข่งขันได้ รวมทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้ให้กับสมาชิก โครงการเกษตรผสมผสาน (ปลูกต้นยางพารา แซมในไร่สับปะรด) อาชีพหลักของสมาชิกของกลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของภาครัฐตามนโยบายรัฐบาล พร้อมทั้งเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้และสาธิตการผลิตหลักนำทางยางธรรมชาติและการผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีตของสถาบันเกษตรกรโดยมี นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมในโอกาสนี้ด้วย ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงถึงนโยบายการส่งเสริมการใช้ยางพาราในภาครัฐว่า ทางกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อผลักดันให้สถาบันเกษตรกรเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยการนำยางพารามาแปรรูปเป็นวัสดุด้านการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ได้แก่ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางจากยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) สำหรับนำไปใช้ในกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศึกษาวิจัยเพื่อพั
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะที่ วว. เป็นหน่วยงานสำคัญในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา อุปกรณ์ทางด้านการจราจร และอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา เนื่องในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง “อุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ” ระหว่าง กระทรวงคมนาคม กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โอกาสนี้ นายวิรัช จันทรา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม และ ดร. อาณัติ หาทรัพย์ ผอ.ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง วว. ร่วมเป็นเกียรติด้วย เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ วว. และ กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือและดำเนินโครงการในการพัฒนาและทดสอบอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและความปลอดภัยทางถนน เพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่ง วว. มีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยทางถ
ในวันที่ 12 มิถุนายน 2563 นี้ กระทรวงคมนาคม จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยจากยางพารา ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับราคายางพารา และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการนำน้ำยางพาราของเกษตรกรไทย มาใช้ผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีตและหลักนำทางยางธรรมชาติ
นายขจรจักษณ์ นวลพรมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ กยท. ได้เร่งประสานงานร่วมกับจังหวัดสงขลา ผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา สถานกงสุลมาเลเซีย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงความมั่นคงของมาเลเซีย เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ทางรัฐบาลมาเลเซียอนุญาตเปิดด่านนำเข้ายางพาราจากประเทศไทย ผลล่าสุดทางประเทศมาเลเซียได้ตอบตกลงให้มีการเปิดด่านปาดังเบซาร์ ด่านขนส่งทางรถไฟเพิ่ม โดยจะเริ่มเปิดด่านในวันที่ 6 เมษายน 2563 นี้ ซึ่งในแต่ละเที่ยวรถไฟประเทศไทยจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟ จำนวน 19 คน เพื่อดูแลตู้คอนเทนเนอร์สินค้าที่จะนำเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย และต้องผ่านการตรวจคัดกรองของประเทศมาเลเซียทุกครั้ง สุดท้ายนี้ กยท. คาดหวังให้พี่น้องเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพารา มีช่องทางการส่งออกยางพาราเพิ่มขึ้น ภายใต้สถานการณ์วิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในขณะนี้ เพื่อลดผลกระทบในเรื่องราคายาง และตลาดการส่งออกยาง ซึ่ง กยท. ขอเป็นกำลังใจ และพร้อมจะเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางให้ผ่านวิกฤตคร
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ประธานบอร์ด กยท. ชู นโยบายด้านการบริการจัดการยางพารา เพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา มุ่งกำหนดเป้าหมายยกระดับศักยภาพการผลิต แปรรูปแก่เกษตรกรชาวสวนยาง พร้อมผลักดันสินค้ายางพาราสู่ตลาดใหม่ในต่างประเทศ นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหายางพาราในการเปิดการสัมมนาวิชาการ หัวข้อ การพัฒนายางพาราครบวงจรว่า สิ่งสำคัญในการบริหารจัดการด้านยางพารา คือ ทำอย่างไรให้ราคายางมีเสถียรภาพ การเข้าไปจัดการปัญหาเหล่านี้ ต้องมีแผนและมีการจัดการที่ชาญฉลาดอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบัน กยท. กำลังเร่งดำเนินการโดยมุ่งเน้นด้านอุปสงค์และอุปทาน เริ่มด้วยการลดพื้นที่ปลูกยางพารา ยึดหลักแนวคิดลดอย่างไรที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกับการเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศเพื่อให้เกิดความสมดุลของตลาด ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ ผนวกการส่งเสริมผู้ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์ยางพาราในประเทศให้เพิ่มการผลิต การตลาด และนวัตกรรมใหม่ๆ ต้องผลักดันให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งนี้ นอกจากการบริหารจัด
