ราคายางพารา
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) เปิดเผยว่า การแก้ไขวิกฤตราคายางพารา ตามแนวทางช่วยเหลือชาวสวนยาง จากโครงการสร้างความเข้มแข็งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนค่าครองชีพ โดยเฉพาะการใช้น้ำยางสดสร้างถนนพาราซอยล์ซีเมนต์ทุกหมู่บ้าน ใช้งบกว่า 1 แสนล้านบาท อาจจะมีผลกระทบกับการกำหนดราคาซื้อขายยางพารากับประเทศมาเลเซีย หากรัฐบาลทำให้โครงการมีผลเป็นรูปธรรมจะทำให้ราคายางสูงขึ้น ขณะที่ประเทศมาเลเซียได้เปลี่ยนจากผู้ผลิตเป็นผู้บริโภคน้ำยางข้นจากไทยปีละประมาณ 7 แสนตัน ทำให้ปัจจุบันมาเลเซียเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยางพาราของโลก และไม่ต้องการให้ราคายางในประเทศไทยสูงขึ้น เพราะต้องซื้อน้ำยางข้นจากไทยในราคาสูง “ระหว่าง วันที่ 11-14 ธันวาคมนี้ จะมีการประชุมไตรภาคียางพาราที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีตัวแทนจากไทยเข้าร่วมประชุม ตามแถลงการณ์ร่วมบาหลีระดับรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2544 ให้มีการจัดตั้งองค์การความร่วมมือไตรภาคียางพารา 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยมีกลไกความร่วมมือจากบริษัทร่วมทุนยางพ
คุณชัยวุฒิ สังข์สน หัวหน้ากองส่งเสริมและพัฒนายาง การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า บทบาทและหน้าที่ของการยางแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนและช่วยเหลือให้กับเกษตรกร ทั้งในรูปแบบการให้ความช่วยเหลือแบบงบให้เปล่าและรูปแบบของการให้กู้ยืมตามพระราชบัญญัติ เพื่อช่วยส่งเสริมให้การผลิตยางของเกษตรกรไทยมีคุณภาพมากขึ้น เป็นการพัฒนาผลผลิตคุณภาพ โดยเกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย สามารถนำเงินงบประมาณช่วยเหลือในส่วนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ซึ่งการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬยังมีการช่วยเหลือในเรื่องของการโค่นสวนยางพาราเก่า ปลูกต้นยางพาราใหม่ โดยทำการจัดหาสารปรับปรุงบำรุงดิน พร้อมทั้งจัดหาต้นพันธุ์ยางพาราที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปให้กับเกษตรกร เพื่อช่วยในการลดต้นทุนการผลิตให้มากขึ้น “นอกจากในเรื่องของการช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตในด้านต่างๆ แล้ว ในปี 2562 กยท.ยังมีโครงการลดต้นทุนการผลิตในเรื่องของการใช้ปุ๋ยสั่งตัดให้กับสมาชิกที่มีพื้นที่ปลูกยางพาราใหม่ ซึ่งปุ๋ยสั่งตัดจะช่วยให้เกษตรกรได้นำปุ๋ยไปใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตามค่าวิเคราะห์ดินของสวนยางเกษตรกรเอง ก็จะช่วยให้ต้นทุนการ
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน สถานการณ์ราคายางพารา ทั้งน้ำยางสด และยางแผ่น มีราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางยังต้องรับสภาพราคายางตกต่ำ และยากลำบาก เพราะต้องหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ล่าสุดราคาน้ำยางสดลดลงเหลือ กิโลกรัมละ 30-31 บาท เท่านั้น ที่จุดรับซื้อน้ำยางสด ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง นางสิริพัช นุ้ยชู อายุ 46 ปี เกษตรกรชาวสวนยาง กล่าวว่า ปัญหาราคายางพาราตกต่ำขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหนักที่สุดแล้วในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา เพราะ ณ วันนี้ราคาน้ำยางสดเหลือ กิโลกรัมละ 30-31 บาทแล้ว ส่วนตัวก็เดือดร้อนหนัก เพราะรายได้หดหายไปมาก โดยกรีดยางจำนวน 8 ไร่ เหลือรายได้วันละประมาณ 300 บาท ปลูกพืชผักก็ไม่พอ จะต้องส่งลูกเรียนหนังสือ และรายจ่ายในครัวเรือน พร้อมย้อนถามรัฐบาลว่าคนที่รายได้เหลือแค่วันละ 100 บาท จะยิ่งเดือดร้อนมากมายขนาดไหน “ขณะฝนตกก็กรีดไม่ได้ ปีหนึ่งๆ สามารถกรีดได้แค่ประมาณ 100 วัน เท่านั้น และราคาก็ตกอีก ขณะที่ข้าวของราคาแพงหมด รายได้ไม่พอรายจ่าย ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับแนวทาง