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ร่วมนำผลงานวิจัย 6 โครงการ ร่วมนำเสนอในงานสัมมนาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก SB Chantaboon 2020 Moonshots to Dreamfood ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัด จันทบุรี ผศ.ดร.ร่วมจิตร นกเขา หัวหน้าโครงการข้าวไร่ กล่าวว่า ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับข้าวไร่มากว่า 15 ปี ทั้งทำการสำรวจพันธุ์ รวบรวมพันธุ์ อนุรักษ์พันธุ์ คัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ โดยในปัจจุบันเราได้นำข้าวไร่ที่เราสำรวจได้มาเป็นพันธุ์ข้าวไร่ชุมพร ที่มีลักษณะที่ดี 11 พันธุ์ และได้นำไปจดทะเบียนพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งข้าวไร่ทั้ง 11 พันธุ์ นั้นทุกพันธุ์มีคุณค่าทางอาหารสูง และยังได้ถ่ายทอดให้กับเกษตรกรทั้ง 4 ภาค ของประเทศไทย ซึ่งพันธุ์ข้าวไร่ของเรายังเป็นที่นิยมของเกษตรกรและยังให้ความมั่นคงทางอาหารของชุมชน สาเหตุที่ทำวิจัยข้าวไร่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เพราะมีพื้นที่นาน้อยและพื้นที่ส่วนใหญ่ก็จะไปปลูกยางพาราและปลูกปาล์มน้ำมัน ทำให้พื้นที่ภาคใต้มีข้าวบริโภคไม่เพียงพอ ต้องนำข้าวจากภาคอื่นมาบริโภค ฉะนั้น ข้าวไร่นี้จึงเป็นพันธุกรรมพืชที่มีความสำคัญ เนื่องจากสามารถปลูกไ
สถาบันเกษตรกรทั่วไทย แห่ขอตั้งโรงงานน้ำยางข้น รองรับสต๊อกเวลายางราคาต่ำ “จีน” ยังออร์เดอร์ยางตามปกติ ระบุ “ยางใบร่วง” ระบาดหนัก พันธุ์ “251” นายไพรัช เจ้ยชุม ประธานเครือข่ายสถาบันชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางเครือข่ายสถาบันได้ยื่นหนังสือถึง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ ในการลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้น และซื้อเครื่องจักรผลิตน้ำยางข้น 5 หัวปั่น ประมาณ 140 ล้านบาท เพื่อสต๊อกน้ำยางสดแปรรูปเป็นน้ำยางข้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำยางสดราคาตกต่ำ โดยจะทำเป็นแก้มลิงเก็บสต๊อกแปรรูปเป็นน้ำยางข้น ซึ่งสามารถกักเก็บไว้ได้นาน โดยใช้เนื้อที่ของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดพัทลุง จำกัด เนื้อที่ประมาณ 54 ไร่ ในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม อ.ป่าบอน จ.พัทลุง “กลุ่มสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ตอนกลาง ประกอบด้วย จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ พังงา และ จ.ภูเก็ต จะดำเนินการลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้น โดยให้ จ.พัทลุงนำร่องก่อน เพราะมีความพร้อมทั้งหมด ทั้งที่ดินที่ตั้งโรงงานจ
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ยืนยัน มุ่งดำเนินงานโครงการตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง มุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชาวสวนยางเป็นสำคัญ นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กยท. ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยางพารา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางให้สูงขึ้น สามารถดูดซับยางออกจากระบบได้ ทั้งนี้ โครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง ได้ดำเนินการจ่ายเงินอย่างต่อเนื่องจากเดือนพฤศจิกายน 2562 – เดือนมกราคม 2563 โดย กยท.ได้ตรวจรับรองสิทธิ์ให้เจ้าของสวน และ ผู้กรีดยาง ซึ่งประกอบด้วยบัตรสีเขียว และบัตรสีชมพู ประมาณร้อยละ 90 ของจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. เหลือเฉพาะเกษตรกรที่ยังมีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น เลขบัญชีไม่ตรง บัญชีไม่มี บัญชีถูกปิดไปแล้ว หรือเกษตรกรบางคนไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด เช่น สวนยางยังไม่ได้กรีด สวนยางโค่นไปแล้ว สวนยางขายไปแล้ว เป็นต้น สำหรับการจ่ายเงินให้เกษตรกรเจ้าของสวน และคนกรีดในโครงการดังกล่าว จนถึงปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว กว่า 6,000 ล้านบาท นอกจากนี้ กยท. ยังดำเนินโครงการสนับสนุนสินเช
ประธานบอร์ด กยท. “ประพันธ์” เปิดเวทีเครือข่ายสถาบันเกษตรกรสวนยาง พลิกโฉม กยท. ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล บริหารงานยางยุคใหม่ ปรับบทเป็นพี่เลี้ยงสร้างความเข้มแข็งเกษตรกร ลดอุปทาน เน้นวิจัย-นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม ดันยางพาราใช้งานทุกช่องทาง ตั้งเป้าพัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านยางพาราของโลก วันนี้ (14 ม.ค.63 ) นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มอบนโยบายบริหารงานยางพารายุคใหม่ ในที่ประชุมคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง กยท. ระดับประเทศ ครั้งที่ 2 ปี 2563 ณ ห้องประชุมชมพูภูคา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดน่าน โดยกล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ กยท. ต้องลดบทบาทจากฐานะผู้ปฏิบัติและผู้ดำเนินการในบางส่วนที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนมาเน้นบทบาทเป็นพี่เลี้ยง ผู้กำกับดูแล ส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ให้เข้มแข็งและสามารถดำเนินการบางเรื่องแทน กยท. ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล ด้านการบริหารงบประมาณ นายประพันธ์ กล่าวว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ ตามมาตรา 49 ของกองทุนพัฒนายางพารา ต้องบริหารจัดการและใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดย