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายสมพงศ์ ราชสุวรรณ ประธานกรรมการกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง สกย.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา และประธานเกษตรกร จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีคำสั่งให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพาราไปดำเนินการตามโครงการต่างๆ โดยหนึ่งในแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้ยางพาราทำถนนดินยางพาราซอยล์ซีเมนต์ เพื่อแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ “ต้องรอดูว่า อปท.จะมีนโยบายในการทำถนนจริงหรือไม่ และเมื่อทำถนนแล้วจะใช้ถนนดินยางพาราซอยล์ซีเมนต์หรือไม่ เพราะอาจเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดเงื่อนไขอำนาจการต่อรองให้กับชาวสวนยางพาราได้” นายสมพงศ์กล่าว และว่า ส่วนการใช้น้ำยางพาราไปทำถนนแล้ว ยางพาราจะหายไปจากตลาดแล้วราคายางพาราจะขยับขึ้นหรือไม่ ต้องรอดู แต่ขณะนี้เข้าถึงฤดูกาลน้ำยางสดจะออกมาปริมาณมาก ทั้งนี้ วันที่ 23 พฤศจิกายน ในพื้นที่ จ.สงขลา ราคาตกลงมาอยู่ที่ 35 บาทต่อ กก.จากเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ราคาอยู่ที่ 35.50 บาทต่อ กก. ราคาได้ขยับลง
เข็นใช้ยางในประเทศ – นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เชื่อ 7 วัน สามารถประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ระยะเร่งด่วนตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ โดยจะผลักดันการใช้ยางในประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการเดิม แต่ต้องทบทวนแนวทางปฏิบัติให้ใช้ยางแล้วเสร็จตามเป้าหมาย 1 แสนตัน เบื้องต้นได้หารือกับสำนักงบประมาณแล้ว โดยจะเร่งออกประกาศราคากลาง สำหรับการสร้างถนน ได้ภายใน 3 วัน จากนี้ หรือประมาณวันศุกร์ที่ 16 พ.ย.นี้ รวมถึงได้หารือเบื้องต้นกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อผลิตที่นอน หมอน จากยางพารานำไปแจกให้โรงพยาบาล เพื่อเปลี่ยนให้ใหม่ทั้งหมด คาดว่าจะดูดซับยางออกจากระบบได้ ส่วน วันที่ 14 พ.ย. จะเชิญ 5 ผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ และ 7 บริษัท ผู้ประกอบการผู้ผลิตล้อยางรถยนต์เข้ามาตั้งโรงงานในไทย และหารือกับอิเกียเพื่อตั้งโรงงานเฟอร์นิเจอร์ยางพาราในไทย โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนแรงจูงใจอย่างเข้มข้น คาดว่าจะทำให้มีการใช้ยางเพิ่มขึ้น
หลังปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาเป็น “ประยุทธ์ 5” เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2560 รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับราคาสินค้าเกษตรเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยางพารา ที่ พล.อ.ประยุทธ์ลั่นวาจาต้องแก้ปัญหาราคาตกต่ำให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน เมื่อนายกฤษฎา บุญราช เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เสนอ 6 มาตรการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) และ ครม. ก่อนส่งท้ายปีเก่า 2560 ได้แก่ 1) มาตรการการให้สินเชื่อผู้ประกอบกิจการยางแห้งวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะซื้อยางได้ประมาณ 3.5 แสนตัน รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3% ต่อปี 2) มาตรการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐเป้าหมาย 2 แสนตันต่อปี 3) มาตรการควบคุมผลผลิต โดยมีเป้าหมายลดผลผลิตจากเกษตรกรเร่งโค่นยางไปปลูกพืชอื่นในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ จะได้รับเงินเร็วเพิ่มขึ้นอีกรายละ 4,000 บาท เป้าหมาย 2 แสนไร่ และให้หน่วยงานรัฐที่มีสวนยางหยุดกรีดยางประมาณ 1 แสนไร่ 4) มาตรการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยาง วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ย สถาบันเกษตรกร
ไทยเดินหน้าหารือ 3 ประเทศหยุดกรีดยาง 3 เดือนหวังดันราคา กก.ละ 80 บาท “กฤษฎา” เสนอ 2 แนวทางหยุดกรีด ยืนยันไทยจะไม่ทำเพียงประเทศเดียว ชาวสวน-ผู้ส่งออกเชียร์สุดตัว TDRIไม่เชื่อดันราคาขึ้นได้จากปัจจัยราคาน้ำมันในตลาดโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแนวคิดที่จะแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำด้วยการใช้มาตรการหยุดกรีดยาง 2 แนวทาง คือ หยุดกรีดยาง 3 ล้านไร่ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2561 กับหยุดกรีดยางทุกไร่ แต่ให้กรีดแบบวันเว้นวัน หรือให้กรีด 15 วันกับหยุดกรีด 15 วัน เพื่อลดปริมาณยางที่จะออกสู่ตลาด พร้อมกับเตรียมที่จะหารือกับตัวแทน 3 ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ในการประชุมร่วมกันในวันที่ 2 มีนาคมนี้ ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มาตรการลดการกรีดยางอยู่ระหว่างพิจารณาโดยแนวทางที่มีความเป็นไปได้ 2 แนวทาง คือ ลดกรีดยาง 3 ล้านไร่ ระยะเวลา 3 เดือน แต่จะมีการจ่ายเงิน “ชดเชย” ให้ชาวสวนยางที่หยุดกรีดรายละ 4,500 บาทต่อไร่ หรือจะลดกรีดยางแบบวันเว้นวันตลอดทั้งปี ซึ่งอยู่ระหว่างการคำนวณตัวเลขผลผลิ
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายวีระศักดิ์ สินธุวงศ์ กรรมการบริหารสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรสวนยางแห่งประเทศไทย(สยยท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยางพาราทางภาคเหนือและอีสานเข้าฤดูผลัดใบ ปิดหน้ากรีดตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ รวมระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ไม่มียางเข้าสู่ตลาดยางแล้ว ส่วนภาคใต้จะปิดหน้ายางประมาณเดือนมีนาคม นายวีระศักดิ์กล่าวว่า แม้ยางไม่เข้าสู่ตลาด แต่ไม่ได้ทำให้ราคายางเคลื่อนไหวขยับขึ้น ตรงกันข้ามราคาลดลง โดยกลุ่มพ่อค้ายางในพื้นที่ให้เหตุผลว่า ยางราคาที่สูงไม่ได้เพราะผู้ส่งออกยางไม่ตั้งราคา ซื้อแล้วยังไม่ได้ส่งออก เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลที่มีนโยบายร่วมกัน 3 ประเทศ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกี่ยวกับนโยบายชะลอการส่งออก ที่มา มติชนออนไลน์
เกษตรฯหารือร่วมสภาอุตสาหกรรม หอการค้าเร่งการรับรองยางพาราเป็นไม้เศรษฐกิจตามมาตรฐาน FSC พร้อมเตรียมเสนอนายกฯ ของบสนับสนุนการใช้ยางแปรรูปในหน่วยงานรัฐ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางความร่วมมือของสองฝ่ายในการสนับสนุนการใช้ไม้เศรษฐกิจในประเทศว่า ประเทศไทยมีการใช้ยางพารา 4 แสนไร่ต่อปี แต่ได้รับรองเป็นไม้เศรษฐกิจจาก FSC เพียง 1.9 แสนไร่ วันนี้ทางสภาอุตสาหกรรมฯ ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับรองไม้เศรษฐกิจที่ส่งออกขายต่างประเทศ จึงเข้ามาช่วยเร่งการรับรองยางพาราให้เป็นไม้เศรษฐกิจตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน หรือ FSC ให้เป็นไม้ที่ถูกต้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณกลางปี 61 ในการสนับสนุนการใช้ยางพาราแปรรูปในหน่วยงานราชการ อาทิ พื้นยางโรงเรียน พื้นถนน พื้นเอนกประสงค์หรือลานกีฬา เพื่อให้มีการใช้ยางแปรรูปมากขึ้น โดยมีเงื่อนไ
การยางแห่งประเทศไทยชี้แจงประเด็นการปั่นกระแสข่าว ปมนักศึกษาลาออกเนื่องจากปัญหาราคายาง ชี้ กยท. มีกองทุนพัฒนายางพารา 49 (5) สวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง สามารถกู้ยืมเป็นทุนการศึกษาแก่บุตรหลานได้ วอนหยุดสร้างกระแสด้านลบ กระทบจิตใจพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ได้จัดตั้งกองทุนที่เรียกว่า กองทุนพัฒนายางพารา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนายางพารา การใช้จ่ายเงินกองทุนให้กระทำอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยางเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมา กยท. ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะมาตรา 49 (5) การจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหา เช่น การขอรับความช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย การขอรับเงินช่วยเหลือแก่ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต และการขอเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ผู้ว่าการ กยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณี มีผู้เข้าใจผิดคลาดเคลื่อน จา
